เซซาเร่ View my profile

Recommend

ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ : 27. จูบ
 
เฮ้ คอมเมนต์กันบ้างเซ่ พวกเจ้ารออ่านนิยายฉาน ฉานก็รออ่านคอมเมนต์เหมือนกันนะตัวเธอว์ เมนต์มาซะดีๆอย่ามาซึนเดระ!!!
 
ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ : 27.จูบ
เส้นผมสีดำสนิทเส้นเล็กลื่นช่างดูละเอียดอ่อนราวกับผ้าไหมเกรดดี สีแห่งรัตติกาลนั่นสะท้อนกับเงาของดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่กำลังเปิดกว้างรับสายลมเย็น ผ้าม่านสีขาวบางปลิดปลิวหยอกล้อกับสายลมในยามค่ำคืนดวงตากลมโตสีนิลคู่นั้นกำลังหรี่ลงมาเล็กน้อยเมื่อต้องมองสบตากับร่างที่เล็กกว่า ขนตายาวเป็นแพรนั่นช่างรับกับดวงหน้าขาวเสียเหลือเกิน ยิ่งยามที่เขาต้องก้มลงมองเธอแบบนี้ 
ได้โปรดเถอะอย่าละลายใบหน้าและร่างกายของฉันในเวลาแบบนี้เลย.........
เมื่อฉันทนความร้อนที่แทบจะหลอมละลายไม่ไหว ฉันตัดสินใจที่จะหลบสายตาของเขาโดยการก้มหน้าลง แต่ฉันไม่รู้มาก่อนว่าสิ่งนี้ไม่ได้รับอนุญาตจากคนตรงหน้า ฝ่ามือเรียวนุ่มนั่นสัมผัสแผ่วเบามาที่ใบหน้าที่ร้อนและแดงระเรื่อของฉันก่อนที่ฉันจะถูกฝืนแรงให้เงยหน้าขึ้นสูงอย่างอ่อนโยน ฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อบอุ่น ในยามที่อากาศหนาวที่สุดในคืนแห่งรัตติกาลนี้ สิ่งที่อบอุ่นที่สุดในตอนนี้คือลมหายใจของร่างสูงที่กำลังสัมผัสแก้มร้อนของฉันอยู่
ได้โปรดเถอะ อย่าอุ่นร่างกายของฉันให้ร้อนไปกว่านี้เลย........ 
ภาพตรงหน้าของฉันเริ่มจะพร่ามัว มันคงจะเป็นเพราะเงาดำที่คนแห่งรัตติกาลได้สร้างมันขึ้นมา เงาสีดำที่พาดผ่านเข้ามาในดวงตาสีอ่อนของฉันอาจจะเป็นเพราะแสงสว่างของดวงจันทร์ได้ถูกบดบัง เมื่อเงาสีดำบดบังจนดวงตาของฉันไม่อาจจะรับแสงใดใดได้อีกฉันจึงตัดสินใจที่จะหลับตา
ได้โปรดเถอะ อย่าทำให้ฉันต้องหลับตาไปโดยที่หัวใจยังคงเต้นระรัวแบบนี้เลย........
ปลายจมูกของฉันสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่คล้ายกัน กลิ่นที่หอมหวานจากคนตรงหน้ามันดึงดูดให้จิตใจฉันล่องลอยไปในอากาศ เมื่อจมูกของฉันและเขามาอยู่ข้างเคียงกัน นั่นก็หมายความว่าส่วนอื่นที่คล้ายคลึงกันก็น่าจะสัมผัสกันด้วยเช่นกัน
ริมฝีปากของฉัน.........
"เฮือก!!" ร่างเล็กในชุดนอนแบบกระโปรงประดับลายหมีน้อยสีเหลืองที่กำลังถือโถน้ำผึ้งสะดุ้งตื่นขึ้นมาในยามเช้า ดวงตากลมโตของเธอนั้นเบิกกว้าง ฝ่ามือเรียวทั้งสองสัมผัสใบหน้าของเจ้าของร่างอย่างรวดเร็ว "ฝะ ฝันสินะ"
"....ละ เลือดกำเดา" จูนมองหยดสีแดงบนผ้าห่มก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงของเหนียวข้นที่หยดลงมาจากรูจมูกของเธอ เด็กสาวหน้าแดงอย่างนึกสมเพชในตัวเอง
.............
ฉากในความฝันช่างหอมหวานติดตรึงใจนัก ถึงแม้ว่าเธอจะตื่นจากความฝันแสนหวานนั่นนานนับชั่วโมงแล้วก็ตามที ปลายนิ้วมือนุ่มก็มักจะเผลอสัมผัสริมฝีปากสีอ่อนอย่างเผลอไผลอยู่ร่ำไป เด็กสาวยังคงนั่งใจลอยแม้ไม่รู้ตัวว่ามาถึงมหาวิทยาลัยได้อย่างไรก็ตามที
"นี่แกฟังชั้นอยู่รึป่าวยะเนี่ย ยัยจูน" ฝนที่กำลังเท้าคางพลางสะกิดคนด้านหน้าอย่างเซ็งๆ ตลอดเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเธอมักจะเผลอคิดว่านั่งคุยอยู่กับหุ่นไล่กาอย่างไรอย่างนั้น
"....กู่ไม่กลับซะแล้วเพื่อนเรา" เด็กสาวใส่แว่นกรอบสีชมพูถอนหายใจเมื่อตอนที่ลองโบกมือตรงหน้าของหุ่นไล่กาแต่ไม่ได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด
"อรุณสวัสดิ์จ้าฝน จูน" เมื่อเสียงใสในยามเช้าดังขึ้น ฝนจึงตัดสินใจหันกลับไปยิ้มกับรุ่นพี่สาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในชมรม "อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ว่าน"
"....ตายจริง จูนเป็นอะไรเหรือเปล่าจ๊ะ" ต้นว่านรีบก้าวเท้าเข้ามานั่งข้างเด็กสาวที่นั่งหน้าแดงใบหน้าตาดวงตาเหม่อลอย สาวสวยวางฝ่ามือสัมผัสกับหน้าผากของคนเหม่อลอยพลางเรียกชื่อเจ้าตัว "จูนจ๊ะ จูน"
"มันไร้วิญญาณแบบนี้มาแต่เช้าแล้วล่ะค่ะพี่ว่าน สงสัยแม่บ้านจะปั่นกัญชาผสมโอวัลตินให้มันกิน" ฝนมองต้นว่านที่กำลังเขย่าเพื่อนสาวเบาๆแล้วก็อดหมันไส้ยัยตัวยุ่งที่ชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงเสียไม่ได้
"น่ากลัวสงสัยจะเป็นไข้นะจ๊ะ พี่ว่าเราพาจูนไปห้องพยาบาลกันดีกว่านะฝน" ต้นว่านหันไปบอกคนร่วมห้องอย่างร้อนใจ เพราะอุณหภูมิที่เธอสัมผัสได้จากหน้าผากเด็กสาวนั้นสูงไม่ใช่น้อย
"ค่า" เด็กสาวรับคำก่อนที่จะคล้องแขนเพื่อนสาวไว้ที่หลังคอของตัวเองเหมือนกับที่รุ่นพี่สาวทำกับแขนอีกข้างหนึ่ง "เอ้าฮึบ ไปกันค่ะพี่ว่าน"
....
......
หลังจากอาหารมื้อเช้าจบลงบรรดานักศึกษาเริ่มลุกจากโต๊ะเพื่อนำจานอาหารไปวางไว้ในที่สำหรับวางภาชนะของโรงอาหาร ซินและเอ๋เดินแยกกับเพื่อนรักต่างคณะอีกสองคนเพื่อที่จะเดินไปยังตึกเรียนระยะทางจากโรงอาหารไปยังตึกคณะเทคนิคคอมพิวเตอร์ถึงแม้ว่ามันจะไม่ไกลกันนัก แต่นักศึกษาส่วนมากจะนิยมเดินลัดเลาะไปตามซุ้มต่างๆมากกว่าจะเดินตัดตรงไปที่ตึก สาเหตุก็เพราะว่ามันไม่มีที่ร่มๆสำหรับให้เดินนั้นเอง
เช่นเดียวกับทุกเช้าเพื่อนรักสองคนเดินลัดเลาะไปตามทาง พวกเขาผ่านไปยังซุ้มต่างๆที่มีโต๊ะไม้เก่าเนื่องจากสร้างมานาน ซุ้มแล้วซุ้มเล่าจนกระทั่ง
"โอ๊ย!" คนผมดำร้องออกมาก่อนที่จะโยกตัวออกอย่างรวดเร็ว คิ้วเข้มขมวดเพราะความเจ็บแสบหลังจากแผลหายชา เอ๋มองต้นแขนของเพื่อนรักที่มีของเหลวสีแดงไหลออกมาใบหน้าด้วยใบหน้าถอดสี
"ไอ้ซินเป็นไรป่าววะ" คนร่างสูงหันไปหาเพื่อนก่อนจะมองว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เพื่อนรักของเขาต้องเสียเลือด "ชิบ ไม้เสียบลูกชิ้น ใครมันกินแล้วเอามาปักไว้ตรงนี้วะ" ไม่พูดเปล่าคนร่างสูงกระชากไม้เล็กๆออกจากรูข้างเสาไม้ผุก่อนจะหักครึ่งแล้วโยนลงถังขยะ
"อือ ไม่เป็นไรแผลแค่นี้เลียก็หาย" เจ้าตัวมองบาดแผลที่มีเลือดที่ค่อยซึมออกมาผ่านแขนเสื้อสีขาวบางหลังจากที่ถอดเสื้อช้อปออกแล้วประเมินว่าไม่น่าจะเลวร้ายเท่าไรนัก
.......เลียก็หาย!? ให้ตายเถอะ นี่เพื่อนของตูกำลังพูดว่าเลียก็หาย...กับแผลที่มีเลือดไหลอาบลงมาถึงข้อศอกเนี่ยนะ
เมื่อเห็นคนผมดำทำท่าจะแลบลิ้นเลียแผลที่ต้นแขน เอ๋จึงรีบคว้ามืออีกคนเอาไว้ก่อนที่จะตะโกนเสียงดัง "เฮ้ย เอ็งจะบ้าเลียเชื้อโรคเข้าปากรึไง ไป ไปห้องพยาบาล"
"เออๆ ไปก็ไป ทำไมต้องตะโกนด้วยวะ ตูตกใจเลือดพุ่งไหลออกหมดตัวทำไง" ซินเดินขมวดคิ้วตามแรงฉุดของเพื่อนแต่โดยดีเช้านี้มันอะไรกันนะทั้งเจ็บแผลทั้งแสบแก้วหู
โชคดีอย่างเดียวในเช้านี้ก็คือตึกคณะแพทย์และพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากคณะของเขาเท่าไรนัก แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นตึกแพทย์และพยาบาลที่มีการเปิดรับผู้ป่วยภายนอกตลอดเวลาก็เถอะลองเจอคนไข้ที่มีเลือดอาบเต็มข้อศอกลงมาทีข้อมือ เสื้อนักศึกษาสีขาวเปรอะเลือดเป็นจุดๆเพราะเขาถอดเสื้อช้อปออก แบบนี้ก็ต้องหน้าซีดเผือกกันบ้างล่ะ
"....ไอ้เอ๋แกมีผ้าเช็ดหน้าหรืออะไรสักอย่างมาเช็ดเลือดมั้ย" คนผมดำเอ่ยถามเพื่อนรักในขณะที่กำลังจะเข้าไปที่จุดรับผู้ป่วย "ลุงๆป้าๆที่นั่งรอเขาหน้าซีดกันหมดแล้ว"
"ไม่มีวะแกเดินไปล้างเลือดออกในห้องน้ำก่อนก็ได้มั้ง ในนั้นน่าจะมีทิชชู่ด้วย เดี๋ยวตูไปกรอกประวัติให้" เอ๋พยักหน้าไปทางห้องน้ำที่อยู่ตรงมุมของห้อง "เอาบัตรนักศึกษามาด้วยนะ เดี๋ยวนั่งรอแถวนี้"
"อือ ฝากด้วยเดี๋ยวมา" หลังจากที่ยื่นการ์ดแข็งแผ่นบางให้เพื่อนผมสีทราย เขาก็เดินตรงเพื่อที่จะเลี้ยวเข้าห้องน้ำ นัยน์ตาสีดำก็ไปกระทบกับใครบางคนที่คุ้นเคย
"คุณว่าน? มาทำอะไรที่นี่ฮะ" คนร่างสูงร้องทักแล้วเดินเข้าไปหาสาวสวยเขาลืมเสียสนิทเลยว่ากำลังจะทำอะไร แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ซินก็เห็นว่า ต้นว่านและฝนกำลังหิ้วปีกจูนอยู่
"จูน? จูนเป็นอะไรไปฮะคุณต้นว่าน" ต้นว่านหันหน้าไปมองตามเสียงแล้วก็หน้าซีดอย่างตกตะลึง หล่อนไม่รู้เลยว่าคนที่เดินตัวปลิวเข้ามาทักทายกับคนที่โดนหิ้วปีกอยู่นี้ใครจะอาการหนักกว่ากัน
"คะคุณซินค่ะ แขน" ปลายนิ้วมืองามชี้ไปที่แหล่งน้ำพุเลือดด้วยความสั่นเทา เธอพยายามเหลือเกินที่จะไม่ให้เป็นลมล้มพับไปอีกคนในตอนนี้ ฝนมองที่แขนของผู้มาเยือนด้วยใบหน้าซีดเซียวไม่แพ้กัน
'เอ๊ะ อะ ที่นี่ที่ไหน' เด็กสาวที่โดนหิ้วปีกเข้ามาในตึกใหญ่นี่เริ่มรู้สึกตัวและมองพื้นตรงหน้าอย่างเบลอๆ เธอเห็นรองเท้าคัชชูสีดำเงาของผู้หญิงสองคนข้าง ๆ และรองเท้าผ้าใบอีกคู่หนึ่งที่อยู่ตรงหน้า
....ข้างๆ รองเท้าผ้าใบสีดำคู่นั้น มีหยดเลือด หยดแหมะลงมากระจายเต็มพื้น! เด็กสาวเบิกตากว้างก่อนที่จะเงยหน้ามองแหล่งที่มาของหยดน้ำสีเลือด
"อ้าว จูนรู้สึกตัวแล้วเหรอเป็นยังไงบ้างฮะ" ซินคลี่รอยยิ้มออกมาบางๆเมื่อเห็นว่าแฟนจำเป็นของเขานั้นดูมีอาการดีขึ้นแล้ว ตัวเขาจะได้ขอตัวไปล้างเลือดออกก่อนเพื่อที่จะได้ไม่สะดุดตาผู้คนไปกว่านี้ทว่า
ทันทีที่แฟนสาวจำเป็นพบว่าคนตรงหน้าคือแฟนของตัวเอง ฉากรักหวานฉ่ำเมื่อเช้าก็โดนกรอกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เลือดลมสูบฉีดสีหน้าให้แดงปรี๊ด
"ว๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย" เด็กสาวกรีดร้องอย่างเขินอายกับภาพในความคิด เธอวิ่งถอยกรูดไปติดกับผนังตึก ท่ามกลางความงุนงงของคนรอบข้าง และต้นว่านกับน้ำฝนที่ยังคงอยู่ในท่าหิ้วปีก
".............." ทุกอย่างเงียบกริบเหมือนมีใครมากดนาฬิกาหยุดเวลาเอาไว้ ก่อนที่เด็กสาวจะได้มองสภาพของแฟนสาวหล่อของตนอย่างเต็มตา
ต้นแขนของเสื้อนักศึกษาสีขาวมีเลือดสีแดงฉานซึมไหลออกมา ยาวตลอดลงมาที่ข้อศอก ไหลผ่านมาที่ข้อมือจนถึงปลายนิ้วที่มีหยดเลือด หล่นลงมาสัมผัสพื้น  ยังไม่รวมบริเวณตัวเสื้อที่มีหยดเลือดเปรอะเป็นจุดๆ
"กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซ" ภาพสุดสยองดังกล่าวทำให้คนที่มีอาการตื่นเต้นอย่างหนักอยู่แล้วถึงขั้นสลบล้มพับไป
"จูน!!!" สาวสวยกับเพื่อนสาวใส่แว่นรีบวิ่งเข้าไปหาเด็กน้อยที่กดชัตดาวน์ตัวเองไปเรียบร้อย ต้นว่านส่งสายตากลับมาที่คนร่างสูงเหมือนกลับจะถามว่า 'นายกำลังจะทำอะไรกับน้องสาวชั้น'
ซินงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ถ้าคนที่รู้จักเขาเป็นอย่างดีมาเห็นเหตุการณ์ในตอนนี้คงจะนึกขำน่าดูเพราะใบหน้าของเขาตอนนี้ขาวหน้าซีดอย่างกับอะไรดี
ดีที่ว่ามีใครบางคนเข้ามาคั่นกลางเหตุการณ์เสียก่อน
"ที่นี่โรงพยาบาล กรุณาอย่าส่งเสียงดังรบกวนคนไข้นะคะ" เสียงดุหวานๆในชุดกราวน์สีขาวดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา ซินหันกลับไปแล้วต้องตกตะลึงว่าเจ้าของเสียงสวยที่เพิ่งดุเขาเมื่อกี้นี้คือใคร
"คุณจี๊สซี่!?"  คนในชุดนักศึกษาเปื้อนเลือดเลิกคิ้วแล้วพูดชื่อของอีกคนออกมาอย่างงุนงง
"คุณซิน!?" ร่างบางในชุดนักศึกษาที่มีเสื้อคลุมสีขาวใส่ทับอุทานออกมาตกใจไม่แพ้กัน
....
......
"เอาละค่ะ ดิชั้นฉีดยากันบาดทะยักให้คุณแล้ว" หญิงสาวผมหยักโศกในชุดกราวน์สีขาวพูดหลังจากที่นำสำลีมาให้อีกฝ่ายกดแผลที่ได้รับการฉีดยาไว้ "ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำนะคะ"
"อ่า ฮะ" คนไข้ส่งเสียงตอบรับเบาๆ เขาไม่ชอบการฉีดยาเลยให้ตายเถอะ แค่แผลเดิมก็แย่แล้วยังจะมีแผลใหม่จากแท่งคมๆนั่นอีก และตอนนี้แผลทั้งสองแห่งเริ่มปวดตุบๆเสียแล้วสิ แต่ที่น่าตกใจที่สุด "นึกไม่ถึงมาก่อนว่าคุณจี๊สซี่จะเป็นคุณหมอ"
"ว่าที่ค่ะ ดิชั้นเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่ ตอนนี้สามารถตรวจคนไข้ได้แล้ว" คุณหมอแสนสวยวางเข็มฉีดยาใส่กล่องที่นางพยาบาลสาวเตรียมไว้ให้สำหรับนำไปทิ้งทำลาย 
"คุณซินต้องล้างแผลทุกวันด้วยนะคะ เดี๋ยวดิชั้นจะสั่งจ่ายยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดแล้วก็อุปกรณ์ทำแผลให้ คิดว่าวันนี้คงจะปวดน่าดูเลยล่ะค่ะ" สาวเซ็กซี่ในชุดคุณหมอกำลังจรดปากกาเขียนศัพท์ที่ยากจะอ่านลายมือออก 
คนผมดำยังคงมองกริยาของผู้หญิงตรงหน้าด้วยความไม่คุ้นตา ราวกับเป็นคนละคนกับที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้ลิบลับ ซึ่งคุณหมอสาวดูเหมือนจะรู้ตัว หล่อนยิ้มที่มุมปากพลางก้มลงกระซิบที่ข้างหูของคนช่างสงสัย
"ถ้าไม่ติดเรื่องจรรยาบรรณแพทย์ ชั้นจะกินคุณซะในห้องนี้เสียเลย" ซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่ถูกกระซิบหัวเราะในลำคอเมื่อยืนยันได้แน่แล้วว่าคนตรงหน้าคือคนที่เขารู้จักจริงๆไม่ใช่ฝาแฝดแต่อย่างใด
"อ้อ แล้วก็น้องคนนั้น" สาวเซ็กซี่หันกลับมาที่เด็กสาวที่ยังคงนอนสลบไม่ได้สติอยู่ที่เตียงโดยมีฝนและต้นว่านนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียง 
"เมื่อสักครู่ดิชั้นสั่งจ่ายยาแก้ไข้ให้แล้วนะคะ ตอนนี้ก็ปล่อยให้น้องเขานอนหลับพักผ่อนไปก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหมอคงต้องขอตัวออกไปดูคนไข้ต่อก่อนนะคะ"
"ขอบคุณนะคะคุณหมอ" สาวสวยเรือนผมสีเปลือกไม้ยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณกับคุณหมอแสนสวยตรงหน้า แม้ว่าจะรู้สึกแปลกๆกับท่าทีสนิทสนมของคุณหมอและคนไข้เมื่อสักครู่ก็ตามที
"ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกันเถอะค่ะพี่ว่าน ยัยจูนน่ะปล่อยให้ "แฟน" เขารอรับกลับเถอะ"  เด็กสาวที่ใส่แว่นกรอบสีชมพูจงใจพูดเน้นคำว่าแฟน ให้ตายเถอะเธออดหึงแทนเพื่อนสาวเสียไม่ได้เมื่อเห็นสายตากระลิ้มกระเหลี่ยที่คุณหมอสาวปิดไม่มิดส่งมาให้แฟนของเพื่อนรัก
"แฟน?" คุณหมอจี๊สซี่รู้สึกสะดุดใจเล็กน้อยในท่าทีแข็งๆและน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรเท่าไรนักของเด็กสาวที่เพิ่งเคยจะพบหน้า
"ก็พี่ซินไงค่ะแฟนยัยจูน" ฝนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกึ่งสะใจเล็กน้อยที่ได้ทำให้สีหน้าที่แสนจะมั่นใจของคุณหมอสุดเปรี้ยวลดลง
จี๊สซี่หันกลับไปสบตากับคนไข้ของเธอ ฝ่ายนั้นแค่สบตานิ่งก่อนที่จะพยักหน้ารับเบาๆ "อย่างนั้นหรือค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ จะได้มีคนรับรอรับคนไข้กลับด้วย" คุณหมอสาวแสร้งทำสีหน้าเรียบแล้วเดินไปที่ลูกบิดประตู
"ดิชั้นขอตัวก่อนนะคะ...คุณซิน" สาวสวยยิ้มบางๆอย่างมีความหมายกับคนไข้ที่อยู่ใกล้ประตูก่อนที่หล่อนจะก้าวขาออกไปพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดเบาๆ
"แฟนอย่างนั้นหรือ?" คุณหมอคนสวยหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนที่จะสะบัดเรือนผมหยักโศกแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในลิฟท์
หลังจากที่ร่างของคุณหมอแสนเซ็กซี่คนนั้นได้ลับหายไปจากห้องพักแพทย์ สาวสวยเรือนผมสีเปลือกไม้ยังคงมองมาที่เขาด้วยสายตาที่แสดงความเคลือบแคลงใจ 
........ให้ตายเถอะขนาดจี๊สซี่มองแค่แวบเดียวก็รู้เสียแล้วว่าจูนไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ที่หวานชื่นถึงเพียงนั้นกับเขา 
คนร่างสูงหน้าชาเหมือนโดนตบหน้านี่เขาเล่นละครได้ไม่เนียนถึงขนาดนี้เลยรึนี่ ดูเหมือนว่าเขาคงต้องตัดสินใจทำอะไรให้มันชัดเจนลงไปเสียบ้างแล้ว
"น้องฝนกับคุณต้นว่านกลับไปกันก่อนเถอะฮะ" คนผมดำเดินเข้าไปใกล้เตียงของสาวน้อย ก่อนที่จะเอามือลูบหน้าผากร้อนของอีกคนเบาๆ "ซินจะรอจนกว่าจูนจะตื่นแล้วจะไปส่งเขาที่บ้านเอง"
สาวสวยมองใบหน้าของเขาแล้วก็พยักหน้าเบาๆ "ค่ะ ถ้าอย่างนั้นขอฝากจูนด้วยนะคะคุณซิน ฝนไปกันเถอะจ๊ะ เดี๋ยวจะหมดเวลาคาบแรกเสียก่อน"
"ค่ะ ฝากยัยจูนด้วยนะคะพี่ซิน" ฝนยิ้มรับก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับหยิบข้าวของตามรุ่นพี่สาวออกมา
"อ้าว ไอ้ซินแกอยู่นี่จริงๆด้วย" ยังไม่ทันที่สองสาวจะก้าวออกจากประตู คนร่างสูงผมสีทรายก็เปิดประตูออกมาเสียก่อน "อ้าวคุณต้นว่าน น้องฝน...เอ๊ะ แล้วนั่นยัยหัวฟูเป็นอะไร"
"น้องเขาเป็นไข้แล้วหมดสติไป แล้วแกตามตัวตูเจอได้ไง" ซินนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดียวกับที่สาวสวยนั่งเมื่อสักครู่ เขาลืมไปเลยว่ามีเพื่อนมาด้วยอีกคน
"เออ เห็นหายไปนานเลยจะไปตามที่ห้องน้ำ แต่หาแกไม่เจอบังเอิญเห็นแม่บ้านเดินถูพื้นเช็ดรอยเลือดออกเลยเดินตามมาแล้วก็หยุดที่หน้าประตูห้องเนี่ย" เขาโบ้ยไปยังหน้าประตูที่มีรอยชื้นของน้ำจากไม้ถูพื้น
"เอ้อ โทษทีมีเรื่องนิดหน่อย ไว้จะเล่าให้ฟัง วันนี้ตูโดดนะฝากลาอาจารย์ให้ด้วย" 
"เออ ได้...นี่แกทำแผลแล้วเหรอ?" คนร่างสูงที่สุดในห้องงุนงงเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่หายไปได้รับการทำแผลเรียบร้อยแล้ว เขาเดินมายื่นบัตรนักศึกษากับบัตรคิวที่คงไม่จำเป็นแล้วในเวลานี้คืนให้กับเจ้าตัว 
"งั้นพวกเราไปก่อนนะคะพี่ซิน พี่เอ๋" หญิงสาวคณะวารสารศาตร์ทั้งสองคนผงกหัวให้คนต่างคณะแล้วจึงเดินออกไปจากห้อง
คนผมสีทรายเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ที่สาวน้อยใส่แว่นชมพูเคยนั่ง นี่เป็นครั้งแรกล่ะมั้งที่เขาเพิ่งจะได้มองยัยแสบหัวฟูอย่างชัดๆเต็มตา 
ถ้าเอาอคติออกไปแล้วพูดได้เต็มปากเลยว่า เด็กสาวตัวน้อยที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ตรงหน้านี้ช่างน่ารักราวกับตุ๊กตาญี่ปุ่น ถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากให้ยัยนี่ตื่นขึ้นมาเลยจริงๆให้ตายเถอะ...ลองดูสิ ดวงตาที่กลมโตแวววาวอย่างใสซื่อนั่นตอนนี้ถูกเปลือกตาบางๆและขนตาแสนงอนนั่นปิดซ่อนอยู่ แก้มยุ้ยสีแดงระเรื่อน้อยๆมันช่างชวนให้หยิกเล่นนัก ถ้าเขาเป็นเจ้าซินนะคงจะหอมแก้มเล่นตลอดเวลาเลยเชียว ก็ยัยนี่น่ะทำตัวน่ารักก็เฉพาะเวลาอยู่กับไอ้ซินแล้วก็ต้นว่านเท่านั้นล่ะ
"เฮอะ" เจ้าของความคิดพ่นลมหายใจออกทางจมูก นี่เขาคิดไปได้ยังไงเนี่ยที่จะหอมแก้มยัยนี่ทั้งวัน "แล้วจะเอายังไงกะยัยหัวฟูนี่"
"อืม เดี๋ยวตูจะรอให้เขาตื่นแล้วจะไปส่งที่บ้าน" แฟนจำเป็นเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ ตอนนี้เขาจะต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง "ตอนนี้คงถึงเวลาที่จะก้าวไปอีกขั้นแล้ว"
"ก้าวอะไร ตูไม่เข้าใจ ?" คนผมสีทรายเงยหน้าจากตุ๊กตาญี่ปุ่นตรงหน้า แล้วเอ่ยถามเพื่อนผมสีนิลอย่างงุนงงในความหมาย
"ตูหมายถึงความสัมพันธ์ในฐานะแฟน" คนผมดำสบตากับเพื่อนรัก เอ๋มองตอบเขาด้วยสายตาที่เคร่งขรึมขึ้น บรรยากาศในห้องเงียบกริบ
"อะ อือ ที่นี่ที่ไหน" เสียงอ่อยๆดังมาแทรกกลางระหว่างพวกเขาสองคน ดวงตาสีน้ำทะเลมองตุ๊กตาญี่ปุ่นที่มีชีวิตกำลังดันตัวเองขึ้นมานั่งแล้วมองไปรอบๆอย่างงุนงง
"เป็นยังไงบ้างเรา พี่เป็นห่วงมากเลยนะ" คนที่ใส่แว่นก้มลงไปลูบหัวสาวน้อยที่เพิ่งได้สติอย่างอ่อนโยน ซึ่งสัมผัสนั้นก็ทำให้เด็กสาวหน้าแดงขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
"อะ ไม่เป็นไรแล้วค่ะ" จูนยิ้มตอบคนรักอย่างน่ารัก ก่อนที่จะหันไปเจอกับอีกคนหนึ่งในห้อง "ห่ะ ตาหอยเม่นมาทำอะไรตรงนี้ยะ"
"....ก็มาดูคนสำออยแกล้งออเซาะแฟนน่ะสิ หน้าไม่อาย" เอ๋กอดอกแล้วเบะปากอย่างหมันไส้ 'ดูทำสิ ตื่นขึ้นมาก็หาเรื่องซะแล้ว ทีกับไอ้ซินละค่ะขา ชิ'
"กรี๊ซซ นายว่าใครแกล้งสำออยย่ะ ไม่มีแฟนให้อ้อนอย่ามาเจ๋อ!!!" เด็กสาวฉุนกึกเหวี่ยงแขนรัวไปในอากาศเพราะคนที่อยู่ตำแหน่งนี้ก่อนหน้าได้ถอยฉากออกไปแล้ว
"เฮอะ ซ่านักเดี๋ยวก็เป็นลมไปอีกหรอกยัยเตี้ย ซินชั้นไปก่อนนะไม่อยากปะทะอารมณ์กับดวอร์ฟ(คนแคระ)" คนร่างสูงก้าวเท้ายาวๆเขาปิดประตูปังก่อนที่จะได้ยินเสียงแว๊ดๆดังออกมาจากในห้อง
"ชิ" เอ๋สบถกับตัวเองหนึ่งทีก่อนที่จะก้าวเท้ากว้างๆออกจากตึกแพทย์และพยาบาลศาสตร์ไป
"โอ๊ยๆ จูนยั๊วะอีตาหัวหอยเม่นนั่นจังเลยค่ะ มาว่าเราเป็นคนแคระซะได้" ตุ๊กตาญี่ปุ่นที่เพิ่งมีชีวิตเมื่อกี้นั่งทำหน้างอแก้มป่องอยู่เนืองๆ ซึ่งนั่นก็เรียกรอยยิ้มจากคนร่วมห้องได้อย่างดี
"ปะ กลับบ้านกันเดี๋ยวพี่ไปส่ง" มือเรียวยกขึ้นลูบศรีษะของอีกคนเบาๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายของเด็กสาว "เอ๋ ส่งบ้านหรอค่ะ"
"อืม เมื่อสักครู่คุณหมอตรวจอาการให้แล้ว เขาบอกว่าจูนเป็นไข้ เดี๋ยวเราจะไปช่องรับยากัน ป่านนี้ฝนคงจะไปลาอาจารย์ให้แล้วล่ะ" 
เด็กสาวลุกขึ้นจากเตียงมาแย่งถือกระเป๋าจากอีกคน "จูนถือเองดีกว่าค่ะแล้วก็ถือให้พี่ซินด้วย แขนเจ็บไม่ใช่หรือค่ะ" ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะมีสีหน้างุนงงแต่คนผมดำก็ยิ้มแล้วยอมให้เธอช่วยถือกระเป๋าแต่โดยดี 
"ขอบใจ" 
จูนสบตาคนตรงหน้าก่อนที่จะก้มหน้างุดเหมือนเดิม ให้ตายเถอะเธอพยายามเหลือเกินที่จะไม่ให้เสียเลือดอีกเป็นครั้งที่สามของวัน
เสียงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะดับลงเมื่อมาจอดสนิทหน้าบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ท้ายซอย เมื่อคนร่างเล็กลงจากท้ายรถแล้วเด็กสาวรีบเอ่ยปากชวนคนผมดำก่อนที่เขาจะเริ่มสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง
"ตอนนี้พ่อแม่จูนไปทำงานยังไม่มีใครกลับมาบ้านหรอกค่ะ นี่ยังไม่เที่ยงเลยด้วยซ้ำ" เด็กสาวพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับแกะน้อยที่ไร้เดียงสา "พี่ซินอยู่ทานอาหารเที่ยงเป็นเพื่อนจูนหน่อยนะคะ"
คนร่างสูงบนมอเตอร์ไซค์นิ่งไปสักพักก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มบางๆออกมาที่มุมปาก "เอาสิ ทำอาหารเป็นเหรอเราน่ะ" 
"อะ ดูถูกจังค่ะ ดูปลายจวักของจูนเสียก่อน ชะแว้บ" เด็กสาวทำหน้าทะเล้นแล้วงอข้อมือเข้ากับแขนโชว์อีกคนซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะกลับมาได้เป็นอย่างดี
"มั่นใจขนาดนั้นเชียว งั้นคงต้องขอลองปลายจวักหน่อยแล้ว" ซินถอดหมวกกันน็อคออกก่อนที่จะคล้องมันไว้กับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ เขาก้าวขาลงจากม้าเหล็กก่อนที่จะเดินตามแผ่นหลังของเด็กสาวอีกคนเข้าบ้าน
"เชิญเลยค่า" เด็กสาวเดินหัวเราะเสียงใสอย่างร่าเริง เธอกำลังไขกุญแจบ้านอย่างไม่รีบร้อนเท่าไรนัก นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์อยู่ภายใต้กรอบแว่นบาง เขามองกริยาไร้เดียงสาของลูกแกะน้อยด้วยใบหน้าที่เจ้าเล่ห์นัก รอยยิ้มที่ยากจะหยั่งถึงปรากฎออกมาอีกครั้งเมื่อโอกาสนั้นมาเร็วกว่าที่คิด
..............เธอจะรู้มั้ยนะ..........แกะน้อย
....................ว่าคนที่เธอกำลังจะพาเข้าบ้านน่ะ
............................ร้ายยิ่งกว่าหมาป่าที่แสนเจ้าเล่ห์ในนิทานเสียอีก!!!!!
 
 
ตอนหน้าจะมีแล่เนื้อลูกแกะโชว์มั้ยน๊า

edit @ 14 Dec 2010 00:12:19 by เซซาเร่

Comment

Comment:

Tweet

สนุกจังเลยฮะ

คุนเซซาเร่เขียนเรื่องเก่งจัง

เป็นกำลังใจให้ฮะ

big smile big smile double wink double wink confused smile confused smile

#7 By lotty (125.26.166.83) on 2012-01-02 16:27

เซอร์ไพร์ทกับจิ๊สซี่มากมาย

ดูๆไปแล้วซินนี่ไม่น่าไว้วางใจเลย = =

แอบดีใจเล็กๆที่ตอนนี้ต้นว่านออกมาแล้ว
ตอนที่แล้วไม่มี คิดถึงแทบแย่

เป็นกำลังใจให้ ^^

#6 By @P (61.7.133.19) on 2010-12-19 11:12

open-mounthed smile คุณ007 ขอบใจจ้า

คืนนี้ได้ฤกษ์นั่งจิ้ม

#5 By เซซาเร่ on 2010-12-17 15:26

ชอบมากเลยครับ สนุกดี มาต่อไวไวนะฮะ

#4 By 007 (1.46.94.85) on 2010-12-16 21:45

confused smileคุณTOJO คุณNicKzZ ขอบใจจ้าฮี่ๆ

#3 By เซซาเร่ on 2010-12-15 00:13

ต้องรีบเม้นอ่ะ เดวม่ะมาลงนิยายห้ายแร้วจิแย่ ผมติดตามอ่านนิยายคุนยุน่ะ ^^

#2 By NicKzZ (202.176.190.126) on 2010-12-14 20:19

ติดตามอยู่จ้า

สนุกๆ :)

เป็นกำลังใจให้นะbig smile

#1 By TOJO (124.121.91.108) on 2010-12-14 12:28