เซซาเร่ View my profile

Recommend

เสียงปิดประตูบ้านดังขึ้นเสียงดังกว่าปกติแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ปิดคงจะรีบร้อนจนผิดวิสัย จนผู้เป็นแม่ต้องเอะใจเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งไวๆขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้าน
"ลี ลูกไม่กินข้าวเหรอจ๊ะ เป็นอะไรรึเปล่าลูก" คุณรวีแม่บ้านยังสาวเดินเข้าไปใกล้หัวบันไดก่อนที่จะตะโกนถามลูกสาวเสียงดัง
"เดี๋ยวทานค่ะ คุณพ่อคุณแม่ทานกันไปก่อนเลยค่ะ หนูขอเคลียร์รายงานกับการบ้านก่อน" คำตอบเสียงดังจากห้องของลูกสาว ทำให้ผู้เป็นแม่อดเป็นห่วงไม่ได้ลูกชั้นเรียนหนักขนาดนี้เชียวรึนี่
"ลีลูก งานมันเร่งขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ ไว้ค่อยทำหลังกินข้าวอาบน้ำก็ได้นี่จ๊ะ" 
"ขอโทษค่ะ คุณแม่ หนูไม่มีเวลาจริงๆค่ะ"
"จ๊ะๆ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแม่จะเอาข้าวเย็นขึ้นไปให้ก็แล้วกันนะจ๊ะ"
"ขอบคุณนะคะคุณแม่"
"เฮ้อ" คุณแม่ยังสาวถอนหาย ก่อนที่จะเดินเข้ามาในห้องครัวที่มีคุณพ่อบ้านนั่งกางหนังสือพิมพ์อ่านรออยู่ก่อนแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจดังๆของภรรยา
"วันนี้ก็ไม่ลงมากินรึ" คุณพ่อพูดพลางพับหนังสือพิมพ์กลับดังเดิม "ช่วงนี้คงจะใกล้สอบละมั้ง"
"เฮ้อ หมู่นี้กลับมาก็รีบขึ้นไปทำการบ้าน ตื่นแต่เช้าตรู่รีบไปโรงเรียน ชั้นกลัวลูกเครียดจังเลยค่ะคุณ" คุณแม่ถอนหายใจด้วยความเป็นห่วงลูกสาว หล่อนเอามือแตะแก้มตัวเองเบาๆ มันเป็นท่าที่ทำให้สามีรู้ว่าเธอกังวลใจจริงๆ
"เอาน่าคุณ ไว้วันหยุดนี้เราพาลูกไปพักผ่อนหน่อยก็แล้วกันนะ" สามีกุมมือภรรยาที่รักอย่างปลอบใจ เขาก็เป็นห่วงลูกสาวไม่แพ้กันแต่สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ก็คือการคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังนั่นเอง
"ค่ะคุณ ถ้าอย่างนั้นตักข้าวเลยก็แล้วกันนะคะ" ภรรยาสาวยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นตรงไปยังหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล
หลังจากที่สาวสวยสนทนาสั้นๆกับมารดาเสร็จ เธอรีบกางสมุด หนังสืออ้างอิง ตำราต่างๆเพื่อที่จะรีบทำรายงานให้เสร็จ ปัดโธ่แค่เลิกเรียนก็เกือบห้าโมงเย็นแล้วเดินทางมาถึงบ้านก็เกือบทุ่ม ให้ตายเถอะทำไมพระอาทิตย์ถึงลับขอบฟ้าไวนักนะ!
เสียงคลิ๊กในคอมพิวเตอร์ สลับกับเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ด และเสียงโลหะที่เขียนลงไปบนกระดาษดังต่อเนื่องจนกระทั่ง......
"ไฮ วันนี้ชั้นก็มาอีกแล้ว " ปากกาในมือบางร่วงตกกระทบบนพื้นกระเบื้อง สาวสวยดวงตาเบิกกว้างอยู่ด้านหลังกรอบแว่นใส เหงื่อพรายผุดขึ้นมาที่ขมับบางๆ .........เวลาของเธอในวันนี้จบลงแล้วสินะ
.....
.........
"ฮ๊า ฮ๊า หย....หยุดก่อ น น" เสียงอ่อนแรงร้องกระเสร่าออกมาพร้อมกับเสียงลมหายใจที่ขาดห้วง ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าเจ้าของเสียงร้องแสนหวานนี่คงจะทรมานน่าดู
"ลิ ลิเรีย ขอร้องล่ะ วันนี้....ไม่ได้จริงๆ" หญิงสาวเอ่ยปากพูดออกมาเป็นคำได้อย่างยากเย็น เวลาแบบนี้ปกติควรจะหลุดออกมาแต่เสียงครวญครางไม่ได้ศัพท์เสียมากกว่า
"ลิเรียไม่สนใจ ก็ลิเรียมาหาลีได้เฉพาะในเวลานี้นี่ ลีนั่นละเลิกเขียนเลิกจิ้มแป้นอะไรก็ไม่รู้สักที!!" ตอนนี้ร่างของปีศาจสาวนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ ซึ่งลีก็อยู่บนเก้าอี้ แต่เป็นเก้าอี้นั่นก็คือร่างกายของปีศาจสาวนั่นเอง
นัยน์ตาสีทองมองติ่งหูสีขาวที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างนึกสนุก เธอเอื้อมมือเข้ามารั้งปลายคางของอีกคนให้เข้าใกล้ เพื่อที่ติ่งหูน้อยๆจะได้รับการลิ้มรสจากกลิ้นอุ่น
"อะ" หญิงสาวที่ถูกกระทำหรี่ตาอย่างยากเย็น เธอไม่อาจจะพิมพ์รายงานต่อได้ด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา ก่อนที่เธอจะตัดสินใจที่จะกดเซฟงานเพราะการรุกรานจากเก้าอี้มีชีวิตมันหนักเกินที่จะต้านทานได้แล้ว
เส้นผมสีดำยาวของเธอถูกรวบมาพาดไว้ที่ซอกคอของปีศาจสาวเพื่อที่อีกคนจะได้ลิ้มรสลำคอขาวนวลได้ง่ายขึ้น "หอมจังเลยลี เปลี่ยนยี่ห้อแชมพูเหรอ ชั้นชอบนะกลิ่นนี้"
".......ยั ย โรคจิต ชั้นจะไม่ใช้...แชมพูยี่ห้อนี่อีก...แล้..ว" คนพูดสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือเรียวของปีศาจสาวพาดลงมาที่หน้าตักของเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจเข้าทางปากเธอรู้สึกต้องการอ๊อกซิเจนมากมายเหลือเกินเมื่อตอนที่ปลายนิ้วอุ่นนั่นลุกล้ำต่ำลงมา
"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ลิเรียไม่เรื่องมาก ยี่ห้อไหนก็ดีทั้งนั้นล่ะ"  ปีศาจสาวขยับข้อมือเพื่อให้คนที่นั่งตักหันกลับมาเผชิญหน้ากับตัวเอง ก่อนที่ริมฝีปากงามจะถูกครอบครองเพราะว่าเธอไม่ต้องการที่จะได้ยินคำตอบจากสาวสวยแต่อย่างใด......
.....
.........
"ไปแล้วนะจ๊ะ ที่รัก ลิเรียต้องไปล่าเหยื่ออีกหมู่นี้น้องๆกินจุมากเลย " ปีศาจสาวแสนสวยไม่พูดเปล่าเธอหยิบถุงใส่กระป๋องที่น่าจะมีกระป๋องเกิน 20ใบเสียงดังก๊องแก๊ง "เดี๋ยวพรุ่งนี้ลิเรียจะมาหาอีกน๊า"
ลิเรียเดินเข้ามาหอมแก้มคนที่นอนหอบอย่างหมดสภาพบนเตียง ก่อนที่จะห่มผ้าห่มอุ่นให้อย่างเบามือ หล่อนยิ้มอย่างสุขใจจากนั้นจึงกระโดดออกไปกางปีกกว้างบนท้องฟ้าสีรัตติกาล "ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ ที่รัก "
ดวงตาสีอ่อนหรี่ขึ้นมาอย่างยากลำบาก "ปัดโธ่ รายงานไม่เสร็จอีกแล้ว..." แล้วหล่อนก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน..
ในเช้าตรู่เช้าเสียจนขนาดที่พระเณรที่ออกบิณฑบาตยังไม่ทันกลับวัดกันเลยด้วยซ้ำ เสียงประตูบ้านปิดลงท่ามกลางความเงียบสงัดในยามเช้า หญิงสาววิ่งฝ่าหมอกหนาในยามรุ่งอรุณ "ไปแล้วนะค๊า พ่อแม่"
"ฮือๆ ลูกชั้น" คุณรวีพิงขอบประตูหล่อนสอดสายตามองแผ่นหลังของลูกรักที่จางหายไปกับสายหมอก สามีสุดที่รักเดินเข้ามากอดไหล่หล่อนไว้เล็กน้อยเขาปลอบใจหล่อนด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อสอบเสร็จทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม
.....
........
"ว้าย ไอ้ลี ทำไมตาแกคล้ำเป็นแพนด้าแบบนี้" เพื่อนสาวที่เพิ่งมาถึงโรงเรียนเธอตกใจเมื่อวางกระเป๋าสะพายลงข้างๆโต๊ะหมีแพนด้าตัวเมีย "นี่แกไปทำอะไรมาเนี่ย"
"อือ ไม่มีอะไรชั้นทำรายงานยังไม่เสร็จเลยเร่งทำ" หญิงสาวที่ใส่แว่นตอบเพื่อนไปพลางเคี้ยวขนมปังไป อีกมือข้างหนึ่งของเธอกำลังเปิดตำราอ้างอิงก่อนที่จะใช้ดินสอขีดบางๆ
"เอ่อ อ่า หมู่นี้แกมาทำรายงานที่โรงเรียนแต่เช้าเลยเหรอนี่" เด็กสาวนั่งลงแล้วมองมาที่เพื่อนอย่างพิจารณา สภาพของกระจัดกระจายบนโต๊ะแสดงว่าคงมีการใช้งานมันมานานหลายชั่วโมงแล้ว
"อืม ขอชั้นเร่งทำก่อนนะ"
"อือๆ" เมื่อได้ยินอีกคนพูดดักทางไว้ หล่อนจึงเงียบแล้วหยิบอุปกรณ์การเรียนขึ้นมาจัดไว้บนโต๊ะแทน
เวลาแบบนี้ลีต้องการความเงียบอย่างสุด หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมาอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินเสียงฮือฮาเล็กๆดังมาจากด้านหน้าและด้านหลังห้อง
"เอ๋ นั่นใครน่ะ นักศึกษาแลกเปลี่ยนเหรอ" เพื่อนสาวของเธอพึมพัมออกมาเมื่อเห็นคนที่มีสีผมและสีผิวต่างจากคนทั่วไป
หญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องเธอมีเรือนผมสีเงินเป็นเงางามถูกรวบเอาไว้เป็นหางม้า กระนั้นปลายหางม้าก็ยังคงยาวไปถึงกลางหลัง ดวงตาสีเทาอ่อนนั่นยากจะหยั่งถึงเสียจริง รูปร่างบอบบางอรชรแต่แลดูแข็งแรง ผิวขาวสีชมพูแบบที่ผู้หญิงในยุโรปควรจะเป็น ทำให้เธอเด่นพอดู หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง หล่อนยืนใบหน้านิ่งอย่างไม่แสดงความรู้สึกใดๆกับเสียงอื้ออึงที่เกิดขึ้นจากตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
ลีเพิ่งสังเกตุว่าคนที่อยู่ข้างๆหล่อนคืออาจารย์ที่ปรึกษาคณะนี่เอง
"นี่คือ รินารี่  ฟอร์เลนซ์ เขาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมจากอิตาลี่ และพูดภาษาไทยได้บ้าง"
เมื่ออาจารย์พยักหน้าแล้วผายมือให้อีกคน หญิงสาวที่มาจากอิตาลี่จึงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้คนร่วมห้องเห็นใบหน้าเธอได้ชัดขึ้น ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเปร่งๆว่า
"ฉันชื่อรินารี่ ฟอรเลนซ์ มีความสนใจในวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก จึงเริ่มเรียนภาษาไทยและมาศึกษาต่อที่นี่ หากมีอะไรที่ฉันควรจะรู้โปรดแนะนำด้วยนะคะ"
สาวสวยต่างชาติผงกศรีษะก่อนที่จะได้รับเสียงปรบมือเป็นล้นพ้นจากเพื่อนร่วมห้อง หล่อนเงยหน้าขึ้นมาอมยิ้มน้อยๆ ก่อนที่อาจารย์จะบอกให้หล่อนไปหาที่ว่างนั่ง
ขณะที่ร่างสูงของชาวคอเคซอยด์(ผิวขาว)เดินเข้ามาใกล้เขตที่นั่ง ดวงตาสีเทากวาดมองไปรอบๆเพื่อที่จะหาสถานที่ที่เหมาะสม 
แล้วเธอก็ไปสะดุดที่ผู้หญิงคนหนึ่ง หญิงสาวที่มีความงดงามแบบเอเชียเต็มเปี่ยมช่างเหมือนกุหลาบแรกแย้มที่ส่งกลิ่นหอมออกมาอย่างงดงาม แต่ทว่าในความงามนั้น
เธอเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่  ร่างสูงเดินเข้าไปที่ผู้หญิงคนนั้นด้วยสีหน้าที่เฉยชาลง หล่อนไปหยุดยืนอยู่หน้าที่นั่งของลี
"อะ เอ่อ" สาวแว่นเงยหน้ามองอีกคนที่ก้มลงจ้องเธออย่างไม่ใส่ใจคนรอบข้าง หมู่นี้เธอชักจะหวั่นๆเวลาโดนผู้หญิงจ้องหน้าซะแล้วสิ "ฮัลโหล หน้าฉันมีอะไรติดอยู่รึเปล่าค่ะ"
"คุณกำลังโดนวิญญาณร้ายเล่นงานอยู่สินะ" ริมฝีปากสีชมพูดูชุ่มฉ่ำขยับเบาๆเพื่อให้บทสนทนานี้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น
ลีดวงตาเบิกกว้าง เธอเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นอีกฝ่ายคลี่ยิ้มออกมาบางๆ "เอาไว้จบคาบเราค่อยคุยกัน" ร่างสูงพึมพัมก่อนที่จะเดินไปนั่งที่ว่างด้านหลังเธอ
'ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน!?' นี่คือข้อมูลอย่างเดียวเท่านั้นที่ลีได้รับจากวิชาเรียนในคาบเช้านี้
.....
......
"เธอ เมื่อกี้ที่พูดในห้องนั่น" หลังจากจบคาบเรียนลีตัดสินใจที่จะหันกลับไปคุยกับหญิงสาวที่มีท่าทีแปลกๆคนนั้น "เธอรู้ได้ยังไงกัน"
"...คุณชื่ออะไร คุณผู้หญิง" มือเรียวเก็บรวบสมุดและอุปกรณ์เครื่องเขียนใส่กล่องดินสอก่อนที่นัยน์ตาสีเทาเย็นชาจะตวัดขึ้นมามองคนด้านหน้า
"ชั้นชื่อลีค่ะ" สาวสวยมองตามกริยาของคนข้างหน้าอย่างร้อนใจ
"ฉันสัมผัสกลิ่นไอปีศาจได้จากตัวคุณ" ร่างสูงอธิบายต่อหลังจากที่ได้เห็นคิ้วที่ขมวดเป็นปมผ่านกรอบแว่น "อีกเรื่องที่ไม่ได้บอก ฉันเป็นเอ็กโซซิสต์ หรือนักปราบปีศาจในความหมายของภาษาไทย"
"นักปราบปีศาจ" ลีทวนคำเสียงสูง แต่มันก็เชื่อไม่ยากหรอกเพราะยัยปีศาจบ้ากามโรคจิตที่มาป่วนเธอทุกคืนยังมีตัวตนเลย
"เล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังหน่อย" เมื่อเห็นสายตาอีกคนที่สบกลับมา หญิงสาวชาวยุโรปจึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือผู้หญิงคนข้างหน้า ....
......
"อย่างนี้นี่เอง ซัคคิวบัสสินะ" ร่างสูงที่กำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่งข้างมหาวิทยาลัยพูดพึมพัมออกมาขณะที่กำลังคนช้อนเงินในแก้วกาแฟ
"ตะ แต่ว่าอย่าทำอะไรเขานะคะ" ลีพูดออกมาพลางหน้าแดงเมื่อเห็นสายตาสีเทาตวัดมองกลับมา "คะคือเธอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเพียงแต่ว่า เธอทำให้ฉันไม่มีเวลาส่วนตัวก็เท่านั้นเอง"
"คุณไม่ต้องกังวลหรอก อินคิวบัสกับซัคคิวบัส มีข้อตกลงกับพวกเราอยู่" ร่างสูงจิบกาแฟให้ปลายลิ้นได้สัมผัสถึงรสขม "ตราบใดที่พวกเขาไม่ทำร้ายใครจนเสียชีวิต พวกเราก็จะไม่ทำอะไรเขา"
ลียิ้มออกมาอย่างโล่งอกเพราะอย่างน้อยยัยนั่นก็ไม่โดนกำจัด "แล้วคุณต้องการให้ฉันทำอะไรรึ คุณลี" เอ็กโซซิสต์สาวลอบมองอาการของคนข้างหน้า เธอวางแก้วกาแฟลงบนที่รองแก้ว
"ชั้นอยากจะขอเวลาส่วนตัวบ้างค่ะ"
......
........
"ลีจ๋าาา คืนนี้ลิเรียก็มาอีกแล้วน๊า" ปีศาจสาวกระพือปีกเข้ามาใกล้กับบ้านของคนรักที่แสนคิดถึงอย่างที่เคยทำมาประจำเป็นเวลาอาทิตย์กว่าๆแล้ว สาวสวยในร่างปีศาจมองหน้าต่างที่ถูกปิดผ้าม่านแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ
"ลีก็น่ารักจริงๆเลย รู้ว่าล็อคหน้าต่างกันลิเรียไม่ได้ก็ยังจะทำอีกแน่ะ" ลิเรียลอยเข้าไปใกล้ๆบานหน้าต่างก่อนที่จะส่งมือออกไปสัมผัสเพื่อที่จะออกแรงเปิด ทว่า
"กรี๊ดดดดด" ปีศาจสาวกระเด็นลอยออกไปตามแรงผลัก ลิเรียเลิกคิ้วสูงเธอมองหน้าต่างบานนั้นด้วยสายตางุนงง "เมื่อกี้มันอะไรกัน"
ผ้าม่านสีขาวถูกเลื่อนออกให้คนที่ตื่นตกใจเมื่อสักครู่เห็น ลิเรียกระพือปีกเข้าไปใกล้ๆ ผู้หญิงที่เพิ่งเลื่อนผ้าม่านออกมา พลางมองที่หน้าต่างอย่างหวาดระแวง
"ขอโทษนะลิเรีย" ลีเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าแสนเศร้า เธอรู้สึกผิดจนแทบจะกระชากแผ่นกระดาษที่ติดกับหน้าต่างออกเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของปีศาจสาว "ชั้นติดยันต์เอาไว้ทำให้เธอเข้ามาไม่ได้"
"ยันต์!??" นัยน์ตาสีทองมองเข้าไปด้านในก็เห็นกระดาษสีเหลืองเขียนด้วยลวดลายแปลกแปะไว้ที่ขอบหน้าต่าง "ลี ทำไม" 
"ขอโทษนะลิเรีย ช่วงนี้ชั้นงานเยอะจริงๆ เราอย่าเพิ่งเจอกันสักพักนะ" หญิงสาวพนมมือไหว้ปีศาจประหลกๆก่อนที่จะดึงผ้าม่านปิดไป
"ลี!! เดี๋ยวสิเฮ้!!!" ปีศาจแสนสวยเผลอบินเข้าไปสัมผัสหน้าต่างก่อนที่จะถูกผลักกระเด็นออกมาอีกครั้ง "ชิ ใครมันทำแบบนี้เนี่ย!!!"
"หา? ก็คุณทำตัวเองไม่ใช่หรือไง" สำเนียงภาษาไทยเปร่งๆที่ไม่คุ้นหูทำให้ปีศาจสาวต้องมองไปยังกิ่งไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก หล่อนเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนนั่งอยู่บนนั้น
"ใคร" ปีศาจสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเขร่งเครียด จนกระทั่งแสงจันทร์เคลื่อนตัวผ่านเงาตะคุ่มบนต้นไม้นั่นจนกระทั่งมองเห็นอีกฝ่ายอย่างเต็มตา
หญิงสาวผมสีเงินเงางามระยับกับแสงจันทร์ในชุดดำประดับลายไม้กางเขนและลูกไม้สีขาว ดวงตาสีเทาหม่นเปล่งประกายในคืนที่มืดมิด 
หล่อนยิ้มเหยียดๆออกมา "ฉันที่ล่ะที่เป็นคนเอายันต์กันปีศาจให้คุณลี"
".....แกนี่เอง" นัยน์ตาสีทองวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว มันหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเครื่องหมายกางเขนที่ประดับอยู่บนชุดดำ "เอ็กโซซิสต์รึ"
รอยยิ้มเย็นที่เหมือนจะเหยียมหยามจากร่างของสตรีชาวยุโรปนั้น ทำให้ปีศาจสาวที่มีอารมณ์ขุ่นมัวนั้นยิ่งทวีไฟโกรธมากยิ่งขึ้น 
เอ็กโซซิสต์สาวยืนมองความดันของชั้นบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปรอบๆปีศาจแสนสวย นัยน์ตาสีเงินหรี่ลงด้วยความปลื้มปิติ
'ข้อตกลงมีอยู่ว่า จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหากซัคคิวบัสและอินคิวบัสไม่ทำร้ายใครจนถึงแก่ชีวิต แต่ข้อตกลงจะได้การยกเว้นก็คือ หากปีศาจตนนั้นทำร้ายร่างกายของเอ็กโซซิสต์ในทุกกรณี'
"มาสิที่รัก" มือบางอ้าแขนออกกว้างเสื้อคลุมประดับลายไม้กางเขนปลิวสไลวตามแรงลมที่มาจากแรงกดอากาศที่เพิ่มขึ้น เส้นผมสีเงินที่ถูกรัดตึงได้รับการปลดปล่อยจากหนังยางเพราะแรงกดดันของชั้นบรรยากาศ ผมยาวสีเดียวกับดวงจันทร์นวลสะบัดไปมาตามแรงลม 
"ปล่อยพลังความเกลียดชังของเธอมาที่ฉัน"


'.....แล้วเมื่อนั้นฉันจะสังหารเธอเอง'


ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ [url]http://www.comeon-book.com/comeonv3/story.php?SID=8547[/url]




 :3: 

edit @ 16 Dec 2010 07:55:44 by เซซาเร่

edit @ 29 Dec 2010 16:11:24 by เซซาเร่

Comment

Comment:

Tweet

ฉันว่าลีอะน่าสงสารที่สุด

ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เล้ย

#2 By เซซาเร่ on 2010-12-16 13:10

น่าสงสาร ลิเรียอ่ะ

#1 By NicKzZ (202.176.190.135) on 2010-12-16 11:18