เซซาเร่ View my profile

Recommend

ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ : เมื่อฉันลืมตา

 เอนทรี่ที่แล้วลืมบอกชื่อเพลง Thank you ของ dido เพราะพริ้งเสียนี่กระไร..... แต่ทำไมดูเครื่องอื่นไม่ได้ฟร่ะ!!! T [] T ดูได้เครื่องชั้นเครื่องเดียวจะมีประโยชน์ไรเนี่ยยย อุตสาห์ฉกมา เอาเป็นว่าใครอยากฟังไปตามลิงค์นี่ละกาน bignose (ฟังเซ่ต้องฟัง!!บังคับเว้ย) อานะขี้เกียจพูดแย้วตอนนี้ก็ยาวน่าดูเหมือนกันนา ไว้สักสองสามอาทิตย์หน้าละกาน ถ้าถึงตอนนั้นมุขไม่แป้กก็จะแต่งอีก เพราะเรื่องชักซีเรียสอีกละ -*- อะเค บายเบบี๋ไปอาบน้ำก่อนเกลือเกาะเต็มตัวแย้ว เม้นท์ไว้ด้วยล่ะเม้นท์ชอบอ่านฟรีบ้าบอที่สุด!!


ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วที่เธอนอนไม่หลับเพราะความตื่นเต้นระคนดีใจ และอาการนั้นก็ยังไม่หายกระทั่งแม้แต่ในห้องเรียนในเช้านี้ก็ตาม ฝนนั่งมองเพื่อนสาวของตัวเองที่เดี๋ยวก็ผุดลุกผุดนั่ง ทั้งท้าวคาง เคาะโต๊ะ หรือแม้แต่อาการใดก็ตามที่ก่อให้เกิดเสียงดังและรบกวนสายตาเพื่อนร่วมชั้นรวมถึงอาจารย์ประจำวิชาเป็นอย่างมาก จนหล่อนต้องเชิญให้สาวน้อยไปนั่งอยู่ที่นั่งด้านหลังสุด สาวแว่นมองตามเพื่อนรักไปแล้วส่ายศรีษะไปมาด้วยความระอา ไม่ว่าจะคบกันมากี่ปีนิสัยขี้ตื่นเต้นเป็นเด็กๆนี้ก็ไม่หายสักทีสิน่า 
สาวน้อยผมทรงสายไหมเดินหน้าชาเล็กน้อยเพราะโดนทั้งอาจารย์และเพื่อนๆรุมขับไล่ให้มาด้านหลัง เด็กสาวนั่งลงบนเก้าอี้ได้สักพักแล้วก็เริ่มยิ้มกับตัวเองอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเที่ยงวันนี้ อาการแบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าดีใจจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ เกือบอาทิตย์แล้วที่เธอนั่งนับวันรอคอยวันที่คนรักจะกลับมาอย่างใจจดจ่อ 
"เมื่อไรจะถึงเที่ยงสักที คิดถึงจังเลย" แล้วเจ้าตัวก็ต้องนึกอายกับคำพูดของตัวเอง สาวน้อยทำหน้าแดงแล้วยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองพลางบิดตัวไปมา จนเจ้าของวิชาต้องส่ายหน้าอย่างระอาใจเพราะสมาธิในการสอนทั้งหมดถูกสาวน้อยคนนั้นเอาไปหมดแล้วจึงตัดสินใจเลิกคลาสเร็วกว่าปกติ แต่ก็ยังไม่วายหล่อนยืนดักรอเด็กเจ้าปัญหาคนนั้น ขณะที่ทรงผมสายไหมกำลังจะเดินออกประตู มือเรียวก็ม้วนหนังสือแล้วเคาะลงไปเสียหนึ่งที 
"อ๋อย อาจารย์อ่ะ!!" จูนคลำหัวตัวเองแล้วทำหน้างอก่อนที่จะรีบวิ่งหนีไปเพราะอาจารย์สาวง้างมือขึ้นเตรียมเคาะอีกที 
ฝนยืนหัวเราะให้กับหน้างอๆของเพื่อนตัวเองอยู่ตรงทางลงบันได แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มบางๆแทนเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนรักที่ตวัดมา 
"พวกนั้นจะกลับมาวันนี้สินะ" 
"ฮื่อ" 
"อีกไม่นึงสิบนาที" 
"ฮื่อ" 
"ปากจะถึงรูหูแล้ว" คนใส่แว่นหัวเราะให้กับใบหน้าแดงก่ำเหมือนลูกแตงโมของเพื่อนสาวที่หุบยิ้มอย่างรวดเร็ว แล้วส่งสายตาดุให้เพื่อนรักอีกครั้งจนฝนต้องส่ายหน้าแล้วตบไหล่เพื่อนเบาๆ "ปะ ไปหาอะไรมานั่งกินรอกัน" 
......................................................................................................................................................................................... 
จากทิวทัศน์ของป่าไม้สีเขียวเริ่มเปลื่ยนแปลงมาเป็นป่าคอนกรีตแทน เช่นกันกับลำต้นสีน้ำตาลแก่และสีสันสีเขียวของต้นไม้สูงที่ถูกเปลี่ยนเป็นตึกหินสูงลัดฟ้าเช่นกัน ซึ่งนั่นก็เป็นสัญญาณบอกแล้วว่ารถบัสคันนี้กำลังจะถึงจุดหมายในไม่ช้า บางคนในรถก็เริ่มแต่งเนื้อแต่งตัว บ้างก็สะกิดเพื่อนข้างๆที่นอนน้ำลายไหลใส่บ่าตนให้ตื่นเสียที ซินมองสาวสวยที่ยังคงนั่งหลับตาพริ้มอยู่แล้วจึงตัดสินใจปลุกคนด้านข้างเสียที แต่ทันทีที่มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสท่อนแขนขาวของอีกคน ความร้อนก็วิ่งผ่านมือขึ้นมาจนคนผมดำตกใจ 
"คุณว่าน คุณว่าน"คนใส่เสื้อสีส้มตัดสินใจเขย่าตัวร่างบางเพื่อให้รู้สึกตัว 
คิ้วเรียวย่นเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆปรือตาขึ้นมา พร้อมกับเสียงอู้อี้ในลำคอ "อื้อ ถึงแล้วเหรอ...ปวดหัวจัง" 
"...มือคุณเย็นจัง" หญิงสาวพูดกับอีกคนที่ยกมือขึ้นมาสัมผัสหน้าผากตน 
"คุณตัวร้อนเกินไปต่างหากคุณว่าน สงสัยจะเป็นไข้แล้วนะเนี่ย" 
"...อือ ลมหายใจยังร้อนเลย" คนผมน้ำตาลว่าแล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง 
"อีกเดี๋ยวจะถึงมหาลัยแล้วเดี๋ยวซินจะพาคุณไปห้องพยาบาลตอนนี้หลับไปก่อนก็แล้วกัน" 
สาวสวยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้โดยที่ไม่ได้ลืมตา จึงไม่อาจรับรู้ได้ถึงนัยน์ตาที่แสดงถึงความห่วงใยที่คนผมดำไม่เคยมีให้ใคร....นอกจากพี่สาวต่างสายเลือดของเขาคนเดียวเท่านั้น 
รถบัสเคลื่อนมาจนถึงบริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัย ทันที่ที่รับรู้ถึงการมา จูนรีบดึงมือเพื่อนรักให้ไปยืนรอบริเวณลานจอดรถ ซึ่งฝนก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างทุลักทุเลเพราะโดนลากอยู่นั่นเอง รถบัสจอดสนิทไม่กี่อึดใจต่อมาผู้คนก็เดินลงจากรถและยืนรอรับสัมภาระของตน หญิงสาวทั้งสองคนยืนชะโงกมองหาคนรู้จักที่อยู่ด้านบน 
ตอนนี้ผู้คนลงกันมาจนเกือบจะหมดคันรถแล้วแต่เธอก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนที่รอคอยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสับสนว่าตนเองจำวันผิดสาวน้อยจึงก้มลงควานหาสมุดจดในกระเป๋าสะพายสีหวาน และตอนนั้นเองที่สองคนสุดท้ายในคันรถก็เดินลงมาพอดี ฝนจึงตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามหนึ่งในสองคนนั้น 
"ขอโทษนะคะ เห็นพี่ต้นว่านกับพี่ซินมั้ยคะ?" 
คนฟังเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วจึงตอบคำถามของรุ่นน้อง "อ้อ รุ่นน้องของคุณว่านสินะ ตอนนี้ซินพาเขาไปห้องพยาบาลน่ะ" 
"หา!!" เสียงอุทานอย่างตกใจดังขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน  จูนเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดจดเล่มเล็กเพื่อมองหน้าผู้พูดอย่างไม่เชื่อหู แล้วนัยน์ตากลมโตก็สะดุดไปที่อีกคนที่ยืนรอเพื่อนตอบคำถามรุ่นน้องอยู่ ขณะที่สาวน้อยกำลังมองใบหน้าด้านข้างนั้นด้วยความคุ้นตาเพราะนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน คนร่างสูงที่รู้สึกว่ามีคนมองเขาอยู่ก็หันมาสบตาพอดี 
"เฮ้ย!!!" ฝนสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนสาวที่ยืนข้างๆส่งเสียงแหลมประสานเสียงกับรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงข้ามตน ผิดกับรุ่นพี่สาวอีกคนที่ค่อนข้างจะชินกับกริยาตื่นตูมแบบนี้ของเพื่อนอยู่แล้ว กีย์มองเพื่อนด้วยสายตาหงุดหงิดถึงแม้จะแปลกใจกับสาวน้อยผมสายไหมคนนี้ก็ตาม "อะไรของมึงวะ" 
"อะไรเหรอ!! ก็ยัยนี่ไง ยัยหัวฟูที่กูเคยเล่าให้ฟังงะ!" เอ๋ยกมือข้างที่ถือกระเป๋าสะพายของเพื่อนรักคนที่พาต้นว่านรุ่นพี่สาวของยัยหัวฟูคนนั้นไปห้องพยาบาลขึ้นมาชี้หน้าและตอนนี้สาวน้อยคนนั้นกกำลังทำตาโตและจ้องมองมาที่เขา 
"ใครหัวฟูยะ ไอ้หัวหอยเม่น!! แล้วนั่นกระเป๋าพี่ซินนี่ นายทำอะไรพี่ซินของช้าน!!!" สาวน้อยตอนนี้หน้าแดงแก้มป่องชี้นิ้วตอบกลับไปด้วยปลายนิ้วสั่นด้วยความโกรธโดยไม่สนใจคนรอบๆข้างที่ต่างก็หยุดยืนมองด้วยความสนใจและเพื่อนสาวที่ยืนหลบมุมข้างรถด้วยใบหน้าที่ชาจนไร้ความรู้สึก 
"หะ หัวหอยเม่น! หัวเม่นยังพอว่าหอยเม่นนี่หยามกันสุดๆ!! ยอมไม่ได้เว้ย!!" กีย์รีบคว้าท่อนแขนขาวของเพื่อนสาวเอาไว้ก่อนที่จะดึงถอยออกมาเพราะรู้นิสัยของเพื่อนเพี้ยนๆนี่ดี ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเพื่อนไม่ทำจริงก็เถอะ ดูท่าทางก็รู้แล้วว่าจงใจให้เพื่อนห้าม เพราะเจ้าตัวจงใจทำโอเวอร์ไปเท่านั้นเอง 
"ซินเป็นเพื่อนของพวกพี่เอง" 
"แล้วมันก็ไม่ใช่พี่ซินอะไรของเธอด้วย ยัยเตี้ยหัวฟู!!" คนผมสีทรายสะพายเป้ของเพื่อนรักเอาไว้แล้วกอดอกเชิดสายตาใส่จูน 
"ยะ ยัยเตี้ย!! ชั้นสูงได้สัดส่วนมาตรฐานสาวไทยนะยะ!!" ฝนรีบมาดึงตัวเพื่อนรักเอาไว้ก่อนที่จะพุ่งเข้าตบตีคนฝั่งตรงข้ามให้เกิดเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ในวันถัดมา "อ่า จูนเขาเป็นแฟนกับพี่ซินน่ะค่ะ" 
สาวน้อยผมสีน้ำตาลสายไหมมองเชิดสายตาไปที่คนผมสีทรายที่ทำหน้าเหวอตอบกลับมา "ได้ยินชัดหรือยัง เพื่อนกันจริงๆรึเปล่าเนี่ย เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้" เด็กสาวส่ายหน้าไปมาอย่างล้อเลียน 
"ไม่เชื่อเว้ย!! ไอ้ซินนะหรอจะเอาเด็กกะโปโลหัวโตตัวเตี้ยแบบนี้มาทำแฟน!!" กีย์ยืนส่ายหัวไปมาดูท่าอารมณ์โกรธจัดของเพื่อนรักจะทำให้ข้อมูลต่างๆในหัวหายไปหมดแล้วกระมัง 
"งั้นก็ไปให้เจ้าตัวเขายืนยันเลยมั้ยละ กล้ามั้ย!!" เด็กสาวที่ตัวเล็กกว่ากระโดดเต้นเหยงๆด้วยความโกรธที่ถูกท้าทาย จึงตอบรับด้วยเสียงแหลมดัง "เอาซี่ไปตอนนี้เลย!!" 
ดูเหมือนว่าคนรอบข้างจะรับรู้ถึงการแข่งขันเพราะมีผู้ชมคนหนึ่งตบถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยลมทำให้เกิดเสียงที่คล้ายกับเสียงยิงปืนเพื่อเริ่มสัญญาณ 
และตามสัญชาตญาณเด็กสาวออกตัววิ่งตรงไปยังห้องพยาบาลทันที ตามด้วยคนร่างสูงที่ออกแรงวิ่งเร็วไม่แพ้กันปล่อยให้เพื่อนของทั้งสองยืนงงกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย 
"แกว่าคราวนี้ใครจะชนะวะ" ฝนหันไปตามต้นเสียงก็พบว่ามีผู้ชมยืนดูอยู่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนและต่างก็ส่งเสียงวิจารณ์กันอย่างออกรส แถมยังมีบางคนวิเคราะห์เหตุการณ์อีกต่างหาก 
"กูว่าผู้หญิงตัวเล็กๆนั่นวะ อีกคนมันหน้าซีดๆเหมือนจะเมารถ" 
ฝนสบตากับรุ่นพี่อีกคนโดยอัตโนมัติแล้วทั้งคู่ก็ส่งเสียงออกมาอย่างมึนงงพร้อมกันว่า "อะไรเนี่ย" 
............................................................................................................................................................................................ 
"คุณว่าน เป็นยังไงบ้างฮะ" ซินนั่งมองผู้หญิงร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสีขาวของห้องพยาบาล 
"อือ เวียนหัวจัง" สาวสวยที่ตอนนี้หน้าซีดเล็กน้อยมองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วหลับตาลงเพื่อพักสายตา 
"ทานยาไปแล้วนอนสักพักก็คงหายนะฮะ" คนผมดำนั่งมองผู้หญิงที่รักแล้วก็เกิดรู้สึกอดสงสารไม่ได้ เขาเอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสเรือนผมสวยเบาๆ "คุณว่านหิวอะไรมั้ยฮะ เดี๋ยวซินไปซื้ออะไรมาไว้ดีกว่าตื่นมาจะได้ไม่หิว" 
ร่างสูงละมือออกจากเรือนผมสวยก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแต่ก็ถูกมือร้อนรั้งท่อนแขนเอาไว้เสียก่อน นัยน์ตาสีนิลมองผ่านกระจกใสลงมาอย่างนึกสงสัยในท่าที เพราะดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ตอนนี้ดูเหมือนจะอ่อนแรงมันมีความหมายบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากจะเอ่ยออกมา 'อย่าไปนะ' 
เขาจึงพยักหน้าเบาๆแล้วนั่งลงกุมมือข้างนั้นเอาไว้แทน จนกระทั่งเริ่มได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาตามทางเดิน 
"อีก 12 เมตรจะถึงเส้นชัยแล้วครับ ใครจะชนะในการแข่งขันนัดล้างตานี้กันแน่ ระหว่างสาวน้อยนักสู้กับแชมป์เก่า!!" เสียงโฆษกจำเป็นดังออกไมค์เพราะขณะนั้นเป็นเวลาอ่านข่าวสารของมหาวิทยาลัยในตอนเที่ยงพอดีนั่นเอง ตามด้วยเสียงเชียร์ของนักศึกษาที่ยืนชมการแข่งขันกันอยู่ตามทางเดิน 
"10...9 ....8...7" จูนวิ่งเข้าชิดด้านในโค้งมุมตึกเพื่อที่จะฉวยโอกาสแซงคนร่างสูงที่อยู่ด้านหน้าให้ได้แต่ทว่าดูเหมือนว่าคู่แข่งจะรู้ทันเขาจึงวิ่งตัดหน้าเลี้ยวเข้าไปก่อน เด็กสาวจุ๊ปากอย่างไม่พอใจแต่ก็เร่งฝีเท้าวิ่งตามกันอย่างไม่ลดละ ทั้งคู่วิ่งผ่านหน้าอาจารย์วัยกลางคนที่กำลังจะเดินไปยังห้องพยาบาลอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงตึงตังที่ดังลั่นบนพื้นที่ทำจากหินอ่อน 
"พวกเธอทำอะไรกันเนี่ย!!!! ห้ามมาส่งเสียงดังบริเวณนี้นะ!!" เสียงแหลมสูงของอาจารย์ประจำห้องพยาบาลดังขึ้นระหว่างที่นักแข่งทั้งสองวิ่งผ่าน "นี่!! บอกให้หยุดยังไงล่ะพวกเธอ!!" 
"6...5...4...3..." ร่างสูงที่วิ่งนำคนตัวเล็กมาตลอดเริ่มจะอ่อนแรงลงเพราะผลข้างเคียงจากการเดินทางที่ยาวนานและอาการพะอืดพะอมเหมือนจะอ๊วกก็ออกเริ่มอาการวิ่งซวนเซไปมา 
"2...1" เด็กสาวเห็นโอกาสที่ฝีเท้าคนข้างหน้าเริ่มช้าลงก็ยิ้มที่มุมปาก แล้วก็กัดฟันสุดแรงเกิดวิ่งพุ่งเข้าไปเปิดประตูห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแฟนคลับ(?)ที่ส่งเสียงโห่ร้องดังลั่น 
เด็กสาวเปิดประตูออกแล้วหันไปมองคู่แข่งที่วิ่งเข้าเส้นชัยหลังจากเธอไม่กี่วินาที มือเรียวทั้งสองกอดอกอย่างภาคภูมิใจ 
"แฮ่ก แฮ่ก..... เป็นยังไงบ้างล่ะ โฮะโฮะโฮะ" ถึงจะเหนื่อยหอบอย่างไรก็ตามเด็กสาวร่างเล็กก็ยังคงฝืนยิ้มเยาะและหัวเราะเหยียดหยามฝ่ายตรงข้ามอย่างสะใจ 
"....." เอ๋ไม่ได้พูดอะไรตอบเพียงแต่วางมือไว้บนเข่าทั้งสองข้างแล้วหอบแรงๆ แต่ก็ส่งสายตาที่ตีความหมายได้ว่า 'ฝากไว้ก่อนเถอะ คราวหลังจะเอาคืน' 
จนกระทั่งอาจารย์ห้องพยาบาลวิ่งมาเอาหนังสือไล่ตีเจ้าตัวยุ่งทั้งสอง พวกเขาถึงจะนึกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาห้องพยาบาลได้ออก จูนจึงมองหน้าอีกคนเป็นเชิงตำหนิแต่ก็ถูกรุ่นพี่สาวทำหน้ายียวนตามสไตล์ใส่ 
ทั้งสองเดินผ่านประตูเข้ามาด้วยท่าทางสะบักสะบอม แล้วจูนก็เห็นคนที่อยากจะพบมาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ด้วยอารามดีใจจึงรีบวิ่งเข้าไปหมายจะกอดคนที่รักให้หายคิดถึงแต่ทว่า พอเห็นสภาพรุ่นพี่ที่รักเหมือนพี่สาวของตนแล้วเป้าหมายจึงเปลี่ยนไปที่ต้นว่านทันที 
"พี่ว่านเป็นอะไรรึเปล่าคะ" เด็กสาวรีบแทรกตัวผ่านหน้าคนผมดำเข้าไปจับมือของสาวสวยด้วยความเป็นห่วง ซึ่งคนป่วยก็แค่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ แล้วฝืนยิ้มบางตอบรุ่นน้องไป "ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ จูน" 
"ไม่เป็นอะไรทำไมตัวร้อนแบบนี้ล่ะคะ?" เด็กสาวเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้คนสวยแล้วเอาหน้าผากของตนแตะกับอีกฝ่ายเบาๆเหมือนที่เคยทำเป็นประจำเป็นวิธีวัดไข้ที่เลียนแบบการ์ตูนญี่ปุ่นมานั่นเอง 
ต้นว่านหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดูเพราะน้องสาวคนนี้ยังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย มือเรียวจึงลูบเรือนผมของอีกฝ่ายไปมาเบาๆเพื่อขอบคุณอย่างที่เคยทำเป็นประจำ 
"เขาเป็นไข้น่ะ" ซินมองรุ่นพี่รุ่นน้องที่แสดงความรักต่อกันแล้วก็ชักรู้สึกแปลกๆในใจ 
"พี่ว่านไปตากฝนมาหรอค่ะพี่ซิน" เด็กสาวที่ยังไม่รับรู้ถึงอาการแปลกๆของคู่สนทนาก็ถามต่อไปโดยไม่ได้มองไปที่คู่สนทนาแม้แต่น้อย เธอยังคงลูบมือนุ่มไปตามตัวของพี่สาวด้วยความห่วงใย 
"เปล่า ...พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นได้ยังไง" เขาขยับแว่นเล็กน้อยอย่างรู้สึกหงุดหงิด เพราะไม่รู้ว่าที่ตัวเองกำลังรู้สึกอยู่มันคืออะไร ก่อนที่จะหันไปเจอเพื่อนรักที่ยืนหอบหน้าแดงอยู่ที่หน้าประตู "แล้วแกมาทำอะไรวะ ไอ้เอ๋" 
"เออ นั่นสิ กูวิ่งจนเหนื่อย... ลืมไปแล้วว่ะ" คนผมสีทรายยืนมองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ ก่อนที่จะยื่นกระเป๋าสะพายให้อีกคน "สงสัยจะเอากระเป๋ามาให้แก" 
"อะไรของแกวะเนี่ย ตูฝากให้เอาไปไว้บนห้องไม่ใช่หรอ" เจ้าของกระเป๋ารับมาก่อนที่จะสะพายกระเป๋าแล้วถามต่อ "แล้วนี่แกจะวิ่งมาทำไมเนี่ย" 
"ก็มายืนยันความจริงน่ะสิคะ" เสียงเล็กแหลมดังขึ้นเพราะเจ้าตัวพึ่งนึกขึ้นได้ว่าวิ่งแข่งกันมาทำไม 
"..อะไรเหรอ จูนมีอะไรกันหรอจ๊ะ" ต้นว่านที่ตอนนี้ยันตัวขึ้นมานั่งบนเตียงมองหน้ารุ่นน้องทีมองหน้าเอ๋ที 
"ก็นายหัวหอยเม่นนั่นน่ะค่ะ เค้าท้าจูนให้จูนมาถามพี่ซินว่า พี่ซินเป็นแฟนกับจูนจริงรึเปล่า" ปลายนิ้วเรียวที่ชี้มาทางเขาเหมือนกับเข็มมาทิ่มทะลุตามร่างกาย คนผมสีทรายยืนตัวแข็งทื่อเพราะเขาพึ่งจะนึกออกถึงแผนการที่แกล้งเป็นแฟนของซิน 'ตายหะ ลืมเรื่องนี้ซะสนิท' 
คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเมื่อเจ้าตัวหันไปสบตากับเพื่อนรักที่ตอนนี้ยืนหน้าซีดสลับเขียวสลับแดงอยู่ "...ไอ้เอ๋" 
สาวสวยนั่งนิ่งไม่ปริปากพูดอะไรแต่อย่างใดแล้วก็ไม่มองหน้าใครด้วย มีแต่เพียงสาวน้อยที่ไม่รับรู้ถึงบรรยากาศมาคุภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวนี้ ลูกแกะน้อยจึงถามหมาป่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงปนเยาะเย้ยคนผมสีทรายไปในที 
"พี่ซินก็บอกนายหัวหอยเม่นนั่นไปเลยสิค่ะ ว่าจูนเป็นแฟนกับพี่" สิ้นเสียงสาวน้อยบรรยากาศในห้องดูเหมือนจะเงียบกริบ 
เขามองผ่านดวงตากลมโตของเด็กสาวไปยังผู้หญิงที่อยู่ด้านหลัง แต่เธอคนนั้นก็ไม่หันมาสบตาเขาและก็ไม่พูดอะไร นัยน์ตาสีนิลจึงละกลับมาแล้วก็พูดต่อด้วยเสียงราบเรียบ "เออ จูนเป็นแฟนตู" 
"เห็นมั้ยล่ะ จ๋อยละสิ จ๋อยไปเลย โฮะโฮะ" เด็กสาวปรบมือแล้วหัวเราะอย่างร่าเริง ทำให้คนผมสีทรายยิ้มแหยๆว่ายัยคนนี้ไม่ได้รับรู้สถานการณ์อะไรเลย ไม่เหมือนตนที่รู้ว่าหลังจากนี้.....ตายแน่ 
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเปลือกไม้หลับตาลงอีกครั้ง ก่อนที่จะบอกน้องสาวต่างสายเลือดว่ารู้สึกปวดหัวอยากจะพักผ่อนเต็มที จูนจึงบอกให้พี่สาวพักผ่อนและจะกลับมารับหลังจากที่เลิกเรียนวิชาคาบบ่ายเพราะตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเรียนเต็มที 
หลังจากที่เด็กสาวเดินออกไปกับรุ่นพี่ที่เดินคอตกอย่างหวาดหวั่นในชะตาตัวเองแล้วนั้น บรรยากาศมาคุในห้องก็ยังคงอยู่ถึงแม้ว่าคนบนเตียงจะยังคงนอนหลับตาอยู่ก็เถอะ 
"...คุณซินกลับไปก่อนก็ได้ค่ะ เดินทางมาเหนื่อยๆ" หญิงสาวที่ยังคงหลับตาอยู่พูดออกมาเบาๆ 
"ไม่เป็นไรฮะ เดี๋ยวซินอยู่เป็นเพื่.." 
"ไม่เป็นไรค่ะ ชั้นอยากพักผ่อนเดี๋ยวสักพักจูนก็มารับแล้ว" 
"แต่ว่า....." เขาพูดขึ้นมาช้าๆ เพราะรับรู้ถึงเจตนาของอีกฝ่ายดี "ฮะ งั้นซินกลับก่อนก็แล้วกัน แล้วเจอกันฮะ" 
"ค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับวันนี้" ซินมองผู้หญิงอีกคนที่หลบสายตาของเขาแล้วก็เดินหันหลังออกประตูไปอย่างรู้สึกผิด 
ภายในห้องพยาบาลที่เย็นเฉียบและเงีบบกริบ หลังจากผู้มาเยือนทั้งหมดได้จากไปแล้ว หญิงสาวลืมตาขึ้นมองเพดานสีขาวนวลที่เริ่มจะพร่ามัวเพราะหยดน้ำที่เริ่มเอ่อล้น แล้วมือบางก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเอง 
"....จูน" เสียงพึมพัมเบาๆเหมือนจะพูดกับตัวเองดังขึ้นมาผ่านผ้าห่มผืนบางที่มีรอยหยดน้ำเล็กๆซึมออกมา 
"พี่ขอโทษ" 
..... 
.... 
... 
'ขอโทษที่เผลอปล่อยใจทำผิดไป' 
เสียงประตูไม้จากหอพักปิดดังลั่นอีกครั้ง กระเป๋าสะพายสีดำถูกโยนทิ้งบนเก้าอี้ไม้อย่างไม่ไยดี คนใส่เสื้อสีส้มทิ้งร่างกายของตัวเองลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า 
นี่เขาทำผิดพลาดไป 
เขาลืมสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำ 
เขาลืมไปว่าตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะรักเธอได้และไม่ควรจะแสดงออกด้วย 
เห็นท่าทีของต้นว่านเมื่อสักครู่แล้วเขาถึงรู้สึกตัว....... 
มือเรียวกำหมัดแน่นแล้วทุบบนที่นอนอย่างแรง เขาเอามืออีกข้างก่ายหน้าผากก่อนที่จะสบถออกมาเบาๆ 
................................................................................................................................................ 
"เฮอะ ชั้นไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะว่านายจะเป็นเพื่อนพี่ซินได้" เสียงเล็กยังคงพูดจาเจื้อยแจ้วตลอดทาง ซึ่งคนร่างสูงก็ไม่อยากฟังนักหรอกแต่บังเอิญทางที่จะไปมันเป็นทางเดียวกัน 
"เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่ายัยเตี้ยหัวโตแบบเธอจะเป็นแฟนมันได้" คนผมสีทรายนึกฉุนขึ้นมาอีกครั้งยัยนี่มันนิสัยเด็กจริงๆ เขาไม่มีอารมณ์มาทะเลาะกับใครเวลานี้หรอกนะ 
"หัวโต! ผมชั้นออกจะเป็นลอนสวย ดัดแบบญี่ปุ่นเลยนะยะ" เด็กสาวซอยเท้าให้ไวขึ้นแล้วไปยืนดักหน้าอีกคนไว้ "นายมันตาถั่ว! หัวหอยเม่นแล้วยังตาถั่ว!!" 
"ทำไม แค่ดัดผมทรงญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ว่าหน้าจะเหมือนนี่.... โดยเฉพาะ" คนร่างสูงหยุดคำพูดเอาไว้ แล้วไล่นัยน์ตาสีอ่อนลงมาแทน "ยังห่างไกลอีกหลายขุม ยัยไข่ดาวเอ้ย" 
"อะ..." เด็กสาวทำตาโตหน้าแดงก่ำ "ไอ้ลามก!!" ก่อนที่จะวิ่งไล่ตีรุ่นพี่พร้อมกับร้องโวยวายไปตลอดทาง 
..... 
.... 
... 
"....พวกมันลืมอะไรไปรึเปล่าเนี่ย" กีย์เดินบ่นไปพร้อมกับถือสัมภาระของเพื่อนรักผมดำและผมสีทราย 
"พวกเราคงจะถูกลืมไปแล้วสินะคะ หนูช่วยถือค่ะ" ฝนยิ้มแหยๆแล้วยื่นมือไปถือกระเป๋ามาไว้ในมือ 
"ขอบใจ" เสียงรองเท้าผ้าใบกับรองเท้าส้นเตี้ยเดินไปตามทางเดินเบาๆ "บางทีพี่ก็คิดนะว่าทำไมถึงคบมันมาได้จนป่านนี้" 
"หนูคิดจนปลงได้แล้วล่ะค่ะ" เด็กสาวมองนาฬิกาที่ข้อมือยังเหลือเวลาอีกประมาณสิบนาทีจะถึงเวลาเรียน "บางทีก็เพลินดี" 
".......ก็คงอย่างนั้น" ร่างที่สูงกว่าถอนหายใจ "พี่ชื่อกีย์นะ แล้วน้องชื่ออะไรล่ะ" 
"ฝนค่ะ" เด็กสาวยิ้มให้กับรุ่นพี่อย่างน่ารัก แล้วก็เดินต่อไป 
"ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วก็รู้สึกว่าพวกเราคงจะได้เจอกันไปอีกนาน" คนร่างสูงยิ้มตอบเล็กน้อยก่อนที่จะเดินต่อไปเหมือนกัน 
"แล้วก็ท่าทางจะลำบากมากขึ้นด้วยน่ะสิคะ" 
"...ก็จริง" 
แล้วเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ก้องกังวาลได้ตามทางเดินนอกจากเสียงเสียดสีของพื้นยางจากรองเท้าทั้งสองคู่แล้วก็คือ เสียงถอนหายใจเบาๆของคนทั้งสองที่ปล่อยออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย................... 
จบตอนที่ 25

edit @ 17 Nov 2007 21:30:29 by เซซาเร่

edit @ 18 Nov 2007 18:01:44 by เซซาเร่

edit @ 2 Dec 2010 17:40:25 by เซซาเร่

edit @ 2 Dec 2010 20:08:14 by เซซาเร่

Comment

Comment:

Tweet

เก่งจังเลยนะฮะ
เขียนเรื่องได้สนุกขนาดนี้
ผมเผลอเข้าเว็บไวมาพอลองอ่านดูแล้ว
ก็ชอบมากเลยละฮะ
ผมจะอ่านให้จบทุกตอนเลย
2วันอ่านได้25ตอนแล้ว
big smile big smile open-mounthed smile open-mounthed smile surprised smile surprised smile double wink cry

#12 By lotty (125.26.173.236) on 2012-01-01 11:43

อยากอ่านต่อ

#11 By ฟังเพลง (118.172.74.32) on 2009-08-16 15:24

ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เม้นๆๆๆๆ อยากอ่นตอนต่อไปจังอ่ะ

#10 By (118.173.244.20) on 2009-07-27 14:30

sad smile sad smile

#9 By โปรโมทเว็บ (125.27.50.97) on 2009-07-10 13:14

สนุ๊กดีนะๆๆครับ

#8 By ดูหนังออนไลน์ (125.25.80.164) on 2009-06-13 01:02

สนุำกดีนะ big smile

#7 By Television reviews (58.10.84.87) on 2009-01-20 11:36

รออ่านตอนที่ 25 อยู่นะค๊า ^____^

#6 By NooNui (58.137.99.69) on 2007-12-30 12:13

open-mounthed smile กำลังแต่งอยู่น่อ ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบชิงทุน = w =" แต่ติดปัญหาที่ เลข 1 นี่สิ จำได้ว่าตอนเอ๊นท์ได้ 19/100 ....... เอาเป็นว่าจะทยอยแต่งน่อ ถ้าโชคเข้าข้างสิ้นปีน่าจะได้อ่านกันน่อ = w =+

#5 By เซซาเร่ (58.136.16.109) on 2007-12-23 18:06

สนุกดีคับ
มาต่ออีกไวๆนะ

#4 By e_ca_los (202.28.78.52) on 2007-12-21 11:54

อย่าดองนานนะคะ รออ่านอยู่ หนุกๆ

#3 By ...No...Bu...!!! (203.107.204.54) on 2007-11-26 19:43

พะพิมพ์ผิดรึนี่!!! ว่าไม่พลาดแล้วนะผิดเต็มๆเยย

#2 By เซซาเร่ on 2007-11-18 17:13

- -* สีสัน นะจ๊ะ ไม่ใช่ สีสรร อ๊าก!!!55+ เจ้าของบลอคพิมพ์ผิด กิ้ว~~~

หอยเม่น ...ว๊ากกกกกกก!!!!! ด่ามันโลก ซะใจ ๆ
ยัยเตี้ย...ว๊ากกกกก!!! พอกัน

มันเว๊ย คู่นี้เนี่ย

เหตุการ์ในห้องพยาบาลเนี่ย แทงใจดำว๊ะ อะไรเนี่ย.... T-T

สงสารว่านอ๊ะ แม่งพูดกันต่อหน้าต่อตาเลย

เมื่อไหร่มันจะลงเอยกันเนี่ย ยัยเตี้ยหัวฟูกะไอ้หอยเม่นเนี่ย

อ๊ะ ๆ กีย์กะฝนนี่ยังไงกันนะ ไว้ต่อนะจ๊ะ

อย่าดองนะ Pleazzzzzzzzzzzz