ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ : คืนแห่งความเจ็บปวด
ตอนนี้ยาวย๊าวยาวแฮะ แบบนี้ต้องทดเวลาบาดเจ็บดองสักเดือน!!
เสื้อเชิ๊ตลายสก็อตสีแดงถูกกระชากออกจากกันอย่างรุนแรง เผยให้เห็นผิวขาวอมชมพูที่ซ่อนอยู่ด้านใน แต่ทว่าคนร่างหนาก็ยังคงส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจเพราะสิ่งที่เขาอยากเห็นกลับมีผ้าเปียกชื้นผืนหนาที่เปรอะโคลนเป็นบางส่วนปิดเอาไว้
"ยังจะใส่อีกทำไมวะเนี่ย เสียอารมณ์หมด" มือหยาบหนาพยายามที่จะเอื้อมไปปลดตะขอบราออก แต่เจ้าของเสื้อตัวจิ๋วก็ยังคงขยับตัวหนีไปเรื่อยๆ จนคนร่างใหญ่ชักเริ่มหงุดหงิด
"ดิ้นรนไปก็ไม่รอดหรอก ยังไงคืนนี้น้องสาวก็มีผัวแน่" สองมือหยาบช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมา ริมฝีปากหนาสีคล้ำเคลื่อนเข้ามาใกล้ริมฝีปากชมพูอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้นว่านก็สะบัดหน้าหลบได้ทันแต่ก็ยังโดนแก้มนวลอยู่ดี
หนวดเคราที่ไม่สั้นและไม่ยาวมากถูไถไปมาที่ใบหน้าสร้างความรู้สึกขยะแขยงให้เพิ่มขึ้นหลายเท่านัก ยังไม่รวมที่ริมฝีปากหนายังคงไล่ลงมาไซร้ตามซอกคอและเสียงลมหายใจที่สูดแรงจนเหมือนจะพยายามสูดกลิ่นตัวเธอให้หมดไปทั้งตัว
หญิงสาวส่งเสียงร้องอย่างรังเกียจแล้วมือเรียวก็ระดมตีและออกแรงดันอย่างเต็มที่แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีผลกับกำแพงเนื้อหนา เพียงแต่สร้างความสะใจและเสียงหัวเราะอย่างพึงใจจากคนหื่นเท่านั้น
"ขัดขืนไปเดี๋ยวก็หมดแรงหรอกน้องสาว เก็บแรงเก็บเสียงไว้ร่วมสนุกกับพี่ดีกว่าน่า"
ร่างบางสะดุ้งและนัยน์ตาสีเปลือกไม้เบิกกว้างเมื่อสัมผัสถึงมือกร้านที่สัมผัสผิวหน้าท้องค่อยๆลูบเลื่อนลงมาผ่านสะโพกผาย เหงื่อกาฬไหลลงมาสัมผัสกับแก้มใสที่ตอนนี้กลายเป็นสีขาวซีด
นี่เธอต้องตกเป็นของมันจริงๆหรือนี่ หยดน้ำใสๆเริ่มซึมขึ้นมาที่ขอบตาของนัยน์ตาสีอ่อน ท่ามกลางความสิ้นหวังอย่างที่สุดมีภาพใครบางคนปรากฎขึ้นในความคิดของเธออีกครั้ง
หญิงสาวหลับตาแล้วร้องตะโกนเรียกชื่อคนคนนั้นจนสุดเสียง "ซิน!! ช่วยด้วย!!!"
ไอ้เปี๊ยกได้ยินแล้วก็หัวเราะลั่น "อ๋อ ตกลงนี่รู้จักกับนังเด็กนั่นหรอกรึ" มือหนาจึงเอื้อมไปกระชากผ้าขนหนูออกจากร่างบางอย่างรุนแรง "แหกปากให้ตายมันก็ไม่มาหรอก แล้วฝนตกแบบนี้ใครมันจะไปได้ยินวะ นังโง่"
หญิงสาวหลับตาลงอย่างหมดหวังปล่อยให้หยาดน้ำใสนองเต็มใบหน้า 'นั่นสินะเวลาแบบนี้เธอยังจะหวังอะไรได้อีก'
ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่รุนแรงตามอารมณ์หื่นและเสียงสะอื้นไห้ในลำคอของตนเอง ต้นว่านได้ยินเสียงสายฝนที่ดังขึ้นและเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูไม้ที่เปิดออก
"แกร๊ก" สิ้นเสียงแปลกๆ เธอก็รู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของมือหยาบหนาที่สัมผัสร่างกายเธอนั้นได้หยุดลง...
"อืม ได้ยินแล้ว" เสียงที่เธออยากได้ยินที่สุดดังขึ้น ต้นว่านจึงลืมตาขึ้นมาอย่างมีความหวังอีกครั้ง ทันทีที่ภาพเบื้องหน้าปรากฎแก่สายตาเธอก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา 'นายมาจริงๆด้วย ซิน...'
ผิดกับอีกคนที่นั่งนิ่งตัวแข็งทื่อไม่ใช่เพราะกลัวหญิงสาวผู้มาเยือน แต่เป็นเพราะหนังศรีษะสัมผัสได้ถึงของบางอย่างที่แข็งๆเหมือนทำจากโลหะจ่ออยู่นั่นเอง
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทมีเพียงเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่ตกหนักอยู่ข้างนอกกับเสียงลมหายใจของผู้คนที่อยู่ในกระท่อมไม้
ต้นว่านรีบวิ่งมายืนหลบอยู่ด้านหลังของร่างสีดำ ตอนนี้เธอตัวสั่นเล็กน้อยถึงแม้ความหวาดกลัวจะหายไปแล้วแต่ด้วยความโล่งใจจึงทำให้เธอแทบจะหมดแรงยืนนั่นเอง ก่อนจะสังเกตุเห็นว่าคนร่างสูงที่มาช่วยเธอนั้นถือปืนอยู่ด้วย 'เขาเอาของแบบนี้มาจากไหนกัน?'
"ว่าไง ไม่เจอกันสี่ปียังเลวเหมือนเดิมเลยนะ" เมื่อนัยน์ตาสีนิลสำรวจดูแล้วว่าต้นว่านไม่เป็นอะไรจึงเอ่ยประโยคทำลายความเงียบขึ้นมา
"...แกนี่เอง นังเด็กเวร" พอรู้แล้วว่าอีกคนเป็นใคร คนตัวใหญ่ก็รีบลุกขึ้นแล้วหันมาประจันหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "เสือกเอาปืนปลอมมาหลอกกู" ร่างใหญ่กำหมัดด้วยความแค้นแล้วเตรียมพุ่งเข้าใส่ร่างสีดำ ต้นว่านหลับตาแล้วจับเสื้อสีดำไว้แน่นเพราะความตกใจกลัว
"เปรี้ยง!!"
สิ้นเสียงดังแหวกอากาศร่างใหญ่ก็ทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับกุมแผลที่ต้นขาขวาไว้แล้วร้องลั่น ต้นว่านมองบาดแผลที่มีเลือดไหลด้วยความตกตะลึง เธอปล่อยมือจากเสื้อยืดสีดำอย่างหมดแรง ผิดกับอีกคนที่ปลดเซฟปืนดังแกร๊กแล้วปล่อยให้ปลอกกระสุนเปล่าร่วงลงบนพื้น
"ปืนปลอม? จำไม่ได้หรือว่าปืนนี้ของใคร?" ร่างสีดำเดินเข้าไปใกล้แล้วมองไอ้เปี๊ยกที่นั่งคุกเข่ากุมแผลอยู่กับพื้นด้วยสายตาเย็นชา "ปืนของลูกพี่แกไง" เขาทำท่าพลิกลำกล้องไปมาเพื่อให้ชายร่างใหญ่เห็นถนัดตา
"ผะ ผมผิดไปแล้ว คะครับ คุณหนู" ชายร่างใหญ่ตัวเล็กลีบลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะอนุภาพของโลหะในมือสาวร่างสูง มันเอนตัวไปด้านหลังแล้วใช้แขนทั้งสองดันตัวเพื่อที่จะถอยหนี
แต่รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนกลับเดินเข้าไปใกล้แล้วส่งแรงเสยเข้าไปที่ปลายคางของชายหนุ่ม ส่งผลให้ร่างใหญ่ล้มนอนไปกับพื้นไม้ ร่างบางยืนตัวแข็งดูการกระทำของซิน เธอแทบจะหมดแรงยืนแล้วตอนนี้ นี่เหรอคือสาวหล่อคนที่เธอรู้จัก?
ในสมองของต้นว่านคิดออกมาเพียงอย่างเดียวคือ 'คนคนนี้น่ากลัว'
ฟันใหญ่ที่กระทบกันอย่างรุนแรงส่งผลให้เลือดสีข้นไหลออกมาตามมุมปากหนา ไอ้เปี๊ยกนอนหงายท้องด้วยสมองที่มึนงงแล้วก็ต้องร้องขอชีวิตลั่น เพราะเห็นสายตาเย็นชาของคนผมดำที่ยืนย้อนแสงไฟในกระท่อมจ้องมองมาที่ตน
"อะ อย่าทำผมเลย ผะผมจะมอบตัว" เสียงแหบละล่ำละลักจนแทบฟังไม่ออกดังไปทั่วกระท่อมไม้ แต่เสียงนั้นกลับเข้าไม่เป็นที่สนใจของคนร่างดำแม้แต่น้อย
"..แกเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่นันท์ต้องตาย" มือขาวที่ถือโลหะหนักสีดำขยับเพื่อเล็งปากกระบอกปืนไปที่ขาซ้าย
ไอ้เปี๊ยกมองตามการเคลื่อนไหวของมือหญิงสาวแล้วก็แหกปากร้องลั่น "อย่ า าา า!!"
"เปรี้ยง!!"
"อ๊า กกก!!"
แทบจะทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นต้นว่านร้องหวีดเบาๆพร้อมกับปิดหูทั้งสองข้างแล้วทรุดตัวลงกับพื้น เธอไม่คิดว่าซินจะทำอะไรถึงขนาดนี้ ถึงแม้ว่าเมื่อกี้เธอเกือบจะถูกคนคนนั้นข่มขืน แต่ทำแบบนี้กับเขา...มันสมควรแล้วหรือ?
"...ครั้งก่อนแกก็เกือบจะฆ่าชั้นด้วย" ซินปลดเซฟอีกครั้งทำให้ปลอกกระสุนเปล่าอีกอันกระเด็นตกลงพื้น "แล้วครั้งนี้...ยังกล้ามาขอชีวิตอีกเหรอ"
"ผะ ผะ ผม ผะ ผิดไปแล้ว" คนที่มีเลือดไหลท่วมขาทั้งสองข้างรีบยันตัวขึ้นมาแล้วพนมมือไหว้เหนือหัวปากพูดละล่ำละลัก "จะ จะให้ ทำอะไรก็ได้ ขอร้องล่ะ"
ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเพียงแผ่วเบาผิดกับสีของดวงตาสีหม่นที่แสดงออกมา "อา ส่วนของชั้นจะอภัยให้ก็ได้" ไอ้เปี๊ยกเงยหน้าขึ้นมองคนด้านบนอย่างมีความหวัง "ขะขอบคุณมากครับ คะคุณซิน"
"ใครใช้ให้แกสะเออะเรียกชื่อชั้น" สิ้นเสียงเย็นรองเท้าสีดำคู่เดิมก็เตะซ้ำเข้าที่เดิมจนร่างหนาล้มหงายไปกับพื้นอีกครั้ง หยดเลือดสีแดงสะบัดกระจายเต็มพื้นไปหมด
"อะ อ๊า กกก" ไอ้เปี๊ยกร้องลั่นเพราะขาข้างซ้ายที่ถูกยิงบัดนี้โดนรองเท้าเปื้อนโคลนคู่เดิมเหยียบย่ำพลางหมุนเท้าไปมา
"แต่เรื่องของคุณว่านยังต้องชำระกันอยู่" ซินมองคนที่ถูกตัวเองเหยียบอยู่ด้วยใบหน้านิ่ง นัยน์ตาสีดำแห่งความมืดมนมองไปยังมือหยาบหนา "มือที่มีไว้ทำเรื่องสกปรกแบบนี้....อย่ามีเลย"
"เปรี้ยง!!"
"อ๊ากกกก!!" ไอ้เปี๊ยกพยายามพลิกตัวหนีแต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะน้ำหนักที่รองเท้าสีดำเหยียบอยู่
ต้นว่านหลับตาแน่นเพราะเสียงที่น่าสะพรึงกลัวทั้งสอง แบบนี้ทำเกินไปแล้วเธอต้องรีบห้ามก่อนที่อะไรจะร้ายแรงมากไปกว่านี้!!
"แกร๊ก" เสียงปลดเซฟดังขึ้นอีกครั้ง คนร่างสูงปล่อยให้ปลอกกระสุนเปล่ากระทบลงพื้นไม้ดังกริ๊กเบาๆ
"คนอย่างแกนี่" ร่างสีดำยกปลายเท้าขึ้นก่อนจะเดินอ้อมไปยืนเบื้องหน้าของคนที่นอนดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด เผยให้เห็นรอยเท้าที่ทำจากเลือดปรากฎอยู่ตามทางที่ร่างสูงเดินไป เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างๆชายหนุ่ม "อยู่ไปก็รกโลก"
สิ้นเสียงเย็นต้นว่านลืมตาแล้วก็เห็นภาพที่เป็นภาพหนึ่งที่เธอจะไม่ลืมเลยไปตลอดชีวิต
ร่างสีดำยืนค้ำหัวของชายหนุ่มร่างใหญ่ที่มีเลือดเปรอะไปตามใบหน้าและลำคอ รวมถึงโลหิตสีแดงที่เต็มตัวจนเหมือนเพิ่งอาบน้ำมา ที่สำคัญมือของคนผมสีนิลได้เลื่อนเอาโลหะสีดำมันวาวไปจ่อไว้ที่กลางหน้าผากของชายหนุ่ม
นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองดวงตาสีดำสนิทจากด้านข้างแล้วก็รู้อีกฝ่ายเอาจริงแน่! หญิงสาวรีบดีดตัวลุกขึ้นไปทั้งๆที่ข้อเท้ายังคงเจ็บปวด ทำให้เธอเสียการทรงตัวและกำลังจะล้มลง
"..ลงนรกไปซะ" ปลายนิ้วชี้เรียวขยับเข้าไปใกล้กับนิ้วโป้งอย่างช้าๆ
"เหวออ อย่า า า า า" ไอ้เปี๊ยกเบิกตาโตกว้างจนแทบจะเห็นแต่ตาขาว เหงื่อกาฬไหลเต็มหน้าจนมันวาวซึ่งตัดกับสีแดงข้นของเลือดอย่างชัดเจน
"ซิน! อย่า!!" ร่างบางถลาเข้าไปจนอีกนิดเดียวจะสัมผัสเสื้อสีดำได้แล้ว ความเจ็บปวดจนเหมือนว่าขากำลังจะหักทำให้เธอตัดสินใจทิ้งตัวเอนล้มลงใส่คนข้างหน้า 'ขอให้ทันทีเถอะ'
"เปรี้ยง!!" เสียงแหวกอากาศดังขึ้นตามด้วยเสียงของลูกตะกั่วที่ทะลุผ่านวัตถุชิ้นหนา "ปุ!!"
...
.....
........
"โครม!" เสียงดังโครมดังขึ้นจากร่างของผู้หญิงสองคนที่กระแทกเข้ากับผนังกระท่อมอย่างแรง ต้นว่านยังคงหลับตาแน่นเพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วหันกลับไปมองที่ชายหนุ่มจะเจอคนหรือเจอศพกันแน่ จนกระทั่งรู้สึกถึงมือนุ่มที่บรรจงลูบผมของเธออย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีเปลือกไม้จึงกล้าเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
คนที่ดูโหดร้ายและเลือดเย็นเมื่อครู่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนจนเหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นแต่อย่างใด หญิงสาวไม่รู้ว่าอะไรทำให้คนตรงหน้าเปลี่ยนแปลงไปได้เร็วขนาดนี้ แต่เธอก็ดีใจที่ได้ซินคนเดิมกลับมา คนผมสีน้ำตาลสวมกอดคนร่างดำอย่างลืมตัว ซินก้มหน้าลงมองคนในอ้อมกอดแล้วโอบแขนทั้งสองไว้แน่นขึ้นและพึมพำเบาๆเพียงเพื่อจะให้คนในอ้อมกอดได้ยิน "...ขอบใจ"
...
....
'ขอบใจ ที่ช่วยดึงชั้นกลับมา'
ความจริงแล้วเส้นสติสัมปชัญญะของเขาขาดผึงตั้งแต่ได้ยินเสียงร้องของหญิงสาว และเมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นคนที่รักเพียงท่อนขาเปลือยโดยมีชายร่างใหญ่คร่อมอยู่ ใบหน้าของเขาร้อนวูบเพราะคิดว่ามาสายเกินไป อากาศที่ชื้นเย็นจากสายฝนและหยดน้ำที่เปียกชุ่มทั้งตัวไม่ได้ช่วยลดความร้อนไปได้เลย แล้วพอมารู้สึกตัวอีกทีก็หลังจากที่ต้นว่านชนเขาจนไปกระแทกกับกำแพงเสียแล้ว ไม่เช่นนั้นป่านนี้เธอคงเป็นฆาตรกรไปแล้วกระมัง
นัยน์ตาสีดำปรายตามองไปที่ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งตาเหลือกค้างมองขึ้นไปยังตำแหน่งที่เธอยืนอยู่เมื่อสักครู่ ซึ่งกระสุนนัดสุดท้ายนั้นได้เฉียดศรีษะของชายหนุ่มไปไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรและทะลุเข้ากับผนังไม้แทน ร่างสีดำสบถออกมาเบาๆเมื่อเห็นของเหลวสีเหลืองใสไหลนองออกมาจากกางเกงยีนส์สีซีด
"เขายังไม่ตายใช่มั้ย?" ต้นว่านที่ยังคงหลับตาปี๋ซุกหน้าไปกับเสื้อสีดำเอ่ยปากขึ้นมาเบาๆ
"....ฮื่อ" ซินตอบรับก่อนที่จะลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาคลุมร่างบางเอาไว้
แล้วเสียงฝีเท้าที่เหยียบแอ่งน้ำและพื้นเปียกจำนวนมากก็ดังขึ้นอยู่ไม่ไกลจากกระท่อมนัก ร่างสูงจึงเดินถือปืนไปใกล้ชายหนุ่มอีกครั้งแล้วจับมือข้างขวาของชายที่หมดสติไปแล้วมาถือปืนเอาไว้ก่อนจะทิ้งลงกับพื้น ซึ่งในตอนแรกต้นว่านก็งงกับการกระทำของคนผมดำ แต่ต่อมาก็เริ่มเข้าใจเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูเข้ามาและทำการแสดงตัว
ซึ่งแน่นอนนายตำรวจทั้งหลายก็ต้องตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้าที่เห็นชายฉกรรจ์นั่งตาเหลือกเหมือนแทบจะสิ้นสติและมีบาดแผลตามตัวหลายแห่งพร้อมกับเลือดสีแดงที่ไหลนองอยู่ทั่วบริเวณ ถ้าไม่ทราบมาก่อนว่าซินคือคนที่ไปแจ้งความและต้นว่านคือเหยื่อที่ถูกลักพาตัวมา พวกเขาคงจะคิดว่าสองคนนี้ร่วมมือกันพยายามฆ่าเป็นแน่แท้ และเมื่อนายตำรวจาสอบถามเรื่องราวต่างๆ ต้นว่านก็เล่าตามความจริงเพียงแต่ไม่ได้พูดว่าปืนนั่นหญิงสาวอีกคนเป็นคนพกมา แต่บอกไปว่าคนผมดำแย่งปืนจากคนร้ายได้และที่ยิงไปก็เพราะป้องกันตัว
แน่นอนคำพูดของเหยื่อที่น่าสงสาร(และแสนสวย)ที่กำลังตัวสั่นเพราะความหนาวจากเสื้อผ้าน้อยนิดประกอบกับขาที่บวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้เรื่องทุกอย่างจบลงที่ว่า เธอถูกลักพาตัวมาและซินตามมาช่วยไว้ได้ทันและเกิดการต่อสู้กันและคนร้ายได้รับบาดเจ็บจากการป้องกันตัวของเหยื่อ แล้วสุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยึดปืนและเงินจำนวนหนึ่งที่พบในช่องลับไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบที่มาและลายนิ้วมือต่อไป
............................................................................................................................................................................
หลังจากนั้นไม่ถึงสิบห้านาทีหญิงสาวทั้งสองก็มาถึงรีสอร์ตอย่างปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งใจของคนหลายคนที่มายืนรับ เพื่อนๆของเขาวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าคนทั้งคู่ปลอดภัยดีแล้วจึงกล่าวชื่นชมราวกับว่าเห็นวีรบุรุษในตำนาน เด็กหนุ่มยิ้มน้อยๆก่อนจะพยายามพาหญิงสาวอีกคนที่เปลี่ยนเป็นใส่เสื้อผ้าที่ชื้นและเปรอะโคลนของเธอแทนขึ้นไปยังห้องพักด้านบนโดยปล่อยเรื่องทั้งหมดให้ลุงรุทธ์และป้าสาจัดการแทน....
ซินเดินไปส่งหญิงสาวที่ห้องของเธอก่อนที่จะกลับไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง เพราะความอ่อนล้าของร่างกายและความเหนื่อยล้าของจิตใจหลายๆเรื่อง หลังเสียงสายน้ำหยุดลงคนผมดำเดินออกจากห้องน้ำอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาสีดำหรี่ลงอย่างงุนงงเพราะเขารู้สึกว่าในหัวมันหนักๆชอบกล ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเริ่มเบลอและทุกอย่างก็เริ่มมืดลง.....
.....
........
เป็นเวลาร่วมยี่สิบนาทีแล้วที่หญิงสาวยังคงใช้ใยสังเคราะห์สำหรับอาบน้ำขัดผิวของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาจนผิวขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเป็นหย่อมๆ สาวสวยยังคงขัดต่อไปพร้อมกับแสดงสีหน้าขยะแขยงเมื่อนึกถึงจุดที่ถูกริมฝีปากหนาและหนวดกร้านสัมผัส พอเริ่มรู้สึกว่าผิวชักเริ่มแสบเกินจะทนไหวแล้วร่างบางจึงหยุดการขัดไว้แต่เพียงเท่านี้แต่ก็ยังคงหยิบน้ำยาฆ่าเชื้อมาล้างออกอีกครั้ง "สะอาดรึยังเนี่ย ให้ไปจูบกับแมลงสาบซะยังจะดีกว่า"
หลังจากหมุนปิดฝักบัวแล้วร่างบางพาตัวเองมายืนที่หน้ากระจกแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา "แดงหมดเลย" สาวสวยมองใบหน้าและลำคอของตัวเองในกระจกเงาที่มีรอยแดงเป็นเปื้อนๆ ปรากฎให้เห็นแต่ถึงผิวที่ขัดจะแสบและใกล้ถลอกอย่างไรความรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงตัวเองในใจไม่ได้หายไปเลย
ต้นว่านรู้สึกขอบคุณเหลือเกินที่คนร่างสูงมาช่วยเธอไว้ได้ทัน เพราะถ้าเธอถูกสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์แบบนั้นกระทำการบัดสีได้สำเร็จถึงภายหลังมันจะไม่ฆ่าเธอทิ้ง แต่เธอนั่นล่ะที่จะฆ่าตัวตายเสียเองเพื่อหนีความบัดซบนั้น
นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองไปยังนาฬิกาไม้แกะสลักที่ประดับอยู่ข้างฝาที่ชี้เข็มสั้นไปที่เลขเก้า 'ป่านนี้คงจะอาบน้ำเสร็จแล้วล่ะมัง' ร่างบางจึงเดินออกจากห้องไปเพื่อที่จะไปกล่าวคำขอบคุณกับคนที่นึกถึง
แต่ทว่าเมื่อเธอมาหยุดลงที่หน้าประตูห้อง หญิงสาวก็พบว่ามันนานเกินไปแล้วที่เธอยืนรอและเคาะประตูทุก3นาทีแต่ก็ไม่มีวี่แววที่ใครจะเปิดประตูหรือร้องตะโกนบอกแต่อย่างใด มือบางจึงตัดสินใจบิดลูกบิดดูก็พบว่ามันยังคงล็อคอยู่
"หรือว่าจะหลับไปแล้ว?" สาวสวยครุ่นคิด มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่าเพิ่งจะแยกกันไม่ถึงยี่สิบนาทีแล้วนี่ก็พึ่งจะสามทุ่มเด็กประถมบางคนยังไม่หลับเลย แต่ถึงว่าจะหลับก็ไม่น่าจะหลับลึกขนาดนี้ "คุณซินคะ?"
เมื่อเสียงที่เปล่งออกไปไร้ซึ่งคำตอบรับ สาวสวยจึงตัดสินใจที่จะกลับห้องของตัวเองถ้าไม่ติดว่าเธอได้ยินเสียงบางอย่างแว่วจากข้างในเหมือนมีใครขว้างอะไรสักอย่างมากระทบประตู "ตุบ"
เมื่อคิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆแล้ว สาวสวยจึงรีบกลับไปที่ห้องตัวเองแล้วโทรลงไปขอกุญแจที่เคาท์เตอร์ ท่ามกลางความแตกตื่นและชลมุนวุ่นวายของพนักงานทั้งหลายไม่ถึงห้านาทีต่อมาประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้นสำเร็จ
ทันทีที่ประตูเปิดออกหญิงสาวร้องอุทานแล้วรีบวิ่งไปประคองร่างที่นอนหมดสติอยู่กับพื้นพรม ป้าสาและลุงรุทธ์ที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็รีบจัดการเรียกรถพยาบาลแทบจะทันที......
..............................................................................................................................................................................
..
.....
........ 'ที่นี่?' เมื่อนัยน์ตาสีดำเปิดกว้างขึ้นมา ซินก็พบว่าเขาอยู่ในสถานที่เขาไม่คุ้นเคยแต่มันกลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยและโหยหาอย่างประหลาด ร่างสูงลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะยันตัวเองขึ้นเพื่อที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า เท้าเปลือยเปล่าเดินสัมผัสลงบนหญ้าสีเขียวทำให้เจ้าตัวรุ้ทันทีว่าที่นี่คือความฝัน เพราะเขาไม่รู้สึกถึงสัมผัสของใบหญ้าเลย คนผมดำพาตัวเองเดินไปตามทางเรื่อยๆจนกระทั่งเจอทุ่งดอกไม้สีขาว เมื่อนัยน์ตาสีนิลมองเห็นร่างของใครบางคนยืนอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้สีขาว ร่างสูงยิ้มออกมาก่อนจะรีบวิ่งไปหาร่างบางที่ยืนรอเขาอยู่แล้ว
"พี่นันท์" ซินวิ่งเข้าไปหาและทำท่าจะกอดสาวสวยร่างบางแต่ก็หยุดไว้แค่นั้น เพราะกลัวว่าจะวิ่งทะลุผ่านตัวหญิงสาวไปจูบกับพื้นดินแทน สาวสวยคนนั้นหัวเราะออกมาเสียงใสก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาใกล้คนร่างสูงแทน
"ยังขี้ระแวงเหมือนเดิมเลย" คนผมหยักโศกยิ้มแล้วยื่นมือออกมาข้างหน้า "ลองสัมผัสพี่ดูสิ?"
นัยน์ตาสีนิลมองไปที่ข้อมือขาวก่อนที่จะยื่นมือของตัวเองออกไปรับสัมผัสเบาๆ สัมผัสที่อุ่นและนุ่มทำให้เขาแปลกใจไม่น้อยเพราะคิดว่าสัมผัสที่ได้มันควรจะเย็นเฉียบและแข็งมิใช่หรือ
"ฮิฮิ ทำไม? กลัวพี่เหรอ" คนร่างบางมองหน้าน้องสาวด้วยรอยยิ้มหวานแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสปลายผมของคนสีดำอย่างแผ่วเบา ตอนนี้เด็กสาวเมื่อสีปีก่อนสูงกว่าเธอราวสิบเซนต์ได้มั้ง
ซินจับมือของพี่สาวไว้แล้วออกแรงดึงเข้าหาตัวเอง เขากอดพี่สาวที่รักไว้แน่นแล้วพูดออกมาเพียงแค่สองคำ "คิดถึง" นันท์หลับตาลงแล้วซบใบหน้าลงกับบ่าสูง "พี่ก็เหมือนกัน"
"สี่ปีที่ผ่านมา ทำไมไม่มาหาซินเลย" ร่างสูงซบใบหน้าอาบน้ำตากับผมสีน้ำตาลสายไหม "ซินคิดถึงพี่นันท์มากเลยรู้มั้ย"
"ขอโทษ" ร่างบางกอดรับความรู้สึกของน้องสาวต่างสายเลือดเช่นกัน "พี่อยากให้เธอลืมพี่เสียที"
"...มันจะไม่มีวันนั้น"
นันท์ยิ้มบางๆแล้วส่ายหัวไปมาเบาๆในความดื้อด้านของน้องสาวเธอที่ไม่ว่ากี่ปีก็ไม่เปลื่ยนแปลง.......
.....
.......
"ท้องฟ้าที่นี่มีแต่สีขาว" ซินวาดมือไปในท้องฟ้ากว้าง
"ก็เพราะว่าที่นี่คือความฝันน่ะสิ" นันท์บรรจงลูบผมสีดำนุ่มของคนที่นอนเล่นอยู่บนตักของเธอ
"ถ้าเป็นอย่างนั้นซินไม่อยากตื่นเลย" มือขาวที่วาดอากาศเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเอื้อมไปสัมผัสแก้มนวลของอีกคนแทน
"แน่ใจหรือ ไม่คิดถึงใครทางนั้นหรือ?"
'คนทางนั้น....ใครกัน' เจ้าของคิ้วสีดำเข้มหลับตาลงเพราะพยายามนึกถึงใครบางคนที่เหมือนจะลืมแต่ก็ยังไม่ลืมเพียงแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร
'ซิน' ใครกัน ? ใครกำลังเรียกชื่อชั้น ?
เด็กสาวมองหน้าพี่สาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ซึ่งนันท์ก็ทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้ "ซิน พี่มาลาเธอ"
"พี่นันท์จะไปไหน" คนร่างสูงผุดลุกขึ้นมานั่งแล้วคว้ามือทั้งสองเอาไว้ "ซินไม่ให้พี่นันท์ไปไหนอีกแล้ว"
คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเมื่อคนสวยทำแค่เพียงส่ายหน้าไปมา "พอได้แล้วซิน เธอทำให้พี่มีห่วง"
"เพราะเธอทำตัวเหมือนไว้ทุกข์ถึงทำให้พี่เป็นทุกข์ และเพราะพี่ห่วงเธอถึงทำให้พี่ไม่สามารถไปไหนได้" ซินปล่อยมือบางแล้วก้มหน้าอย่างเศร้าสร้อย เขากำเสื้อเชิ๊ตที่แม้แต่ในฝันก็ยังคงเป็นสีดำไว้แน่น "ซินแค่...ไม่อยากลืม"
ปลายนิ้วเรียวจิ้มเข้าที่กลางหน้าผากของคนใส่แว่นอย่างแรง ทำให้เจ้าตัวถอยหลังแล้วร้องเสียงหลง "โอ๊ย อะไรเนี่ย!"
"ไม่ต้องมา โอ๊ย อะไรเนี่ย หรอกย่ะ" สาวสวยผมหยักโศกทำหน้าดุพลางท้าวเอว "ชั้นเบื่อที่จะคอยเลี้ยงดูเด็กดื้อๆแบบเธอแล้วนะยะ"
"รีบๆปล่อยชั้นไปเกิดใหม่ซะทีจะได้มีคู่กับเขามั่ง" ประโยคประชดแบบงอนๆที่เป็นเอกลักษณ์ของสาวสวยทำให้คนผมดำยิ้มออกมาได้
เขาจับมือทั้งสองของเธอไว้อีกครั้งแล้วมองสบตาอีกฝ่ายเป็นเวลาเนิ่นนาน ".....พี่นันท์"
"....ถึงตายแล้วก็โดนปล้ำได้นะ" สิ้นประโยคคนผมดำก็รีบวิ่งหลบฝ่ามือสวยเป็นพัลวัน "เจ้าเด็กทะลึ่ง!! เจ้าเด็กลามก!!"
'ซิน' ร่างสีดำหยุดชะงัก ใครเรียกชื่อเขาอีกแล้ว? เสียงช่างคุ้นหูเหลือเกิน
"ซิน ได้เวลาแล้ว" คนผมหยักโศกเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าที่อยู่ๆก็มีแสงสว่างขึ้นมาเป็นสาย "พี่ต้องไปแล้วล่ะ" ขาดคำแสงสีขาวนวลก็สว่างขึ้นรอบๆตัวหญิงสาวและดูเหมือนว่าเธอกำลังจะจางลงไป
"พี่นันท์ ซินไปด้วย!!" เขาวิ่งเข้าไปคว้ามือข้างหนึ่งของพี่สาวเอาไว้แต่กลับรู้สึกร้อนวูบที่มืออีกข้าง "พี่นันท์!! พี่นันท์อย่าไป!!"
เมื่อเขาออกแรงจะวิ่งตามพี่สาวไปแต่กลับรู้สึกว่ามือข้างที่ร้อนนั้นกำลังฉุดดึงเขาไว้ไม่ให้ไปไหนได้ แต่พี่สาวของเขากำลังจะหายไปแล้ว! แต่อย่างน้อยสิ่งที่เขาพอจะทำได้ตอนนี้....
"พี่นันท์!!!! ซินรักพี่!!"
สาวสวยที่เกือบจะโปร่งแสงยิ้ม แล้วเดินเข้ามาใกล้เขา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งปลายจมูกของทั้งสองสัมผัสกัน ซินหลับตารับสัมผัสนุ่มนวลครั้งสุดท้ายก่อนที่ริมฝีปากนุ่มของอีกฝ่ายจะถอนออกอย่างช้าๆ
"พี่ก็รักเธอ...ขอให้มีความสุขนะซิน สักวันเราคงได้เจอกันอีก" นันท์ยิ้มให้คนรักทั้งน้ำตา แล้วแสงจากบนฟ้านั้นก็สว่างจนแสบตาจนเห็นทุกอย่างเป็นสีขาวโพลนจนเขาต้องปิดตาเอาไว้แน่น....
....
......
.........
นัยน์ตาสีนิลเปิดกว้างขึ้นเพราะแสงสว่างในยามเช้าลอดผ่านม่านบางเข้ามาแยงตา ซินมองไปรอบๆห้องก็พอจะเดาได้ว่านี่คือโรงพยาบาล เขาขยับตัวน้อยๆเพื่อที่จะเอื้อมมือไปหยิบแว่นที่โต๊ะข้างหัวเตียงแต่กลับรู้สึกหนักๆที่มือขวา เมื่อมองลงไปก็พบว่าเป็นคนผมสีน้ำตาลอ่อนนี่เองที่นอนกุมมือของเขาไว้ 'ถ้าอย่างนั้นสัมผัสอุ่นๆที่มือในฝันก็คือเธอสินะต้นว่าน?'
คนร่างสูงมองคนสวยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่เนิ่นนานและไม่มีท่าทีว่าคนข้างๆจะตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด ซินยิ้มออกมาบางๆก่อนจะยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมาเพื่อที่จะลูบสัมผัสเรือนผมสวยของอีกคน ทว่า....
มีกลีบดอกไม้สีขาวกลีบหนึ่งที่ไม่รู้ที่มาว่ามาอยู่ในมือของเขาได้อย่างไร คนผมดำมองกลีบดอกไม้นั้นแล้วก็หยดน้ำใสก็รินออกมาโดยไม่รู้ตัว หยดน้ำร่วงลงมาสัมผัสกลีบดอกไม้ขาวดูเหมือนหยาดน้ำค้างในยามเช้า เขาก้มลงจูบสัมผัสกลีบดอกไม้นั้นอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะเอามาแนบไว้ที่บริเวณหน้าอกข้างซ้าย 'พี่นันท์มาหาซินจริงๆด้วยสินะ'
เขาเลื่อนหมอนมาวางพิงหลังก่อนที่จะทอดสายตาออกไปบนฟ้ากว้าง ป่านนี้พี่สาวสุดที่รักของเขาคงจะมีความสุขบนสรวงสวรรค์แล้วสินะ 'ขอให้มีความสุขเช่นกันนะ..พี่นันท์'
................................................................................................................................................................................
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงต้นว่านตื่นขึ้นมาเพราะเสียงจิ๊บๆของนกตัวน้อยที่เริ่มออกหากิน เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาภาพแรกที่เห็นก็คือคนผมดำที่นอนพิงหมอนมองมาที่เธอด้วยสายตาที่มากด้วยความหมายเหลือเกิน จนหญิงสาวต้องหลบสายตาเพราะว่าใบหน้าที่ร้อนวูบวาบขึ้นมาในทันที
"ตื่นแล้วหรอฮะ" ซินมองสาวสวยที่หลบตาตัวเองแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
"อะ ค่ะ" หญิงสาวพยักหน้าและรับคำอย่างประหม่าก่อนที่เธอจะนึกอะไรขึ้นได้แล้วรีบลุกขึ้นทาบมือนุ่มเข้ากับหน้าผากของอีกคน "ตัวไม่ค่อยร้อนแล้วนะคะ"
ซินถือโอกาสสำรวจใบหน้าสวยอย่างใกล้ชิดแล้วยกมือขึ้นมาวางทับมือนุ่มของอีกฝ่ายที่วางทาบหน้าผากของตนอยู่ "เมื่อคืนอาการผมแย่มากเลยหรอฮะ"
"เล่นเอาวิ่งวุ่นกันไปทั้งรีสอร์ตเลยล่ะค่ะ" หญิงสาวชักมือกลับอย่างช้าๆเพราะความรู้สึกร้อนวูบวาบเล่นงานเธออีกแล้ว "ทุกคนตกใจมากเมื่อตอนที่พบคุณนอนอยู่กับพื้นห้อง"
คนร่างสูงพยักหน้าเบาๆเพราะสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้ก็คือทุกอย่างที่เริ่มจะดับมืดลงเท่านั้น
"คุณหมอบอกว่าคุณเป็นไข้หวัดธรรมดาเพียงแต่ว่าร่างกายอ่อนเพลียมากๆเท่านั้นเอง" หญิงสาวมองใบหน้าคมที่ตอนนี้เริ่มมีเลือดฝาดให้เห็นผิดกับใบหน้าขาวซีดเมื่อคืนแล้วก็เอ่ยออกมา "ดีนะที่คุณยังพอมีแรงโยนของไปกระแทกประตูชั้นถึงได้มาพบเข้า"
"โยนของ? ผมเนี่ยนะ" ปลายคิ้วเข้มขมวดอย่างใช้ความคิด ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็นึกออกแค่ว่าภาพสุดท้ายคือพื้นที่เอียงลงและความมืดที่ครอบงำ หญิงสาวหน้าซีดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นคนผมดำส่ายหน้าไปมาแล้วกล่าวยืนยัน "ผมจะโยนของได้ไงในเมื่อผมหมดสติไปแล้วและก็เพิ่งรู้สึกตัวเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมานี้เอง"
หญิงสาวพยายามยิ้มฝืนๆออกมาทั้งที่แผ่นหลังของเธอเย็นวาบ ก็ตั้งแต่มาอยู่รีสอร์ตนี้ก็มักจะมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นกับเธอเสมอ ยังไม่รวมกับความฝันเมื่อคืนที่มีผู้หญิงผมหยักโศกสวยคนหนึ่งมาหาเธอและพูดอะไรสักอย่างที่เธอจำไม่ได้ แต่รู้สึกว่าฝากฝังใครสักคนไว้กับเธอเท่านั้นเอง
"งะ งั้นก็ช่างมันเถอะ คุณซินไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว"
ซินมองใบหน้าที่เมื่อสักครู่ยังเป็นสีแดงระเรื่อแต่บัดนี้เปลี่ยนมาเป็นสีซีดจนเกือบจะขาวแล้ว และนัยน์ตาสีนิลก็ไปสะดุดเข้ากับรอยปื้นแดงที่ตัดกับผิวขาวอย่างชัดเจน
"รอยอะไร? ทำไมหน้าคุณเป็นรอยถลอกแบบนี้ล่ะ" ใบหน้าคมยื่นเข้าไปใกล้เรือนหน้าขาวเพราะว่าเขาไม่ได้ใส่แว่นตาจึงเห็นอะไรไม่ถนัดนัก ผิดกับอีกคนที่สะดุ้งน้อยๆแต่จะถอยหนีก็ไม่ได้เพราะมันจะเหมือนว่ารู้สึกไม่ดีกับเขา
"มะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ....ก็แค่แมลงกัดต่อย" ต้นว่านเอื้อมมือจะไปสัมผัสรอยปื้นแดงที่ลำคอตัวเองแต่ก็ชะงักไว้เพราะความรู้สึกขยะแขยงเหลือจะทานทน และแน่นอนการแสดงอาการรังเกียจแบบปิดไม่มิดของหญิงสาวมีหรือจะรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
"ฝีมือมันรึ?" ปลายคิ้วเข้มขมวดเป็นปมอีกครั้งพร้อมกับดวงตาสีนิลที่ทอประกายเพราะอารมณ์โกรธ ว่านมองดวงตานั้นแล้วให้นึกหวาดหวั่นถึงเรื่องเมื่อคืน "ไม่เป็นไรค่ะ คุณซิน..เรื่องมันผ่านมาแล้ว"
"ขอโทษที่ไปช่วยคุณช้าไป" ปลายนิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับรอยผื่นแดงที่แก้มใสของอีกคนอย่างแผ่วเบา ต้นว่านสบสายตากับดวงตาสีนิลที่ความดุร้ายในแววตาลดลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วก็ยิ้มออกมาบางๆและส่ายหน้าไปมา
"ชั้นต่างหากที่ต้องขอโทษ" หญิงสาวก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด 'เพราะชั้นที่ทำให้คุณเกือบเป็นฆาตกร'
"คุณว่าน" น้ำเสียงจริงจังของคนบนเตียงขาวดังขึ้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าคม "ถ้ารอยนั้นซินเป็นคนทำ...คุณจะรังเกียจไหม?"
ร่างบางนิ่งไปเกือบนาทีก่อนจะเลิกคิ้วสูงแล้วถามซ้ำด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "อะ อะไรนะคะ คุณซินหมายความว่ายังไง"
"ผมหมายความตามที่พูด" นัยน์ตาสีนิลมองไปที่ปลายนิ้วของตัวเองที่ยังคงลูบร่องรอยแห่งความอัปยศนั่นโดยไม่สนใจอาการร้อนๆหนาวๆของร่างบางแม้แต่น้อย "คุณจะรังเกียจซินมั้ย?"
"เอ่อ" ต้นว่านใบหน้าแดงระเรื่อจะมองหน้าคู่สนทนาก็ไม่กล้าจึงได้แต่นิ่งเงียบงันแบบนั้น ก็จะให้เธอตอบยังไงเล่า! ถ้าบอกว่าไม่รังเกียจก็แสดงว่าเธอมีใจน่ะสิ!! แต่ถ้าบอกว่ารังเกียจมันก็ไม่จริงอีกนั่นล่ะ แล้วถ้าบอกว่าไม่รู้สึกอะไรก็ยิ่งเข้าไปใหญ่เลย เขาต้องรู้แน่นอนว่าเธอโกหกคำโต
ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าต้นว่านต้องไม่ตอบและเขาก็รู้อีกเช่นกันว่าเธอไม่รังเกียจเขาแน่ไม่เช่นนั้นคงจะปัดมือออกไปนานแล้ว นัยน์ตาสีดำมองสบตาดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้คล้ายกับว่าจะขออนุญาตอะไรบางอย่าง...
ใบหน้าคมเคลื่อนเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ จนหญิงสาวต้องปิดตาแน่นเพราะความตื่นเต้น ตอนนี้เธอได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเองที่ดังจนไม่มีสมาธิมากพอที่จะคิดอะไรอีกแล้ว กระทั่งใบหน้าร้อนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่สัมผัสแก้มร้อนของเธออย่างแผ่วเบา ตามด้วยสัมผัสนุ่มของริมฝีปากบางที่บรรจงกดลงมาอย่างช้าๆ
สาวสวยสั่นสะท้าน ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยถูกหอมแก้มเพียงแต่ว่าไม่มีจูบครั้งใดที่ให้ความรู้สึกเหมือนครั้งนี้ ทั้งหอมหวานและเสียววูบวาบไปทั่วทั้งตัว รวมถึงสัมผัสที่ชวนให้จั๊กจี้ของขนตาที่ยาวเป็นแพซึ่งค่อยๆเลื่อนตามโครงหน้าลงมาที่ซอกคอขาว จมูกโด่งสัมผัสกับรอยปื้นแดงก่อนที่จะตามด้วยริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่จูบสัมผัสอย่างบางเบาก่อนที่จะเพิ่มแรงกดสัมผัสขึ้นไปตามลำดับ ต้นว่านกำผ้าคลุมเตียงสีขาวที่สกรีนลายสีเขียวของโรงพยาบาลอย่างลืมตัวจนกระทั่ง......
"เคร้ง!!" เสียงภาชนะบางอย่างที่ทำด้วยสแตนเลสกระทบพื้นหินอ่อนดังไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลที่เน้นความเงียบแบบนี้ ร่างบางที่เพิ่งจะรู้สึกตัวรีบลุกขึ้นแล้วเดินเบี่ยงเข้าห้องน้ำปิดประตูไป ซึ่งผิดกับอีกคนที่ขมวดคิ้วแล้วมองไปที่หน้าประตูห้องอย่างรู้สึกขัดใจ
"ขอโทษฮะ คุณพยาบาล ช่วยเก็บให้ฮะ ขอโทษนะฮะ" เอ๋รีบก้มลงเก็บช้อนโลหะแล้วยื่นให้พยาบาลสาวอย่างลนลาน โดยมีคนร่างสูงส่ายหัวไปมาอยู่ข้างๆ "ไอ้บ้าเอ้ย เสียงดังไปถึงไหนต่อไหน"
"ก็เมื่อกี้...." คนผมสีทรายหันไปทำสีหน้าแปลกๆใส่เพื่อนรัก ซึ่งกรีย์ก็ส่งสายตาดุๆตอบกลับมาเขาจึงเงียบและไม่พูดอะไรต่อไป กรีย์จึงเคาะประตูเบาๆ แล้วบิดลูกบิดประตูเปิดเข้าไป
คนในห้องหยิบแว่นใสขึ้นมาใส่ก่อนที่จะตีสีหน้าเรียบต้อนรับเพื่อนรักทั้งสอง "ว่าไง"
"แกนั่นแหล่ะเป็นยังไง" คนร่างสูงเดินเข้ามาหาเพื่อนรักแล้วนั่งลงที่ข้างเตียง "อาการย่ำแย่เชียวนะแกเมื่อคืน"
"เออ ไม่เป็นไรแล้ว....แล้วแกเป็นอะไรไอ้เอ๋" ซินมองเพื่อนรักผมสีทรายที่ทำหน้าประหลาดๆแล้วเดินวนไปมาอยู่บริเวณหน้าประตูห้องน้ำ
"อะเอ้อ ไม่มีไร แค่จะล้างมือ"
"คุณว่านอยู่ในห้องน้ำ"
"เออ เอ้อ รู้แล้ว" เอ๋เดินทำหน้าเหร๋อหรามานั่งที่โซฟาสำหรับคนเฝ้าไข้แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมานั่งอ่านทว่า
"....หนังสือพิมพ์กลับหัว" กรีย์มองอาการส่อพิรุธของเพื่อนแล้วก็เดินเข้าไปตบหัวเรียกสติซะหนึ่งที ซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนไข้บนเตียงได้อย่างดี
เอ๋นั่งมองเพื่อนรักที่หัวเราะตัวเองอย่างสนุกสนานแล้วก็ฝืนยิ้มแหยๆ ก็เขาเพิ่งจะเห็นเพื่อนรักเล่นหนังสดแบบจะจะไปเมื่อสักครู่นี่เอง 'มันเป็นแฟนกับน้องจูนอะไรนั่นนี่หว่า ถึงจะเป็นแค่การแสดงบังหน้าก็เถอะ'
'แล้วถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้ล่ะ? ถ้าเป็นส่วนหนึ่งในแผนการอย่างน้อยก็น่าจะบอกกันมั่งนี่หว่า' แล้วคนผมสีทรายก็ยังคงนั่งขบคิดกับปัญหาที่ตัวเองไม่มีทางแก้ออกต่อไป
...
....
เสียงวักน้ำดังจากอ่างล้างหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ต้นว่านมองใบหน้าเปียกน้ำของตัวเองแล้วก็ถอนหายใจ ไม่ว่าเธอจะเอาน้ำเย็นมาลดอุณหภูมิบนใบหน้าเท่าไร ความร้อนจนเห็นทั่วทั้งหน้าเป็นสีแดงก็ไม่ได้ลดลงไปเลย นัยน์ตาสีน้ำตาลเปลือกไม้มองไปที่รอยแดงบนซอกคอขาวแล้วก็ลูบมันเบาๆและเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ตอนนี้ความรู้สึกรังเกียจรอยปื้นแดงนี้หายไปแล้วคงเหลือไว้เพียงสัมผัสอ่อนโยนและหอมหวานของคนผมดำเท่านั้น
จนกระทั่งสาวสวยนึกอะไรขึ้นมาได้ นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองภาพสะท้อนเงาของตัวเองในกระจกที่มีรอยปื้นสีแดงอย่างชัดเจนแล้วก็ร้องคราง "แล้วชั้นจะออกจากห้องน้ำได้ยังไงล่ะเนี่ย!!"
จบตอน 22