แหมดองมาซะนานนม = w = เขินที่สุด เกือบสองเดือนได้แล้วมั้ง ก็ขอเขียนสักหน่อยน่ามีเรื่องจะเล่าเยอะแยะเลยแต่นึกไม่ออกแฮะ
เหมือนจะเคยเล่าให้ฟังว่าจะไปสอบชิงทุนอะไรสักอย่างใช่ม้า ผลประกาศแล้วว่าสอบข้อเขียนผ่าน วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมาก็ไปสอบสัมภาษณ์ไป วันพรุ่งนี้ล่ะ 15 ก.พ. จะรู้ผลว่าจะได้ทุนหรือเปล่า แล้วถ้าได้จะได้ทุนแบบไหนมี 3 ประเภทอะ คือ จ่ายค่าเล่าเรียน 100%+30000 แบบจ่ายเฉพาะค่าเรียน 100% กับจ่ายค่าเรียน 50%
แต่ถ้าไม่ได้ทุน.... เทอมละ 30000 T w T
เป็นทุนการจัดการอุตสาหกรรมภาคต่อเนื่อง เรียนเสาร์อาทิตย์ 2 ปี ของ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถาบันที่แยกมาจากสมาคมส่งเสริมไทย-ญี่ปุ่นอะนะ
เพื่อนบ่นมาเหมือนกันว่าแกจะเรียนตรีอีกทำไมฟะ -*- ก็หนูอยากทำงานบริษัทญี่ปุ่นนี่ สสท.มีชื่อในวงการอุตสาหกรรมและบริษัทญี่ปุ่นมากเลยนะ แล้วทุนที่เขาให้มานี่ก็เป็นทุนจากบริษัทญี่ปุ่น 300กว่าแห่งให้ทุนมานา
บ่นมาทั้งหมดสรุปก็คือ พรุ่งนี้รู้ผล!! > w < ขอให้ติดละกันนะ ความรู้สึกคงจะเหมือนกับถูกหวยรางวัลใหญ่ละมัง?
ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ ตอนพิเศษ : คู่รักจำเป็น
มีวันหนึ่งที่ใครต่อใครก็ต่างสมมติให้วันนั้นเป็นวันแห่งความรัก วันที่ใครๆก็เดินจับมือกันเป็นคู่ๆ ร้านรวงต่างๆก็พร้อมใจกันประดับประดาด้วยสีแดงของความรักและสีชมพูของดอกไม้ เสียงดนตรีบรรเลงอย่างอ่อนหวานและรสของช็อกโกแลตที่ขมแต่ก็หวานจนอดใจหยุดกินเสียมิได้
ทำไมแค่หนึ่งวันของเดือนที่สั้นที่สุดในรอบปีถึงมีความสำคัญถึงเพียงนี้นะ ใครกันที่เป็นคนเผยแพร่ประเพณีวันแห่งความรักเข้ามาในเมืองไทย? ทั้งๆที่คนไทยส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ!!
.....
......
....... "แล้วทำไมฉันต้องมานั่งใส่ใจกับวันแบบนี้ด้วย" เด็กสาวยันตัวขึ้นอย่างมั่นใจ "มันก็แค่วันที่ใครก็ไม่รู้สมมติขึ้นมา!!"
"....ถ้าคิดได้อย่างนั้นแล้วก็รีบออกไปซื้อของสักที" คุณแม่ที่มองอาการของลูกสาวมาอยู่นานแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะรีดผ้า "จะกินมั้ยข้าวเย็นน่ะ"
.........................................................................................................................................................
ในย่านการค้าวันนี้มีคนพลุกพล่านมากกว่าทุกวัน อาจจะเป็นเพราะว่าสัปดาห์นี้มีวันที่ถูกระบุว่าเป็นวันแห่งความรักซึ่งเหมือนกันทั่วโลก ของขวัญข้าวของเครื่องใช้ต่างๆจึงมีการจัดลดราคาและโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดคนเข้าร้าน
เด็กสาวเดินก้มหน้าก้มตาตลอดทาง เธอมองแต่พื้นที่จะเดินเท่านั้นเพื่อแก้เก้อและลดอาการอิจฉาคนที่เดินควงกันเป็นคู่ๆ แม้แต่ตามร้านอาหารต่างๆที่นั่งริมกระจกก็มีคนป้อนอาหารกันอย่างหวานแหวว "เฮอะ เจ้าพวกบ้าสมัยนิยม"
สาวน้อยเดินบ่นพลางก้มหน้างุดๆจนไปชนกับคนข้างหน้าที่ยืนหันหลังอ่านหนังสืออยู่แผงหน้าร้านหนังสือเข้าอย่างจัง ที่สำคัญหนังสือเล่มแพงที่เขายืนอ่านฟรีอยู่ดันตกลงบนน้ำขังเพราะฝนตกซะได้ คนตัวสูงส่งเสียงร้องอย่างไม่พอใจ "เฮ้ย!! เดินยังไงเนี่ย โธ่เอ้ย เปื้อนหมดเลย" เขาก้มลงเก็บหนังสือราคาแพงที่เปรอะน้ำเต็มไปหมด
"ขะ ขอโทษค่ะ" จูนรีบก้มลงจะเก็บหนังสือให้คนร่างสูง จนเมื่อสายตามาอยู่ระดับเดียวกัน
"เฮ้ย! เธออีกแล้วเรอะ" เมื่อเอ๋เห็นหน้ายัยตัวแสบที่เดินมาชนเขาแล้วก็ร้องอย่างตกใจ ผิดกับอีกคนที่ถึงจะตกใจแต่ก็ทำหน้ายิ้มแหยๆเพราะรู้สึกผิดเมื่อเห็นราคาที่หน้าปก นาทีเดียวกับที่เจ้าของร้านได้ยินเสียงโวยวาย คุณป้าวัยกลางคนจึงเดินออกมาดูที่หน้าร้านก็เห็นสภาพหนังสือวารสารคอมพิวเตอร์ราคาแพงจนไม่ค่อยจะมีคนอยากซื้อเปียกน้ำอยู่ในมือทั้งคู่
"ว้าย! ตาเถร! พวกเธอต้องรับผิดชอบเลยนะ!! เปียกแบบนี้ป้าจะขายต่อได้ยังไงล่ะเนี่ย" สตรีวัยกลางคนมองไปที่เอ๋เพราะจำได้ว่าเจ้าคนนี้ยืนอ่านฟรีมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบนาทีแล้ว
"...ฮะ ถ้าอย่างนั้นก็เช็ดน้ำแล้วห่อปกให้ด้วยนะฮะ" คนตัวสูงถอนหายใจด้วยความเซ็งเพราะอีกไม่ถึงสิบหน้าจะจบเล่มแล้วเชียวต้องเสียเงินซื้อจนได้ เขาควักแบงค์ห้าร้อยให้หญิงวัยกลางคนก่อนจะเดินตามเธอเข้าร้านไป ปล่อยให้เด็กสาวนั่งอ้าปากหวอเพราะทำอะไรไม่ถูกอยู่หน้าร้าน.......
"วันนี้เป็นวันซวยจริงๆเลย พับผ่าสิ" คนผมสีทรายถือหนังสือออกจากร้านแล้วก็สะดุดยืนมองคนที่ยังยืนรอเขาอยู่หน้าร้าน ".....ยังอยู่อีกเรอะ"
"ง่า เค้าขอโทษไม่ได้ตั้งใจอะ" เด็กสาวทำหน้าหงอยขอความเห็นใจเต็มที่แม้เจ้าตัวจะไม่มั่นใจว่ามันจะชดใช้ความผิดของหนังสือวารสารรายสัปดาห์ราคา 350 บาทได้หรือไม่
คนนัยน์ตาสีอ่อนขยี้หัวอย่างหงุดหงิด จะเอาโทษอะไรก็ไม่ได้เพราะติดที่เป็นรุ่นพี่แถมยังเป็นแฟนเพื่อนรักเสียอีก เขาจึงตอบส่งๆไป "เออๆ ช่างมันเหอะ "
เขาหมุนตัวเดินออกมาจากหน้าร้าน อาจจะเป็นเพราะเริ่มหิวและเมื่อยขาด้วยละมั้งเลยทำให้วันนี้เขาหงุดหงิดอย่างผิดวิสัยแล้วเจ้าตัวก็คิดว่าไปหาอะไรกินอะไรๆคงจะดีขึ้น เพราะตอนนี้ก็เที่ยงกว่าจนเกือบจะบ่ายโมงอยู่แล้ว คนร่างสูงมาหยุดยืนหน้าร้านแฮมเบอร์เกอร์เพื่อที่จะดูเมนูหน้าร้านแล้วก็สังเกตุเห็นสาวน้อย ".......แล้วเธอจะเดินตามฉันมาทำไมเนี่ย"
"....สำนึกผิดง่า ขอเค้าเลี้ยงข้าวนะ" เอ๋ยืนมองคู่กัดด้วยสายตาหวาดระแวงว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน "หิวแล้วด้วยง่า" เด็กสาวทำตาละห้อยแล้วก็ลูบท้องไปมา
"...งั้นก็ไม่เกรงใจล่ะ" คนผมสีทรายตอบพลางทำท่าจะเดินเข้าร้านแต่ทว่ามือเล็กกลับดึงชายเสื้อของเขาไว้ "อะไร!?"
"จะกินราเมงอะ" เด็กสาวชี้มือไปที่ร้านบะหมี่เลขแปด "ไม่ใช่ราเมงเค้าไม่เลี้ยงจริงๆด้วย"
"รู้แล้วๆ ไม่ต้องดึงก็ได้น่า" ยังไม่ทันที่จะฟังคำตอบจากอีกคนสาวน้อยผมทรงสายไหมก็ดึงชายอีกคนให้เดินตามมาแต่โดยดี
แม้แต่ร้านบะหมี่ของญี่ปุ่นก็เอาใจคู่รักในวันนี้เหมือนกัน ป้ายหน้าร้านติดกระดาษแข็งสีแดงประดับด้วยหัวใจและเขียนโปรโมชั่นพิเศษเอาไว้เพื่อดึงดูดผู้คน แต่ใครจะสนฉันไม่ได้มากับแฟนนี่ไม่อ่านหรอกเชอะ เมื่อได้ที่นั่งแล้วทั้งสองรับเมนูมาก่อนที่จะอาหารและนั่งรอ
"...แล้วหนังสือ"
"ไม่เป็นไรเปื้อนปกกับข้างในนิดหน่อยเป่าแห้งก็ได้แล้ว" เขานิ่งไปสักพักก่อนจะยิ้มยียวนตามสไตล์ "แถมยังได้กินราเมงฟรีอีกต่างหาก"
"เหอะๆ" เด็กสาวหัวเราะแบบฝืนๆเพราะความรู้สึกผิดชักจะเริ่มหมดลงแล้ว
"ว่าแต่...วันแบบนี้ทำไมมาเดินคนเดียว ไอ้ซินล่ะ?" เอ๋เห็นหน้าคนตรงข้ามแล้วกลัวจะอดกินของฟรีจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยแทน
"....ฮึ ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ดันมานัดประชุมหัวหน้าคณะวันนี้ซะได้" จูนเขี่ยน้ำแข็งในแก้วอย่างหงุดหงิด ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงจะมีบรรยากาศหวานแหววเหมือนคู่รักทั่วไปแล้ว
"อ้อ ใช่" คนผมสีทรายตอบรับแล้วเบนสายตาไปทางอื่น คนข้างหน้าจะรู้มั้ยเนี่ยว่าไอ้บ้าคนนั้นก็คือเจ้าซินแฟนสุดที่รักของเธอนั่นแหละ
"แล้วนายละ วันแบบนี้ไหงมาเดินคนเดียว" เด็กสาวก้มลงดูดชาเขียวในแก้วเพื่อดับความหงุดหงิดในใจ "คุณแฟนแสนสวยคนนั้นล่ะ"
"เฮอะ เลิกกันไปได้สองสามวันแล้ว" คนผมสีทรายแบะปากแล้วหยิบหนังสือคอมพิวเตอร์ขึ้นมาสำรวจต่อ
"นายนี่มันเจ้าชู้จริงๆเลยนะ" เด็กสาวย่นคิ้วเข้าหากันแล้วนัยน์ตากลมโตก็มองไปที่อีกคนอย่างเอาเรื่อง "เห็นผู้หญิงเป็นดอกไม้ริมทางรึไง"
"มันก็พอๆกับที่พวกนั้นเห็นฉันเป็นเครื่องเล่นนั่นล่ะ แล้วก็ขอโทษที ถ้าเธอลืมไปนะ....ฉันก็ผู้หญิงเหมือนกัน" มือขาววางหนังสือลงบนโต๊ะแล้วจ้องตากับอีกฝ่าย
"เครื่องเล่น?" เด็กสาวทวนคำอย่างหงุดหงิดในท่าทีเพราะอีกฝ่ายจ้องมองมาเหมือนจะหาเรื่องอยู่กลายๆ
"ไม่รู้รึไงว่าพวกดี้เข้าหาทอมเพราะเรื่องอะไร" เขาท้าวแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนฝั่งตรงข้าม "นั่นล่ะ ความหมายของเครื่องเล่น" เมื่อเห็นแววไหววูบในดวงตากลมโตของอีกฝ่ายเขาก็ยืดตัวตรงเหมือนเดิม
"...ฉันไม่ใช่พวกแบบนั้น ฉันไม่ได้คบกับพี่นิดหรือว่าพี่ซินเพราะหวังเรื่องแบบนั้น" เด็กสาวใบหน้ามีสีแดงส่งสายตากร้าวให้อีกฝ่าย "ยังไงก็ตามนายก็เล่นด้วยทุกคนนี่ก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอกนะ"
"เฮอะ เห็นว่าใจง่ายขนาดนั้นเชียว เห็นแบบนี้แต่ฉันเป็นคนจริงใจพอตัวเลยนะ ที่เลิกๆกันไปน่ะพวกนั้นขอเลิกทั้งนั้น" เขาหยักไหล่ก่อนที่จะพูดลอยๆออกมา "วันๆเอาแต่เล่นเกมส์ไม่สนใจเราบ้างล่ะ โตป่านนี้แล้วยังอ่านการ์ตูนบ้างล่ะ อยากได้นู่นอยากได้นี่ เสื้อผ้าแบรนด์เนมบ้างล่ะ ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าพวกนี้ชอบฉันที่ฉันเป็นหรือว่าคิดเอาเองว่าฉันต้องเป็นแบบนู้นแบบนี้ตามใจเขากันนะ"
"....เหมือนกันเลย" เด็กสาวร่างเล็กมองรุ่นพี่อย่างเข้าใจ "ที่ชั้นเลิกกับเพื่อนนายก็เหตุผลคล้ายๆกัน พี่เขาว่าชั้นเด็กเกินไป เขาอยากได้ขาวหมวยสวยเอ็กซ์จะมาบังคับให้ชั้นทำแบบโน้นแบบนี้ตามใจเขา อ่านการ์ตูนก็ว่า เล่นเกมส์ก็ว่า......แล้วสุดท้ายก็มาบอกเลิกเพราะว่าชั้นไม่ยอมตามเขา"
ทั้งสองคนมาหน้ากันแล้วถอนหายใจ จังหวะนั้นพนักงานเสริฟ์ก็นำเกี๊ยวซ่าที่เพิ่งทอดเสร็จมาส่งพอดี ทำให้การสนทนาหยุดลงชั่วครู่เพราะต่างคนต่างก็หิวเหมือนกัน
"กว่าจะทำใจออกมาหาดูหนังสือในวันแบบนี้ได้ ก็ดันมาโดนให้ควักเงินซื้อหนังสือแพงๆที่อุตสาห์ยืนเมื่อยขาอ่านฟรีมาเกือบครึ่งชั่วโมงเสียอีก"
"โธ่เอ้ย ก็ขอโทษแล้วไงเลี้ยงราเมงแล้วด้วย บ่นเป็นตาแก่ไปได้" เด็กสาวทำแก้มป่องขณะที่กำลังเคี้ยวชาชูอยู่เต็มปาก
"แถมยังเลือกร้านอีกนะ" คนผมสีทรายคว้าเกี๊ยวซ่าชิ้นสุดท้ายเข้าปากก่อนที่จะจัดการราเมงในชามใหญ่ของตัวเองต่อไป
"ก็อยากกินนี่นา" เด็กสาวกินราเมงไปพลางมองหน้าคนตรงข้ามไปพลาง คิดว่าชั้นอยากมานั่งเลี้ยงราเมงนายรึไงยะ วันแบบนี้ไม่ได้ออกมากับแฟนแล้วยังเจอแม่ใช้มาซื้อของอีก แถมยังมาเจอเจ้าหัวหอยเม่นนี่เบ่งใส่แล้วยังต้องเลี้ยงอาหารอีก ซวยจิงๆเลยวันนี้
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีอาหารที่อยู่ในชามและจานบนโต๊ะก็หายไปหมดแล้ว ทั้งสองนั่งนิ่งเพื่อเป็นการพักผ่อนหลังจากจัดการกับความหิวของตนเรียบร้อย "ว่าไง กลับกันได้รึยัง"
"ไปสิ" เด็กสาวลุกขึ้นหยิบบิลเดินตรงไปที่หน้าเคาท์เตอร์ เธอควักธนบัตรขึ้นมา 250 บาทเพราะคำนวณราคาในเมนูเรียบร้อยแล้ว
"175บาทค่ะ" เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นสูงแต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถาม พนักงานคนเดิมก็บอกให้เอ๋จับสลากจากกล่องใสๆ ซึ่งเจ้าตัวก็หยิบไปแบบงงๆ
"ยินดีด้วยนะคะ ได้รางวัลตั๋วหนังฟรีสองที่ค่ะ" พนักงานสาวยิ้มแย้มอย่างแจ่มใสตามที่ฝึกมาโดยไม่ได้สนใจใบหน้างุนงงของคนทั้งคู่แม้แต่น้อย (ตูได้รางวัลเรื่องอะไรเนี่ย)
เด็กสาวผมทรงสายไหมรับตั๋วหนังและเงินทอนแบบงงๆ แล้วเดินออกมาหน้าร้านที่เพื่อนร่วมโต๊ะออกมายืนรออยู่แล้ว จูนสังเกตุเห็นว่ารุ่นพี่สาวยืนมองกระดาษแผ่นใหญ่หน้าร้านด้วยสายตาตกตะลึงแล้วใบหน้าก็ออกจะแดงนิดๆด้วย เธอจึงเดินมาอ่านข้อความบนกระดาษสีแดงที่ตอนเข้าร้านไม่ได้สนใจมัน
"พิเศษสำหรับคู่รักลดทันที 30% พิเศษลุ้นรับโชคตั๋วหนังฟรี2ที่นั่ง จำนวน 100 รางวัล"
".....250บาทเหลือ175 แล้วก็ตั๋วหนัง" เด็กสาวพูดลอยๆแล้วใบหน้าก็เป็นสีชมพู เธอมองหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วมองกลับไปที่พนักงานในร้านที่ยืนกระซิบกระซาบกันเมื่อเห็นเธอมองมาสองคนนั้นก็รีบทำหน้าที่ต่อไป
"อ่ะแฮ่ม แล้วจะทำยังไงกับตั๋วฟรี?ที่นั่งv.i.p.ด้วยนะนี้" เอ๋คว้าบัตรหนังทั้งสองใบขึ้นมาดู "มีเรื่องนี้ที่อยากดูพอดีเลย ว่าไง?คุณแฟนจำเป็น"
".....อ่า" เด็กสาวมองดูตั๋วหนังสลับกับหน้าคนถือ แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรก็ถูกอีกฝ่ายดึงมือไปเสียแล้ว
"ไปไป หนังฉายรอบบ่ายสองอีกสิบนาที" เอ๋เดินจูงอีกคนอย่างรวดเร็ว อันที่จริงวันนี้เขาคิดจะพาแฟนมาดูหนังเรื่องนี้อยู่แล้วแต่ดันมีเหตุให้เลิกกันไปเสียก่อน การมาเจอสาวน้อยคนนี้ไหนวันนี้มันก็ไม่แย่อย่างที่คิดนี่นา
"เดี๋ยวต้องไปซื้อของให้แม่อ่า เดี๋ยวไม่ทันทำข้าวเย็น" เด็กสาวเร่งก้าวเท้าเดินเร็วให้ทันคนขายาว
"หนังเรื่องนี้สองชั่วโมงเอง เดี๋ยวพาไปซื้อของแล้วไปส่งถึงบ้านเลยเอ้า" คนร่างสูงยื่นข้อเสนอให้เต็มที่เพราะถ้าไม่ดูวันสองวันนี้หนังเรื่องนี้คงจะออกโรงไปแน่ๆ
"เอ้าๆ ไปก็ไป อย่าเดินเร็วได้มั้ยตามไม่ทัน!!"
"ยัยขาสั้นเอ้ย"
"ตาหัวหอยเม่นนี่!!มาวิ่งแข่งกันเลยมั้ย"
"อ้อ คิดว่าแน่ก็เอาเลยยัยเตี้ย ใครถึงหน้าโรงก่อนชนะเอามั้ยล่ะ!!"
"ได้เลย ย ย ยย ย " แล้วเสียงวิ่งตึงตังก็ดังไปตามทางเดินของห้างพร้อมกับเสียงผู้คนที่บ้างส่งเสียงร้องอย่างตกใจ บ้างก็ส่งเสียงเชียร์ไปตลอดทาง...
อันที่จริง...วันนี้ก็ไม่แย่เหมือนอย่างที่คิดเหมือนกันแฮะ
edit @ 14 Feb 2008 22:15:57 by เซซาเร่