เซซาเร่ View my profile

Recommend

ต่อไปจะลงนิยายที่นี่แล้วนะจ๊ะ ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้
 
http://www.comeon-book.com/comeonv3/story.php?SID=8547 
 
ไปติดตามอ่านกันที่ลิงค์ได้เลยเน้อ 
 
แปะอีกเรื่อง ตำนานปีศาจความฝันซัคคัวบัส http://www.comeon-book.com/comeonv3/story.php?SID=14739
 
ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุ เพราะพระอาทิตย์ดวงกลมๆนั่นดันทะลึ่งมาอยู่ซะกลางหัวชาวบ้านแบบนี้ ก็เข้าใจนะว่าอยากให้พลังงานให้พืชผลิตคลอโรฟิลส์อะไรนั่นน่ะ แต่ช่วยรีบๆส่องแสงแล้วรีบๆหลบไปสักทีได้มะ มันร้อน!
คนร่างสูงที่มีเรือนผมสีทรายเมื่อมาอยู่กลางแดดแบบนี้แล้วสีทรายนั้นกระเดียดออกไปทางสีบอร์น ผิวที่ขาวกว่าสาวเอเชียทั่วไปตอนนี้เป็นสีแดง เพราะแสงแดดที่แผดเผา ร่างสีขาวชมพูออกแดงเปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพราวเมื่อเม็ดเหงื่อหยดล่าสุดไหลเข้าไปที่ดวงตาสีน้ำทะเล เจ้าตัวจึงตัดสินใจที่จะใช้ผ้าเช็ดตัวที่ฟาดบ่าอยู่ขึ้นมาซับ เรียวปากสีแดงที่คาบตะปูยาวสองสามตัวเม้มแน่นเมื่อเขาออกแรงตอกตะปูตัวแล้วตัวเล่า เพื่อยึดติดโครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ให้แข็งแรงขึ้น
"พี่เอ๋ค่ะ ข้าวกล่องอยู่ตรงนี้นะคะ" สต๊าฟรุ่นน้องของคณะอื่นเดินแจกข้าวกล่องไปตามฐานต่างๆ กล่าวบอกคนที่อยู่บนฐานไม้สูงอย่างน้อยก็ 3 เมตรได้ล่ะ
เอ๋หันหน้ามาพยักหน้าตอบพอเป็นพิธีเพราะไม่อยากให้ตะปูร่วงลงไปที่พื้นเหมือนครั้งที่แล้ว เมื่อตอกตะปูตัวสุดท้ายที่เขาคาบไว้แล้วเสร็จลง เจ้าตัวถอนหายใจที่ภารกิจเสร็จสิ้นลงเสียที เขาค่อยๆก้าวลงจากบันไดไม้อย่างระมัดระวัง เมื่อขาทั้งคู่สัมผัสพื้นเจ้าตัวก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
"ไม่ว่าจะเมื่อไร ให้ขาสัมผัสพื้นแบบนี้ละดีที่สุดแล้ว ไหนดูซิข้าวกล่องมีอะไรกิน" เจ้าตัวพูดกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีเหมือนกับที่เพื่อนๆชอบแซวว่าเขาเป็นคนขี้บ่นนั่นล่ะ 
กล่องพลาสติกสีขาวขุ่นที่ถูกเขียนด้วยปากกาเมจิคสีน้ำเงิน เป็นลายมือที่คุ้นตาของสตรีวัยกลางคน คนร่างสูงยิ้มออกมาบางๆ เพราะเขารู้ว่าอาหารฝีมือป้าสานั้นอร่อยไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเวลาที่คุณป้าใจดีทำของโปรดแบบนี้มาให้
น่องไก่ทอดกระเทียมที่ทอดจนเป็นสีเหลืองกรอบถูกวางไว้ข้างๆบล็อคโคลี่ผัดกุ้งแถมยังโปะไข่ดาวที่มีไข่แดงที่ยังไม่สุกสีแดงสวยอีกตะหาก ข้าวหอมมะลิสีขาวอวบดูนุ่มน่ากิน ทำให้คนที่เห็นแทบจะไม่อยากทำอะไรต่อไปแล้วนอกจากหยิบช้อนแล้วตักเข้าปาก
"รักป้าสาที่สุดเลยก๊าบบ ขอกินละนะก๊าบ" เอ๋พูดขอบคุณคนที่ทำอาหารกล่องรสเลิศนี้อย่างสุดซึ้งพร้อมกับตักคำแรกเข้าปาก รสผัดผักบล็อคโคลี่ผสมกับไข่แดงที่ถูกเจาะทำให้เจ้าตัวแทบน้ำตาซึมในความคิดถึงรสชาติ หรือว่าหลังเรียนจบเขาจะมาทำงานรีสอร์ตเจ้าซินซะเลยดีนะ จะได้กินอาหารฝีมือป้าสาไปตลอด
ขณะที่กำลังตักคำที่สองเข้าปาก นัยน์ตาสีท้องทะเลมองไปด้านหน้าเมื่อเขาได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนเสียงฝีเท้าของสัตว์หรืออะไรสักอย่างที่มาเร็วและแรง
ฝุ่นที่ตลบอบอวลสูงขึ้นไปในอากาศบ่งบอกว่า สิ่งนั้นกำลังมาทางนี้
ข้าวคำที่สามถูกตักเข้าปากในขณะที่เจ้าตัวกำลังชั่งใจว่าจะ เดินไปนั่งกินดีๆใต้ต้นไม้ดีหรือไม่ เพราะฝุ่นที่เห็นไกลๆนั้นมันอาจจะลงใส่กล่องข้าวแสนรสเลิศ
ร่างของเด็กผู้หญิงในชุดที่ดูคุ้นตา ปรากฎลางๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจนักเพราะร่างนั้นก้มหน้าลงต่ำเหมือนกำลังจะวิ่งมาชนใครสักคนให้กระเด็นออกนอกโลก สิ่งนี้ทำให้เขาสนใจและอยากจะรู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ร่างนั้นยังคงตรงมาทางเขา โดยที่ไม่คิดจะเลี้ยวหลบหรือเปลี่ยนทิศทางแต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็ทำให้กล่องข้าวสีขุ่นถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว โชคดีเหลือเกินที่เขาตัดสินใจทำมันลงไปเพราะเมื่อกล่องถูกปิดลงและรัดยางแน่นตามเดิมแล้ว
ยัยตัวแสบนั่นก็พุ่งเข้ามาชนเขาอย่างจังพอดี......
แผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อได้ต้นไม้ใหญ่รองรับการกระเด็นจากการถูกกระโจนเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัวแบบพอดิบพอดี มือเรียวในแขนข้างหนึ่งยังคงจับกล่องข้าวไว้แน่นด้วยความตั้งใจ  แต่แขนอีกข้างโอบร่างเล็กที่วิ่งมาชนเขาแบบไม่ตั้งใจ
"......อูย ไม่มีอะไรจะเล่นแล้วรึไงยัยบ้าเอ้ย" เสียงครางลอยออกมาหลังจากการปะทะอย่างรุนแรงดังขึ้นมาเพราะความจุกและแรงกระแทกกับต้นไม้ที่แผ่นหลังได้รับ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับสิ่งที่ยัยนิสัยประหลาดคนนี้ทำหรอก!!
ไม่มีเสียงฝีปากจัดจ้าน หรือน้ำเสียงหยิ่งยะโสอวดดีเหมือนเคย ร่างในอ้อมแขนของเขายังคงสั่นระริก มีเสียงสะอื้นเล็กๆดังออกมาเบาๆ และแขนเล็กทั้งสองข้างก็เริ่มกอดเอวของเขาไว้แน่น 
"อ้าวเฮ้ย เป็นอะไร อุ๊ฟ.... อย่ารัดแน่น ข้าวจะกระเด็น!!"  คนที่ถูกกอดแน่นพูดออกมาอย่างตกใจในการกระทำและแรงมหาศาล เขารู้สึกเหมือนโดนท่า bear hug ในเวทีมวยปล้ำอย่างไรอย่างนั้น
ไม่มีเสียงตอบใดๆจากเด็กสาวนอกจากเสียงร้องไห้ที่ดังออกมาเบาๆ คนร่างสูงกรอกตาไปมา เพราะไม่รู้ว่าจะปลอบใจยัยนี่ดี หรือจะกินข้าวต่อดี เพราะนี่ก็ใกล้เวลานัดแล้วด้วย 
"โอเค เชิญตามสบาย ชั้นกินข้าวก่อนละหิว" ในที่สุดอาหารรสบรรเจิดของป้าสาก็ชนะ เอ๋เปิดกล่องข้าวขึ้นมา พร้อมกับไก่ทอดในมือก่อนที่จะกัดเข้าไปเคี้ยวในปาก โดยที่ยังมีเด็กสาวซบอกร้องไห้อยู่แบบนั้น
ใครมาเห็นภาพนี้คงจะแปลกใจน่าดูเชียวละ 
ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่กลางแดดร้อนในวันที่ฟ้าเปิด มีหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังทำกิจกรรมที่ขัดกันอย่างสิ้นเชิง เด็กสาวร่างเล็กที่ดูเหมือนกำลังโศกเศร้ากำลังร้องไห้ซบน้ำตาลงบนหน้าอกของผู้หญิงอีกคน ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนกำลังกัดไก่ทอดสลับกับตักข้าวเข้าปากเคี้ยวอย่างเอาเป็นเอาตาย.....
............................................................................................................................................................................................
การวิ่งอย่างสุดแรงนี้เป็นสิ่งสุดท้ายจริงๆที่เธออยากทำ โดยเฉพาะในวันที่พระอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้าในเวลาเที่ยงวัน ต้นว่านยืนหอบหายใจแรง ใบหน้าสีชมพูเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำชื้นไปด้วยเหงื่อที่ผุดพราว ความเหนื่อยอ่อนและความร้อนทั้งจากภายนอกและภายในร่างกายทำให้หล่อนอยากจะเป็นลมไปซะจริงๆเลยตอนนี้
หล่อนทิ้งตัวเองลงไปนั่งยองๆกับพื้น อย่างคนที่ไม่อภัยให้ตัวเองและกำลังสิ้นหวังเพราะตอนนี้เธอได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต...เธอทำให้น้องที่เธอรักที่สุดต้องเสียใจในการกระทำของเธอเสียแล้ว
ไอแดดนั้นร้อนระอุ อุณหภูมิในเวลานี้ทำให้ภาพที่สายตามองออกไปเริ่มพร่าเลือน มันเป็นเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างของท้องฟ้ากับผืนดิน หรือที่มันมัวเพราะหยดน้ำที่คลอนัยน์ตาเธอกันแน่
แสงแดดร้อนจ้าที่อาบตัวนั้นเธอเริ่มหายไป พร้อมกับความรู้สึกที่เริ่มเย็นจากร่มเงา ต้นว่านมองพื้นที่มีเงาสีดำเข้ามาครอบคลุมรอบๆตัวเธอ หล่อนจึงเงยหน้ากลับไปมอง
ร่มคันใหญ่ถูกกางโดยผู้หญิงในชุดสีดำ นี่เองสินะที่มาของร่มเงา ต้นว่านหันหน้ากลับไปตามเดิม เธอไม่อยากเห็นหน้าของต้นเหตุของเรื่องไปมากกว่านี้
"....เมื่อกี้เอ๋โทรมาบอกว่าจูนอยู่กับมัน มันฝากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงจะช่วยดูแลให้" ร่างสีดำเลื่อนปลายนิ้วเพื่อปิดมือถือเครื่องสีดำเงาก่อนที่จะเก็บใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกงยีนส์เหมือนเดิม "....ไปกันได้แล้ว บ่ายโมงครึ่งแล้วตอนนี้"
"...อือ"  หญิงสาวปาดหยดน้ำในตาของตัวเองออก พร้อมกับลุกขึ้นยืน เธอออกเดินนำไปโดยที่ไม่หันกลับมามองคนที่มาส่งข่าวให้แม้แต่น้อย
ร่างสูงลอบถอนหายใจเบาๆ แต่ก็เดินตามกางร่มให้อีกคนแต่โดยดี 
....
.......
............
เมื่อถึงเวลาบ่ายโมงครึ่งกลุ่มนักศึกษาที่มาเข้าค่ายก็เริ่มทยอยเข้ามารวมตัวกันตามคณะของตนเอง แต่ก็มีบ้างที่แอบไปปะปนในคณะที่มีคนที่ตนหมายตาไว้
เมื่อต้นว่านเดินมาถึงยังที่นัดหมายก็อดไม่วายที่จะกวาดตามองร่างของเด็กสาวจากฝูงชน แล้วก็ถอนหายใจเมื่อไม่พบสิ่งที่ต้องการ เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงอาการนี้ 
"ตอนนี้คงอยู่ที่ฐานของเจ้าเอ๋นั่นล่ะ" เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อยเมื่อประโยคที่กล่าวออกมาลอยๆได้รับการพยักหน้าตอบรับแม้ว่าเธอคนนั้นจะไม่ได้หันหน้ามาก็ตามที
"โอเคนะ ซิน ต้นว่าน เอ้านี่ไมค์ลอย กับโทรโข่ง พร้อมแล้วก็ขึ้นเวทีเลย" สต๊าฟฝ่ายเวทีวิ่งนำไมค์สีดำสองตัวพร้อมกับโทรโข่งอีกสองคู่ยื่นให้ทั้งสองคน
"ไหวไหมคุณว่าน ถ้าไม่ไหวก็บอกได้นะ" คนผมดำยังคงมองผู้หญิงข้างๆด้วยความเป็นห่วง เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีหยดน้ำตาแล้วแต่บรรยากาศหม่นหมองก็ยังคงกระจายอยู่รอบๆตัวคู่สนทนา
ต้นว่านรวบผมตัวเองขึ้นเป็นหางม้า เธอสบตาเขาในขณะที่กำลังรัดหนังยางเข้าด้วยกันให้แน่น แต่เนื่องจากไม่ได้ใช้หวีจึงมีเศษปอยผมบางส่วนลงมาปรกใบหน้า 
"ชั้นไม่เป็นไร ไปกันเถอะ... the shows must go on"
เขายิ้มออกมาบางๆในขณะที่เดินตามผู้หญิงที่เข้มแข็งคนข้างหน้าออกไป....
......
..........
"สวัสดีค่ะ ตอนนี้ก็ได้เวลาเริ่มต้นกิจกรรมกันแล้วนะคะ ทุกคนอาหารกลางวันเป็นอย่างไรบ้างค่ะ อร่อยถูกปากกันไหมค่ะ" น้ำเสียงแจ่มใสดังขึ้นมาทำให้บรรยากาศรอบๆเริ่มคึกคัก มีเสียงตอบรับกลับมาอย่างครื้นเครง 
"อร่อยค่า/คร๊าบ"
"ฮ่าฮ่า แน่นอนละฮะ ฝีมือของป้าสายากจะมีใครเทียบ ทุกคนปรบมือให้ป้าสาเชฟมือหนึ่งของเราด้วยฮะ" ซินผายมือไปในทิศที่หญิงวัยกลางคนยืนอยู่ หล่อนมีใบหน้าแดงทำท่าเขินเล็กน้อยเมื่อได้รับการปรบมืออย่างล้นหลาม
"ฮิฮิ ป้าสาเขินแย่แล้ว เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ เราจะแบ่งกลุ่มกันโดยให้คละกันไปแต่ละคณะนะคะ" มีเสียงโห่ขึ้นมาหลังจากสิ้นเสียงประกาศเพราะบางคนไม่อยากแยกจากเพื่อนตัวเองไปอยู่กับคนแปลกหน้า
"อ้าวๆ พลาดกันแล้วนะนั่น ดูสิสวยๆหล่อๆกันทั้งนั้น โอกาสแบบนี้ไม่มีแล้วนะ ใครเล็งใครไว้ก็จับกลุ่มกันไวๆเลย หนุ่มๆสาวๆ" เสียงหัวเราะเฮฮาเริ่มดังขึ้น พร้อมกับเสียงเรียกสมาชิกแต่ละคณะที่ยังขาดไป
'ทางนี้ยังขาดบัญชีกับสถาปัตย์'
'เราอยู่นิเทศกลุ่มไหนยังไม่ครบบ้างอ่ะ'
'ทางนี้ๆ'
"เอ้าๆ ไวหน่อยๆ อีก ห้านาที ถ้าใครยังไม่มีกลุ่ม ถูกจับเต้นท่าไก่ย่างนะเอ้า" ซินนึกสนุกเลยประกาศแกล้งรุ่นน้องให้ไฟลนก้นกันซะอย่างนั้น จึงเกิดบรรยากาศชลมุนขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เอ๊ น่าสนุกดีนะคะ ไหนดูสิว่าใครจะได้เต้นท่าไก่ย่างโชว์กัน" ต้นว่านหัวเราะเสียงใสพลางมองดูรุ่นน้องที่ยังไม่มีกลุ่มที่หน้าซีดหันรีหันขวาง ในขณะที่กลุ่มที่ยังมีคนไม่พอก็ตะโกนเรียกคณะที่ขาดกันแบบประสานเสียงกันทั้งกลุ่ม
ปรี๊ดดดดดดด  "เอาละ 5 นาทีแล้ว หยุดอยู่กับที่เลยห้ามขยับ"
"กลุ่มไหนคนครบแล้วนั่งลงค่ะ กลุ่มไหนไม่ครบแต่เนียนนั่งจะโดนปั่นจิ้งหรีดเพิ่มด้วยนะคะ"
"อ้าวมีสองกลุ่ม ขาดคณะอะไรไปฮะ" โฆษกผมดำดูรายชื่อในกระดาษแล้วขมวดคิ้วเพราะมันจะไม่เหลือเศษถ้าตามรายชื่อ
"กลุ่มหนูขาดวิศวกรรมศาสตร์ค่ะ" เด็กสาวผมสั้นดัดปลายกำลังขมวดคิ้วพร้อมกันหันซ้ายขวา เพื่อมองหาเพื่อนต่างคณะที่หายไป
"ขอโทษๆๆ มาแล้วครับ ไปเข้าห้องน้ำมา" เสียงเด็กหนุ่มตะโกนขึ้นพร้อมกับวิ่งเข้ามายังกลุ่ม
"โอเค กลุ่มนี้ครบแล้วนะ แต่ตามกติกา โชว์ไก่ย่างยกกลุ่ม!!" 
"เอ๊!!!!" หนุ่มวิศวเลิกคิ้วสูง เมื่อเขาหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมกลุ่มก็ได้รับสายตาพิฆาตทิ่มแทงหัวใจ
"เพราะนายคนเดียวเลย!!!!" เด็กสาวในกลุ่มมีใบหน้าแดงร้องขึ้นมาด้วยความโกรธและความเขินอายที่จะต้องเต้นท่าน่าอายๆกลางฝูงชน
"เอาละทุกคนขอเสียงกดดันเพื่อนๆหน่อยค่า" เพื่อเป็นการรวบรัดต้นว่านจึงประกาศขอความร่วมมือจากเพื่อนๆให้ทุกอย่างเริ่มต้นเร็วขึ้น
"ไก่ย่าง ไก่ย่าง ไก่ย่าง" 
"เออ!! รู้แล้วๆ"  หนุ่มวิศวตะโกนร้องอย่างเสียไม่ได้ ไหนจะอาย ไหนจะโดนสาวๆในกลุ่มทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตีและสายตาจิกแทงอีกซวยจริงๆวันนี้
'ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา......' ในขณะที่กลุ่มแรกกำลังเต้นท่าไก่ย่างพร้อมกับเสียงตลกโปกฮาของเพื่อนๆที่ยืนดูกันอยู่ ต้นว่านปิดไมค์แล้วเดินลงมายังอีกกลุ่มหนึ่ง 
"กลุ่มนี้ขาดคนจากวารสารศาสตร์รึเปล่าค่ะ?" 
"ใช่ค่ะพี่ต้นว่าน"
"อ่อ ตอนนี้น้องเขาไม่สบายไปรออยู่ฐานที่สามน่ะค่ะ งั้นนั่งลงกันเลยค่ะ" ต้นว่านยิ้มละไมให้รุ่นน้องแล้วเดินกลับขึ้นมาบนเวที
"เฮ้อ รอดไป" เสียงบ่นอย่างโล่งอกลอยตามหลังมาเบาๆ
...
....
"กลุ่มแรกไปฐานที่ 1 กลุ่มที่สองไป ฐานที่ 2 ตามลำดับกันเลยนะคะ จบกิจกรรมมีการประกาศรางวัลกลุ่มยอดเยี่ยมและยอดแย่นะคะ พยายามกันให้เต็มที่นะคะทุกคน"
"โอเค กลุ่มแรกไปกันเลย ตามพี่เสื้อสีฟ้านั่นไปเลยฮะ"  
"สต๊าฟประจำฐานเดินมารับน้องด้วยจ้า" 
....
.......
"เอ้า" กระดาษทิชชู่ยับเพราะมันถูกยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์โดยขาดความปราณีตจากเจ้าของถูกยื่นให้เด็กสาวที่ยังคงสะอึกอื้นอยู่ใกล้ๆ
"อี๋ ยับน่าเกลียด" จูนบ่นออกมาเบาๆ แต่ก็รับมาเช็ดน้ำมูกพอดี เสียงสูดน้ำมูกเล่นเอาเอ๋ที่กำลังจะทวงกระดาษคืนรีบกลืนคำพูดลงคอโดยฉับพลัน
"เอ้าว่าไง เป็นอะไรล่ะยัยตัวแสบ อย่าบอกนะว่าแกล้งสำออยจะได้ไม่ต้องเล่นฐานกิจกรรม" เขาคว้าน้ำอัดลมกระป๋องขึ้นมาจากกระติกน้ำแข็งก่อนที่จะงัดอลูมิเนียมขึ้นมาทำให้เกิดเสียงดังฟู่ของก๊าซ
"คิดได้ยังไง ใครมันจะลงทุนถึงขนาดนั้นยะ" เด็กสาวหันขวับไปค้อนคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง นัยน์ตาสีแดงบวมกล่ำกับจมูกสีแดงเหมือนชมพู่นั่นทำให้คนที่กำลังจะกระดกน้ำอัดลมเข้าปากต้องตัวสั่นเพราะอดกลั้นการหัวเราะ เจ้าตัวจึงยื่นกระป๋องให้เด็กสาวแทน
"...ขอบใจ" ถึงแม้เจ้าตัวจะยังมึนงงเพราะตาหัวเม่นนี่ใจดีผิดคาดแต่ก็รับมาไว้แต่โดยดี การร้องไห้นานๆใช้พลังงานเปลืองน่าดู
เอ๋หยิบน้ำอัดลมขึ้นมาอีกกระป๋องเขากระดกน้ำสีดำลงคอเมื่อตัดสินใจนั่งลงข้างสาวน้อยขี้แย เด็กสาวมองเหม่อลอยออกไปที่ป่าไม้สีเขียวสุดสายตา พลางทบทวนสิ่งที่ตนเพิ่งประสบมา
ร่างสูงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของเธอ กำลังคว้าข้อมือของพี่สาวที่รักของเธอเอาไว้ เหมือนว่าพวกเขาจะทะเลาะกันทำให้เธอวิ่งเข้าไปด้วยความเป็นห่วงแต่ทว่า
"คุณต้นว่านคืนนี้มานอนกับซินเถอะ" ประโยคนี้ทำเอาหล่อนตัวชา เท้าหนักอึ้ง จนถึงขั้นหยุดก้าวเดิน อะไรที่ทำให้แฟนของเธอเอ่ยปากชวนพี่สาวเธอได้เนี่ย
"คุณบ้าไปแล้ว คุณซิน" เธอเห็นพี่สาวที่ใบหน้าแดงก่ำแว่บหนึ่งก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าหนีอีกคนไป "อย่ามาให้ชั้นเห็นหน้าคุณอีก!!"
"ด เดี๋ยวก่อนคุณว่าน ซินไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่คุณจี๊สซี่อันตรายคุณก็น่าจะรู้" พี่ซินที่เหมือนจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปรีบพูดออกมาทันควัน แต่พี่ต้นว่านก็สวนกลับทันควันเช่นกัน
"แล้วตัวคุณมันอันตรายน้อยกว่าผู้หญิงคนนั้นยังไง" 
ท่าทีท้าวเอวแบบโกรธสุดๆขนาดนี้ของพี่ว่านเธอก็ไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณมันก็จอมฉวยโอกาส เฒ่าหัวงู!! ชั้นยังไม่ลืมที่คุณจะชวนจูนไปนอนด้วยหรอกนะ!!!"
"บ้าจริง งั้นคุณก็เป็นคนลามก!! คิดเป็นแต่เรื่องทะลึ่ง!! ที่ผมชวนจูนนอนด้วยเพราะเห็นว่ากำลังมีปัญหาเรื่องที่นอนกันหรอกนะ!!"
โอ้ว พี่ซินเวอร์ชั่นปากจัด นี่เขาสองคนโกรธกันเรื่องอะไร แต่ที่แน่ๆมีตัวเธอมาเกี่ยวข้องแน่นอน คิดได้แค่นั้น เธอก็ตกใจแล้ววิ่งหนีพวกเขามา....
"ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก อยู่ที่นี่แหละไม่ต้องไปไหน" นัยน์ตาสีน้ำทะเล สบตากับดวงตาสีน้ำตาลแดงก่ำ เหตุผลที่ทำให้ยัยนี่ร้องไห้เสียสติขนาดนี้มีไม่กี่เหตุผลหรอก แต่ใครละ ซิน หรือต้นว่าน?
จูนก้มหน้าหลบสายตาพลางทำท่าจิบน้ำสีดำจากกระป๋องสีแดง แล้วมองวิวภูเขาด้านหน้า  ใครจะไปรู้ว่าเวลาแบบนี้เจ้าเม่นตัวดีที่เคยทะเลาะกันมันดันเท่ห์ขึ้นมาซะอย่างนั้น
ทันใดนั้นน้ำเสียงรีบร้อนของรุ่นน้องชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้าประชิดตัวรุ่นพี่สาวอย่างรวดเร็ว "พี่เอ๋ๆ ฝากหน่อยพี่ เดี๋ยวจารย์นพจะตรวจ"
"เอ้ย เดี๋ยว อะไรวะเนี่ยไอ้นัท เฮ้ย!" กระเป๋าเป้สีดำถูกยัดเข้ามาใส่มืออย่างรวดเร็วจนน้ำอัดลมกระป๋องในมือหลุดมือไป เจ้าตัวที่มัวแต่ตกใจและเสียดายน้ำอัดลมมองตามกระป๋องไปแวบนึง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา ไอ้ตัวดีก็หายไปเสียแล้ว
"แมงเอ้ย อะไรของมันวะเนี่ย ไหนดูซิ" ลูกครึ่งไทย-อิตาลี่รูดซิปเปิดดูของข้างในโดยมีสาวน้อยตากลมโตชะโงกมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ห่านแล้วไง!! ไอ้น้องเลว วอนกลับบ้านยกคณะแล้ว เป็ดเอ้ยย" ซิปกระเป๋าเป้สีดำถูกรูดปิดอย่างรวดเร็ว จูนขมวดคิ้วเพราะเห็นภายในรูปร่างคล้ายๆ ซีดีแต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอะไร
เอ๋ผุดขึ้นยืนก่อนจะหันไปซ้ายหันขวา แล้วก็เห็นอาจารย์นพกำลังเดินมาอยู่ลิบๆ "หาที่ทำลายหลักฐานก่อนล่ะตู เดี๋ยวงานเข้า" สายตาสีน้ำทะเลหันไปเจอพนักงานประจำรีสอร์ตพอดี เขาจึงรีบพุ่งเข้าไปหาเธอคนนั้น
"พี่ปลา นี่เป้ไอ้ซินฝากไปให้มันหน่อย ด่วนมาก! เรื่องคอขาดบาดตาย!!" พนักงานสาวรับเป้สีดำมาด้วยสีหน้าตกตะลึง ก่อนที่จะพยักหน้าหงึกๆแล้วรีบก้าวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
 "นายเม่น ซีดีนั่นอะไรอะ" ด้วยความอยากรู้ในท่าทีอันร้อนรนของทั้งสองคนทั้งรุ่นน้องคนเมื่อกี้ และรุ่นพี่คนนี้ จูนที่หยุดร้องไห้โดยไม่รู้ตัวจึงถามออกไป แต่คำตอบที่ได้รับกลับมายิ่งทำให้งงงวยเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อรุ่นพี่สาวแค่ตอบกลับมาห้วนๆว่า
"เพลงชาติ"
"......หะ!?" หล่อนสบถออกมาแค่นั้น ก่อนที่สาวน้อยจะนั่งครุ่นคิดต่อไป เพราะรุ่นพี่หัวเม่นเดินออกไปทำงานของตนต่อปล่อยหล่อนนั่งคิดว่าเพลงชาติมันเกี่ยวอะไรกับที่ต้องกลัวอาจารย์จะเจอด้วย...
.....
...........
...................
"โอเค ฐานสามตามพี่ซินมาเลยฮะ" เขาประกาศออกโทรโข่งเพื่อเรียกรุ่นน้องกลุ่มหนึ่งให้เดินตามออกมา หลังจากแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันเสร็จ
"แถวคู่เลย" ซินพูดก่อนที่จะออกเดินนำ แล้วก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อพี่ปลาเดินหน้าซีดรีบร้อนเข้ามาหา คนเสื้อดำจึงกดปิดเสียงที่โทรโข่งเพื่อที่รอฟังเรื่องด่วน แต่เขากลับได้รับเป้สีดำมาแบบงงๆ
"พี่ปลา นี่อะไร?" คนร่างสีดำพลิกกระเป๋าเป้ในมือดูยังไงก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
"อ้าว ไหนน้องเอ๋บอกว่าของน้องซินไงค่ะ เห็นว่าเรื่องคอขาดบาดตาย พี่ก็เลยรีบวิ่งมาให้เนี่ย" คนที่รีบวิ่งมาหยุดหอบหายใจ หล่อนขมวดคิ้วเมื่อพบว่าคนที่น่าจะตื่นตกใจกลับทำหน้างงใส่หล่อนซะอย่างนั้น
"...? งั้น ซินฝากพี่ปลาเอาไปไว้บนห้องซินหน่อยละกันนะฮะ ตอนนี้กำลังยุ่งอยู่ ขอบคุณฮะ" หลังจากประมวลผลแล้วว่าอะไรก็ตามที่เจ้าเอ๋ให้มา ส่วนมากจะไร้สาระ เป้สีดำไม่คุ้นตาจึงถูกเลื่อนใส่มือคนที่ถือมาคนเดิม เขากล่าวขอบคุณแล้วเดินนำรุ่นน้องออกไป ทิ้งให้พี่ปลายืนงงกับเหตุการณ์ที่เหมือนหนังคนละม้วน
"อ้าว แล้วตกลงว่ารีบไหมเนี่ย" หล่อนเกาหัวแกรกๆก่อนที่จะถือเป้เดินไปที่ตึกแต่โดยดี
"มีเรื่องอะไรรึเปล่าค่ะคุณซิน" ต้นว่านเดินเข้ามาใกล้ หล่อนถามขณะที่มองตามแผ่นหลังของพนักงานคนนั้นไป
"หืม ไม่มีอะไรฮะ เอ๋ฝากของไปเก็บที่ห้องเฉยๆ ไปกันเถอะ"
.....
...........
".....คุณซินคิดว่า จูนวิ่งหนีพวกเราไปเพราะอะไร" เขาหันกลับไปมองคนที่เดินอยู่เคียงข้างก่อนที่จะหันกลับไปมองทางเดินด้านหน้า
"คุณน่าจะตอบคำถามนั้นได้ดีกว่าซินไม่ใช่หรือ" ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆ จริงอย่างที่สุด เขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแฟนสาวจำเป็นคนนี้เลย ดันนั้นเหตุผลหล่อนวิ่งหนีไปแบบนั้น ไม่อยากจะคาดเดาให้เหนื่อย
"........นั่นสินะคะ" ต้นว่านสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด "ชั้นไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียใจเลย"
"พวกคุณนี่รักกันจริงๆนะ" ซินพูดในขณะที่รู้สึกตัวว่าปลายคิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยอย่างไม่มีเหตุผล แต่คนข้างๆคงไม่ทันสังเกตหรอกว่ามันขมวดเพิ่มขึ้นหลังจากได้ยินคำตอบ
"ชั้นรักเค้ามากๆ ยิ่งกว่าพี่น้องที่คลานตามกันมาเสียอีก"
"........." มือขวาของเขาเลื่อนไมโครโฟนของโทรโข่งขึ้นมาที่ระดับอก "ถ้าอย่างนั้นคุณก็ลองถามเหตุผลกับเจ้าตัวเขาก็แล้วกัน"
เมื่อต้นว่านเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่า เด็กสาวที่เธอพูดถึงเมื่อสักครู่นั้น ยืนรอพวกเธออยู่แล้วโดยมีเอ๋ยืนอยู่ข้างๆ นั่นเอง...






  
 








edit @ 23 Apr 2011 10:33:47 by เซซาเร่

ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ : งานเข้า ณ ที่เข้าค่าย
 
ตอนก่อน edit เพิ่มรูปวาดไปสองรูปเน้อ เผื่อใครยัังไม่ได้ดู

ฉันไม่เข้าใจในความสนใจของฉันที่มีต่อเขาตั้งแต่วันที่เราเจอกันเป็นครั้งแรกในวันที่ฝนตก
ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมความรู้สึกไม่พอใจถึงได้พลุ่งพล่านเมื่อตอนที่รู้ว่าเขาก็เป็นแค่คนเจ้าชู้อีกคนหนึ่ง
ฉันเริ่มไม่เข้าใจตัวเอง เมื่อเขาคนนั้นเขามาติดพันรุ่นน้องคนสำคัญของฉัน
ฉันเริ่มไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมฉันถึงรู้สึกดีใจไม่เต็มที่เมื่อตอนที่เขาทำหน้าที่เป็นคนรักที่ดีกับจูน หรือเพราะฉันรู้ว่าเขาแค่เข้ามาใกล้ชิดเพื่อหาข้อมูล
ทำไมหัวใจฉันถึงได้แล่นโลด ในยามที่มีโอกาสอยู่ใกล้ ในยามที่เขาแกล้งสัมผัส ถึงแม้ตัวฉันเองจะพยายามหาเหตุผลต่างๆนานามากดมันไว้ก็ตาม
แต่เมื่อตอนที่เห็นเขาจูบกับจูน ฉันรู้แล้วว่าอาการแปลกๆที่เกิดกับฉันตลอดมามันคืออะไร
....
.......
ฉันรักเขา....... ฉันหลงรักคนที่ไม่ควรรัก บางที มันอาจจะเป็นรักเมื่อครั้งแรกที่พบกันเสียด้วยซ้ำ
ทำไมคนที่ชั้นรักต้องเป็นนายด้วย ...... ซิน
..........................................................................................................................................................
ในที่สุดวันที่หลายคนรอคอยก็มาถึง วันนี้มีการจัดกิจกรรมเข้าค่ายรับน้องชมรมซึ่งจะมีเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนของเดือนมิถุนายน รถบัสถูกเหมามารวมกันบริเวณหน้าโรงอาหารของมหาวิทยาลัย เสียงจ้อกแจ๊กจอแจของกลุ่มนักศึกษาที่รวมตัวกันเป็นชมรมต่างๆเสียงดังไปทั่วบริเวณ
"เอ้าฮึ้บ!" กล่องกระดาษที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างดีกล่องแล้วกล่องเล่าถูกยกขึ้นไปวางด้านใต้ของรถบัส เอ๋ปาดเหงื่ออย่างเซ็งๆ ที่ต้องมาเสียพลังงานแต่เช้าแบบนี้ เนื่องจากคณะที่เขาอยู่ส่วนมากจะเป็นผู้ชายและอย่างที่รู้กันว่าเป็นเพศที่รักษาเวลาเหลือเกิน
"โว๊ย ไอ้พวกรุ่นน้องเวร พวกมันมากันเมื่อไหร่จะสั่งแทงปลาไหลสักร้อยที" คนร่างสูงบ่นพึมพัมๆพลางลากลังอุปกรณ์มาไว้ข้างรถ ก็แหงละงานแบบนี้ต้องใช้กำลังของรุ่นน้องติดแต่ว่า เจ้าพวกตัวดียังไม่มีใครมาสักคน
"เลิกบ่นซะทีน่า เดี๋ยวเช็คของเสร็จจะไปช่วยยกละกัน" คนผมดำพูดออกมาขณะที่กำลังขีดฆ่ารายการบนกระดาษ ตอนเช้าๆแบบนี้ไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยให้ตายสิ คนร่างสูงหาวออกมาเบาๆคนที่เป็นความดันต่ำแบบเขาไม่ชอบนักหรอกที่จะยันตัวขึ้นมาเพื่อมาเช็คของและแบกของแบบนี้ แล้วเมื่อคืนก็นอนไม่หลับเสียด้วยสิ
มันไม่ใช่แค่เรื่องหนังสดที่เขาเล่นให้ต้นว่านดูหรอกนะที่ค้างคาใจเพราะเรื่องนั้นเขาได้ทำใจไว้บ้างแล้ว แต่อีกเรื่องที่ค้างคานี่สิ มันสะกิดใจอย่างไรชอบกล
วันนั้นที่เขารอผู้หญิงสองคนนั้นที่ชั้นล่าง เมื่อยาแก้ปวดเริ่มหมดฤทธิ์บาดแผลที่ปวดตุบขึ้นมาทำให้อารมณ์หงุดหงิดเริ่มเข้ามาเยือน คนร่างสูงจึงตัดสินใจที่จะขึ้นไปตามหญิงสาวที่แสนดีที่รับอาสาจะพารุ่นน้องขึ้นไปนอนพักผ่อน เมื่อขายาวก้าวขึ้นมาถึงขั้นบนสุด
"รักพี่ว่านที่สุดเลย"
"อือ พี่ก็รักจูนที่สุดเหมือนกัน"
ร่างสูงหยุดชะงักอยู่ที่หัวบันไดหน้าห้อง หลังจากที่เขาตัดสินใจจะเดินขึ้นมาตามหญิงสาวที่ตอนนี้ควรจะอยู่บนมอเตอร์ไซค์ของเขาได้แล้ว ซินยืนตัวแข็งเพราะภาพและเสียงที่เขาได้ยินในตอนนี้มันทำให้ตกตะลึง
ต้นว่านนั่งอยู่บนเตียงจูนโดยที่หันหลังให้เขา สิ่งนั้นไม่น่าตกใจแต่ที่ตกใจเพราะว่าหล่อนกำลังก้มหน้าลงไปจูบกับผู้หญิงที่เพิ่งจะจูบกับเขามาหยกๆ จริงอยู่ที่ซินรู้ว่าสองคนนี้รักกันมากเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา แต่จากประสบการณ์เรื่องของเขากับพี่นันท์มันทำให้ยากที่จะคิดว่าสองคนนี้เป็นแค่พี่น้องต่างสายเลือดกันธรรมดาๆ เหมือนกับที่พ่อแม่ป้าสาและลุงรุจน์รู้ความสัมพันธ์ของเขาและพี่นันท์
เมื่อต้นว่านหันกลับมาสบตากับเขา หล่อนคงจะสังเกตุอะไรบางอย่างได้สายตาแข็งกร้าวนั่นถึงได้ถูกส่งมา ผิดกับคนรักจำเป็นที่นอนอมยิ้มแก้มแดงอย่างมีความสุข
"ฮึ มาตูช่วยยก" คนที่ทำหน้าที่ตรวจเช็ควางสมุดลงแล้วไปยกลังที่ใส่ของไว้เต็มเปี่ยม ตอนนี้เขารู้สึกอยากใช้แรงงานเพื่อระบายความหงุดหงิดเสียจริง
....
.......
"นี่เงียบๆกันหน่อยจ้า ขอพี่เช็คชื่อแปปนึงนะค่ะ" สาวสวยโบกมือสูงๆเพื่อให้ฝูงนักศึกษาที่แต่งกายในชุดไปรเวทซึ่งกำลังคุยกันน้ำลายแตกฟองด้วยความตื่นเต้นได้เงียบลงไปบ้าง สาวสวยในลำลองขาสั้นสีขาวขานรายชื่อรุ่นน้องทีละคนจนครบ
"เดี๋ยววานช่วยกันขนของขึ้นรถหน่อยนะคะ พี่จะไปส่งรายชื่อสักหน่อย" ต้นว่านติ๊กรายชื่อสุดท้ายแล้วบอกกับพวกจูนและคนอื่นๆซึ่งรับหน้าที่เป็นสตาฟจำเป็น  ซึ่งเหล่ารุ่นน้องก็ขยันขันแข็งช่วยกันเป็นอย่างดีถึงแม้มีบางคนที่ไม่ใช่สตาฟก็ตาม สาวสวยยิ้มละไมในความน่ารักของเด็กสาวทั้งหลาย
"อาจารย์นพค่ะ ชมรมวารสารศาสตร์มากันครบแล้วค่ะ" ต้นว่านเดินเข้าไปหาอาจารย์ผู้ชายประจำคณะเทคนิคคอมพิวเตอร์ซึ่งตอนนี้รับหน้าที่เป็นครูผู้ดูแลกิจกรรม 
"โอ้ มากันครบแล้วหรอ ดีจังเลยนะ ผิดกับเจ้าพวกลิงทะโมนคณะครูเลย ป่านนี้ยังมาไม่ถึงสิบคน" อาจารย์หนุ่มรับกระดาษรายชื่อมาพลางอดบ่นเสียไม่ได้ เขาหันหน้าไปทางรถบัสประจำคณะเทคนิคคอมซึ่งมีเพียงรุ่นพี่ไม่กี่คนกับรุ่นน้องสามสี่คนที่เพิ่งจะลากสังขารมานั่งหลับอยู่ข้างๆรถ "ไอ้เจ้าพวกที่เหลือคงจะมาถึงห้านาทีสุดท้าย ไม่ก็สายไปสิบนาที คอยดูเถอะจะให้วิ่งตามขึ้นรถเองซะให้เข็ด"
ต้นว่านหัวเราะเบาๆ พร้อมกับมองตามอาจารย์หนุ่ม เธอเห็นเอ๋ที่กำลังยกของไปบ่นไปและ คนคุ้นตาที่ตอนนี้กลับมาใส่ชุดดำสนิทเหมือนเดิมอีกแล้ว รอยยิ้มเมื่อครู่จางหายไปจากใบหน้าของหญิงสาว หล่อนกล่าวขอตัวแล้วเดินห่างจากอาจารย์หนุ่มออกมา
'นายจะปิดตัวเองอีกครั้งก็ตามใจ ยังไงซะมันไม่ใช่เรื่องของชั้น' 
ปลายผมยาวสีน้ำตาลถูกรวบขึ้นมาถักเป็นเปียเดี่ยวจากเจ้าของเรือนผม นัยน์ตาสีเปลือกไม้ตอนนี้ช่างดูเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก 'ชั้นไม่จำเป็นต้องมีความเห็นใจให้ศัตรู'
"พี่ว่านยกของขึ้นรถหมดแล้วค่า" จูนวางกล่องสัมภาระกล่องสุดท้ายที่ชั้นล่างของรถบัส ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวคนสวย "เอ๋? ไม่เห็นพี่ว่านถักเปียมานานแล้วนะเนี่ย ตั้งแต่สมัยมัธยมโน้นแน่ะ สวยจังเลยค่ะดูเข้ากับชุดดี"
เจ้าของผมเปียยิ้มรับ "มาถักเปียด้วยกันไหมล่ะ เดี๋ยวพี่ถักให้ เอาเปียเล็กๆทำเหมือนที่คาดผมน่าจะดีนะ คงจะน่ารักน่าดู" 
เด็กสาวยิ้มร่าเดินเข้าไปหาพี่สาวคนสวยแต่โดยดี "พี่ว่านใจดีที่สุดเลย ได้เป็นพี่สาวรักตายเลย"
"ฮิฮิ แค่นี้คุณอาก็แทบจะมาขอพี่ไปเป็นลูกสาวอีกคนอยู่แล้ว" สาวสวยหัวเราะไปพลางจับปอยผมนุ่มขึ้นมาสัมผัสกัน
"จริงๆน๊า เฮ้อ ถ้าจูนเป็นผู้ชายจะจีบพี่ว่านให้รู้แล้วรู้รอดไป" 
"แก่แดดแล้วเรา"
"ฮิฮิ จูนแปลกใจจังทำไมพี่สาวแสนดีของจูนถึงยังไม่มีแฟนสักทีนะ" เด็กสาวที่กำลังนึกสนุกกล่าวขึ้นมาลอยๆ ทำเอาคนที่กำลังถักเปียด้วยความเพลิดเพลินต้องชะงักลง
".... นั่นสินะ เอ้า เสร็จแล้ว เป็นไงน่ารักขึ้นเป็นกองเลย" สาวสวยหยิบกระจกบานเล็กให้รุ่นน้องดู ซึ่งเจ้าตัวก็ดูพอใจในผมเปียเส้นเล็กที่ถูกถักมาคาดผมให้เหมือนที่คาดผมเสียเหลือเกิน ร่างเล็กส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดในผมทรงใหม่ของตัวเองโดยมีเจ้าของผลงานที่ยืนยิ้มอย่างภูมิใจอยู่ข้างๆ
"พวกนั้นเสร็จงานแล้วสินะ น่าอิจฉาชะมัด ดูพวกเราดิ" คนผมสีทรายที่บ่นพึมพัมๆ ตลอดเวลาตั้งแต่มาถึงมหาวิทยาลัย ตอนนี้เขาก็ยังคงแบกของอยู่แต่นัยน์ตาสีน้ำทะเลก็ยังคงมองเด็กสาวเจ้าของเสียงแปดหลอดนั่นอย่างไม่วางตา 'น่ารักชะมัดยัยบ้านั่น อย่าเที่ยวมาทำตัวถูกสเป็คชาวบ้านได้ไหม'
"....อือ" นัยน์ตาสีนิลมองความสนิทสนมของผู้หญิงทั้งสองคนแล้ว ก็ยังอดคิดอะไรแปลกๆขึ้นมาเสียไม่ได้ ถึงแม้เจ้าตัวจะพยายามไม่คิดถึงอะไรไปมากกว่านี้ก็เถอะ
"มาแล้วคร๊าบ สวัสดีครับพี่ซิน พี่เอ๋" นัทรุ่นน้องหนุ่มปี 2 ซึ่งเป็นน้องรหัสของเอ๋เดินมาทักทายรุ่นพี่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส หารู้ไม่ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น
"ไอ้นัท ทำไมแกเพิ่งมาป่านนี้ฟ่ะ พวกตูยกของจนเอวจะโยกแล้วเนี่ย แทงปลาไหลไปเลย 100 ไม้!!!" คนผมสีทรายได้โอกาสชำระความแค้น เพราะเขานัดเจ้าพวกตัวแสบนี่ให้มาช่วยขนของแต่เช้าตรู่แต่เจ้าพวกบ้านี่ดันโผล่มาตอนที่เขาใกล้จะเดินทางกันแล้วซะอย่างนั้น
"แอ๋ ไหงงี้ง่ะ ตื่นสายนิดเดียวเองงงงง" 
......................................................................................................................................................
ในที่สุดรถบัสคันแรกก็ได้ฤกษ์สตาร์ทเครื่องเมื่อนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คนสุดท้ายวิ่งมาถึงรถ ท่ามกลางเสียงโห่ก้องของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย เจ้าหนุ่มผู้ได้รับเกียรติ์รีบโค้งรับแล้วกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว 
"เอาเถอะอย่างน้อยก็ไม่ใช่คณะเรา" อาจารย์หนุ่มหัวเราะร่วนออกไมค์ "เอาละนักศึกษาก่อนที่เราจะออกเดินทาง ครูขอแจ้งกฎกติกากันสักหน่อยนะ ถึงแม้ว่าพวกเธอจะชอบแหกกฎกันก็ตามที" อาจารย์อดเหน็บแหนมเรียกเสียงหัวเราะจากพวกลิงทะโมนเสียไม่ได้
"เนื่องจากนี่เป็นการจัดกิจกรรมนอกสถานที่ เลยต้องเข้มงวดกันหน่อย พอไปถึงที่หมายครูจะตรวจสิ่งของของทุกคนเพื่อดูว่าพกอะไรที่ไม่ชอบมาพากลมารึเปล่า" อาจารย์หนุ่มยิ้มออกมาบางๆ "ใครไม่อยากเจอยึดก็รีบเอาลงไปทิ้งซะ" เขายื่นถังขยะใบใหญ่ให้คนแถวหน้า นักศึกษาหนุ่มหน้าเบ้ก่อนที่จะหยิบขวดเหล้าขนาดเล็กที่พกมาหย่อนลงไป 
"ขอบอกไว้ก่อนนะถ้าไปเจอที่นั่น ส่งกลับยกคณะ เพราะงั้นถ้ามีไรอะไรที่นักศึกษาที่แสนดีไม่ควรจะมีก็หย่อนลงมาให้หมด"  เขาทำเสียงเข้มเพื่อที่จะบอกว่าไม่ได้ขู่แต่อย่างใด
นักศึกษาส่วนมากมีเสียงฮือฮาออกมาเบาๆ เอ๋สังเกตุเห็นน้องรหัสของเขากอดกระเป๋าเป้สีดำไว้แน่นด้วยใบหน้าเจื่อนลง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนักเพราะเป็นเรื่องปกติที่เจ้าพวกนี้จะพกของมึนเมาหรือไพ่มาเล่นกัน คนผมสีทรายจึงรีบเอนตัวนอนก่อนที่อาการเมารถจะเริ่มมาเยือนเหมือนครั้งก่อนผิดกับคนที่เป็นประธานคณะ ซินกำลังตรวจดูกำหนดการณ์เพื่อที่จะได้สอดคล้องกับกิจกรรมที่รีสอร์ต
ขณะที่รถบัสแต่ละคณะค่อยๆทยอยออกทีละคัน เขาได้ยินเสียงใสๆคุ้นหูจึงเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เห็นว่าเป็นจูนนั่นเองที่ตะโกนเรียกชื่อเขาพร้อมกับโบกมือไปมา คนร่างสูงยิ้มรับแล้วโบกมือกลับ เด็กสาวยิ้มแป้นอย่างร่าเริงแต่ผิดกับสาวสวยที่นั่งข้างๆซึ่งนอกจากจะไม่ได้ยิ้มให้แล้วหล่อนยังสะบัดสายตามาใส่อีกด้วย
'ขยันส่งสายตาทิ่มแทงมาจริงนะคุณต้นว่าน' นัยน์ตาสีนิลเชิดขึ้นผ่านกรอบแว่นใส เขาลอบถอนหายใจเมื่อรถคันนั้นขับผ่านไป 'เอาเถอะ ส่งสายตาแบบนี้มาก็ยังดีกว่าสายตาในตอนนั้น'
สายตาที่แสดงความตกใจอย่างมากและความผิดหวังอย่างที่สุดในเวลาเดียวกันนั่น ทำให้ตัวเขาเองก็แปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียว ความจริงแล้วซินไม่เคยคิดว่าการที่เขาจะจูบกับจูนจะกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้ถึงขนาดนี้ 
'ทำไม ถึงต้องทำสายตาแบบนั้น เพราะจูน?' นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงอย่างลังเลใจ เขาไม่ได้มองกำหนดการณ์ในคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กเท่าฝ่ามือเลยแม้แต่น้อย 'หรือเพราะคนที่จูบจูนคือเรา?'
'เธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะต้นว่าน' ร่างสูงสะบัดหน้าไปมา เขากำชายเสื้อสีดำสนิทเอาไว้แน่น 'ไม่สิ จะไปสนใจทำไมกัน เราตัดสินใจแล้วนี่'
ขณะที่เขากำลังจ้องภาพเบื้องหน้าอย่างไม่ใส่ใจ รถบัสที่เพนท์ลายด้วยสีสันต์ฉูดฉาดขับผ่านหน้าเขาไปก่อนที่นัยน์ตาสีนิลจะจับโฟกัสไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่ส่งรอยยิ้มยั่วยวนใจมาให้เขา เมื่อหล่อนคนนั้นเห็นแล้วว่าเขามองเห็นเธอ หล่อนจึงส่งรอยจูบปลิวมาตามสายลม
"คุณจี๊สซี่!?" ซินเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะหันไปหาเพื่อนผมสีทรายเพื่อขอความชัดเจน แต่กลับเห็นเพื่อนรักที่คงจะโดนรอยจูบลูกหลงแสกกลางหน้าสลบไปเสียแล้ว
"ปั๊ดโธ่ ไอ้เอ๋" เขาสถบในโรคแพ้คนสวยของเพื่อนรักเมื่อใบหน้าคมหันกลับไปรถบัสคันนั้นก็ไม่อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว........ดูท่าเข้าค่ายรับน้องคณะคราวนี้จะมีเรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นอีกแล้วสิเนี่ย ร่างสูงลอบถอนหายใจก่อนที่จะพิงพนักแล้วหลับตาลง..
...................................................................................................................................................
การเดินทางร่วมสามชั่วโมงได้จบลงพร้อมกับเสียงแสดงความซาบซึ้งที่ขาทั้งคู่ได้สัมผัสพื้นดิน คนผมสีทรายชูสองแขนขึ้นฟ้าพลางบิดขี้เกียจไปมาอย่างมีความสุข การทำให้ตัวเองนอนไม่พอแล้วมาหลับต่อบนรถนี่ได้ผลดีจริงๆ ต้องขอบคุณเกมส์ออนไลน์ที่รักแล้วล่ะงานนี้
"อี๋ ตัวขี้เกียจ ไปบิดไกลๆเลย เดี๋ยวมันจะกระเด็นมาเกาะคนอื่นนะยะ" เด็กสาวที่ถักเปียเป็นที่คาดผมแล้วปล่อยเรือนผมหยักโศกประบ่าบุ้ยปากตอนนี้เธอกำลังถือกระเป๋าสัมภาระมาวางไว้ข้างรถเพื่อรอการจัดสรรห้องพัก
"เฮอะ"  นัยน์ตาสีน้ำทะเลหรี่ลงอย่างประสงค์ร้าย "ถ้าตัวขี้เกียจที่หลุดออกไปจะกระเด็นกลับไปหาแม่มันก็ไม่แปลกหรอก"
"อิ๊ นี่นายหาว่าชั้นเป็นตัวขี้เกียจตัวแม่ยังงั้นหรอ อีตาหอยเม่น" สัมภาระถูกปล่อยลงอย่างเคืองๆ เด็กสาวเท้าเอวมองคนร่างสูงอย่างจะเอาเรื่อง
"หา? ทำไม รับความจริงไม่ได้?" คนร่างสูงผมสีทรายแสยะยิ้มกวนๆออกมาอย่างท้าทาย แต่ก็ต้องมีอันต้องรีบหุบยิ้มเสียก่อนเพราะกระเป๋าเสื้อผ้ารูปตุ๊กตาหมีถูกตีลงมาที่ไหล่
"โอ๊ย ทำร้ายร่างกายรุ่นพี่หรอ!!" เอ๋รีบคว้าหัวตุ๊กตาหมีที่บรรจุเสื้อผ้าเอาไว้เพราะมันกำลังรัวกระหน่ำทำร้ายเขาอยู่ "เดี๋ยวคอยดูเถอะถึงฐานกิจกรรมเมื่อไรจะเล่นให้เข็ด"
เด็กสาวตากลมโตส่งสายตาโกรธๆไปให้ หล่อนกระชากหมีน้อยกลับมาเมื่อมันถูกฝ่ายตรงข้ามยึดไป จูนแล่บลิ้นใส่รุ่นพี่ลูกครึ่งก่อนที่ตะโกนด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แหวะ น่ากลัวตายล่ะ คุณรุ่นพี่"
เมื่อเห็นคนผิวขาวยกแขนขึ้นกำมือ เด็กสาวรีบวิ่งแจ้นไปคล้องแขนรุ่นพี่คนสวย ทำให้อีกคนหันมามองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "หืม มีอะไรหรอจ๊ะจูน"
"ตาหอยเม่นแกล้งจูนค่ะ" จูนได้ทีเบ้ปากแล้วชี้ไปยังผู้ต้องหาให้ต้นว่านมองไปตามทิศทางที่ปลายนิ้วชี้ไป
"ยัยขี้ฟ้องเอ้ย" เมื่อเห็นสายตาที่แสดงความสงสัยจากดวงตาคู่สวย เอ๋จึงได้แค่ส่ายหน้าไปมาเพื่อที่จะบอกว่า 'เค้าไม่ผิดนะ' จากนั้นเขาจึงหันกลับไปสั่งงานรุ่นน้องของตัวเองแทน
.....
.............
ทางด้านประธานคณะเทคนิคคอมพิวเตอร์ตอนนี้เขากำลังอยู่กับป้าสา เพื่อคุยเรื่องการจัดเตรียมที่พักและกำหนดการณ์ต่างๆ
"ตามกระดาษนี่ละฮะ ซินเขียนกำหนดการณ์กิจกรรมไว้หมดแล้ว รบกวนป้าสาช่วยเตรียมสถานที่กับอาหารไว้ให้ด้วยฮะ" 
"ได้สิจ๊ะ ตามนี้เลยนะ" ป้าสารับกระดาษสามสี่แผ่นมา แล้วหญิงวัยกลางคนก็มองไปยังรถบัสห้าหกคันที่ทยอยจอดเรื่อยๆ "คนเยอะเชียวรอบนี้มากันกี่คนะจ๊ะ"
"ประมาณเกือบๆสองร้อยคนเห็นจะได้ฮะ" ซินมองตามสายตาป้าสาออกไปเขาเห็นรุ่นพี่รุ่นน้องกำลังชุลมุนยกของออกมาจากชั้นวางของใต้รถบัส
"แล้วหนูต้นว่านมาด้วยรึเปล่าเนี่ย" หญิงท่าทางใจดียิ้มแย้มออกมาเมื่อกวาดสายตาไปพบกับคนที่กำลังพูดถึง "เห็นเขาแล้วทำให้ป้าคิดถึงนันท์นะ"
"มีส่วนคล้ายๆกันนะฮะ" เขาเห็นด้วยว่าหญิงสาวที่กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยของรุ่นน้องอยู่นี้มีส่วนที่คล้ายกับอดีตพี่สาวต่างสายเลือดของเขามาก ผิดกันที่ว่าสาวสวยคนนี้เนี่ยร้ายและเจ้าเล่ห์กว่าพี่นันท์หลายเท่านัก
"น้องซินค่ะ ห้องพักพร้อมหมดแล้วนะคะ ให้พวกน้องๆเขาจัดสรรห้องพักกันได้เลยค่ะ" พี่ปลาพนักงานเก่าแก่อีกคนหนึ่งของรีสอร์ตเดินเข้ามาบอกลูกสาวเจ้าของรีสอร์ต ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารับรู้แล้วกล่าวขอบคุณอย่างยินดี
ก่อนที่เขาจะก้าวเดินออกมา น้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยจากคนสูงวัยได้ดังขึ้นเพื่อให้อีกคนได้หยุดคิด
"กลับมาใส่เสื้อผ้าสีแบบนี้อีกแล้วเหรอลูก" ป้าสาที่ยังอดเป็นห่วงคนที่รักเหมือนลูกในไส้ไม่ได้พูดออกมาด้วยความไม่สบายใจ
"....ไม่มีอะไรหรอกฮะป้าสา ซินแค่ชินกับการใส่เสื้อผ้าแบบนี้เท่านั้นเอง" คนร่างสูงยิ้มรับความห่วงใย เขาก้าวเข้าไปกอดหญิงชราร่างเล็กอย่างซึ้งใจ "เรื่องพี่นันท์ซินไม่เป็นอะไรแล้ว อย่าห่วงเลยนะฮะ"
"ได้ยินแบบนี้ป้าก็สบายใจ" หล่อนลูบหลังคนร่างสีดำอย่างเบามือ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวแล้วเดินออกมาจากอาคารไปยังฝูงคนที่ยืนรออยู่ด้านนอก
ซินรับโทรโข่งขึ้นมาแล้วประกาศเรื่องการจัดสรรที่พักอาศัย "เนื่องจากวันนี้คนค่อนข้างเยอะ ทางรีสอร์ทจึงต้องเคลียร์พื้นที่เผื่อทำกิจกรรม ก็เลยต้องยกเลิกที่จะกางเต้นท์ด้านนอก จึงต้องขอให้ทุกคนจับกลุ่มกันสามคนเพื่อที่จะได้ลงตัวกับห้องพักนะฮะ"
สิ้นเสียงประกาศก็เกิดเสียงดังจ๊อกแจ๊กและเริ่มเกิดการชุลมุน เพราะต่างคนต่างวิ่งไปหาเพื่อนสนิทของตน "จูนๆ แกมานอนกับชั้นเลย" ฝนคว้าตัวเด็กสาวผมเปียเอาไว้
"เออๆ รู้แล้ว แล้วอีกคนล่ะพี่ว่าน?" จูนมองไปทางต้นว่านแต่ถูกนาคว้าแขนไว้เสียก่อน 
"แหงะ แล้วชั้นล่ะแก!!...นอนด้วยสิ" นาที่คว้าแขนจูนไว้ส่งสายตาออดอ้อนสุดฤทธิ์
"งะ" เด็กสาวมองหน้าพี่สาวทีมองหน้าเพื่อนสนิทที เอาละสิ คนนี้ก็เพื่อน อีกคนก็พี่ อาการเลิกลั่กเหลียวซ้ายเลขวาอย่างแตกตื่นของดึงดูดคนที่มีจุดประสงค์ให้เดินเข้ามาใกล้
"เป็นอะไรไปจูนเลิกลั่กเชียวนะเรา" ซินที่กำลังจะขนสัมภาระขึ้นห้องตัวเองเห็นท่าทางของคนรักจำเป็นก็พอจะรู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้น
"โฮฮ ก็ยัยนาน่ะสิค่ะ!! จะมานอนห้องเดียวกับจูนแต่รวมฝนกับพี่ว่านก็เกินสามคนแล้วอ่ะ!!" จูนได้ทีรีบวิ่งเข้าไปฟ้องลูกสาวเจ้าของรีสอร์ตทันที
"โหๆ ฟ้องหรอ ช่ายยยซี๊ ชั้นมันคนที่เพื่อนไม่ต้องการ ไม่สนิทนี่ ใช่ซี๊" นาสะบัดหน้าหนีคนทั้งกลุ่มอย่างงอนๆ
"...." ต้นว่านกุมขมับอย่างเวียนหัวกับลิงทะโมนสามตัว ส่วนฝนก็กำลังมองหน้าคนขี้โวยวายกับคนขี้น้อยใจอย่างกังวลใจไม่แพ้กัน
"งั้นเอาอย่างนี้ จูนมานอนกับพี่" คนร่างสูงคว้าข้อมือเล็กไว้แล้วยิ้มหวาน  "ป่ะ ไปกัน" ขณะที่แฟนสาวช็อคหน้าแดงพลางคิดอะไรต่อมิอะไรไปไกล หล่อนเดินตามแรงดึงไปโดยดีทั้งๆที่ในสมองยังจินตนาการไปเรื่อย
"หยุดเลยค่ะ หยุดตรงนั้นเลย คุณนั่นล่ะไม่น่าไว้ใจ" สาวสวยร่างบางรีบคว้ากระเป๋าหมีน้อยของจูนเอาไว้
"ฮึ เขาเป็นแฟนผมนะคุณ อะไรตรงไหนที่ไม่น่าไว้ใจกัน" คนร่างสีดำฉุดตัวเด็กสาวจนเซมาซบอกเขา
"ก็นั่นล่ะที่ไม่น่าไว้ใจ" ปลายคิ้วเรียวขมวดทำให้นัยน์ตาสีสวยในยามนี้ดูดุร้ายนัก
เด็กสาวที่ถักเปียเป็นที่คาดผมเพิ่งได้สติจากบรรยากาศมาคุที่เกิดจากการยื้อแย่งตัวเธอเงยหน้ามองรุ่นพี่สาวทั้งสองคนที่จ้องหน้ากันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ พลางอดคิดไม่ได้ว่าสองคนนี้ไม่กินเส้นกันตั้งแต่เมื่อไร
เสียงสวรรค์ในนาทีนั้นดังขึ้น "เอ่อ ห้องฉันว่างที่หนึ่ง ถ้าคุณไม่รังเกียจนะ คุณต้นว่าน?" คนทั้งกลุ่มหันไปมองผู้มาเยือนคนใหม่ รุ่นพี่สาวร่างสูงมองผู้หญิงที่มาเยือนด้วยสีหน้าที่คาดไม่ถึง
ว่าที่คุณหมอยิ้มรับสถานการณ์ เธอรู้อยู่แล้วว่าทุกคนต้องทำสีหน้าแบบนี้ "ถ้าพวกคุณไม่สังเกตนะ คนอื่นเขาเข้าที่พักกันหมดแล้วด้วยสิ" ไม่พูดเปล่าคุณหมอที่กอดอกวาดแขนข้างหนึ่งออกมาเพื่อให้ทุกคนมองตาม แล้วก็พบว่าเป็นจริงอย่างที่หล่อนว่า ฝูงชนที่มะรุมมะตุ้มจับกลุ่มกันเมื่อกี้ได้หายไปหมดแล้ว
"ค่ะ ด้วยความยินดีค่ะคุณจี๊สซี่ ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาชวน" ต้นว่านปล่อยมือจากเป้หมีน้อยแล้วกลับมาถือสัมภาระของตน "พวกเธอสามคนก็ขึ้นห้องกันได้แล้วนะ อย่าทะเลาะกันอีกล่ะ"
"ค่าาา" เด็กสามคนตอบรับน้ำเสียงหงอยๆ จูนกับฝนออกจะเซ็งหน่อยๆที่เสียรุ่นพี่สาวไปนอนกับคนอื่น
"ถ้าอย่างนั้นก็เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณต้นว่าน" จี๊สซี่ส่งยิ้มหวานทิ้งสายตาให้คนร่างสีดำที่ยังคงแสดงสีหน้าที่ยังแสดงความสงสัย ก่อนที่หล่อนจะเดินนำออกไปต้นว่านจึงออกตัวเดินตามหล่อนไป
...........................................................................................................................................................................
หลังจากที่พวกหล่อนเดินแยกตัวออกมาได้ร่วมห้านาที ต้นว่านที่รู้สึกตัวว่าควรจะชวนคนข้างหน้าคุยด้วยเสียหน่อยเพื่อให้คุ้นเคยกัน อย่างน้อยก็ตลอดระยะเวลาที่ยังพักอยู่ที่นี่
"คุณจี๊สซี่ก็มาด้วยหรือค่ะ อ๊ะ ปกติคณะแพทย์และพยาบาลไม่ค่อยจะมีเวลามาร่วมกิจกรรมเท่าไรก็เลย" หล่อนรีบเสริมคำเมื่อเห็นอีกฝ่ายหันหลังกลับมา
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเราก็เป็นแบบนั้นจริงๆ" คุณหมอคนสวยลดความเร็วในการก้าวเดินลงจนคนที่เดินตามสามารถตีคู่ขึ้นมาได้ "อันที่จริง ชั้นถูกไหว้วานให้มาช่วยดูแลเผื่อมีใครไม่สบายน่ะค่ะ"
"ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณใจดีจริงๆ" สาวสวยส่งรอยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ คุณหมอคนนี้จิตใจดีผิดกับรูปลักษณ์ที่เปรี้ยวจี๊ดเสียจริง
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว อ๊ะ นั่นไง หลังนั่นล่ะค่ะ" สาวผมหยักโศกรับคำพอเป็นพิธีพลางชี้ไปยัง กระท่อมไม้ซุงหลังหนึ่ง ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาด้วยซุงทั้งท่อนที่นำมาวางรวมกัน โดยยังคงสีไม้ตามธรรมชาติเอาไว้
"โอ้โห ซุงทั้งท่อนเลย เคยเห็นแต่เขาแข่งกันสร้างบ้านแบบนี้ในทีวีแชมป์เปี้ยน ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพักบ้านแบบนี้" จี๊สซี่มองสาวสวยข้างๆที่ออกอาการลิงโลดอย่างเก็บไม่อยู่ เธอตัวสั่นน้อยๆเพราะต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้
"เอ่อ ตรงนี้ยังว่างใช่ไหมค่ะ" ต้นว่านที่เพิ่งรู้ตัวว่าออกอาการมากเกินไป เธอจึงวางสัมภาระไว้อย่างเขินๆ เมื่อคนร่วมห้องพยักหน้า
"แล้วอีกคนไปไหนแล้วล่ะคะ?" หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นกองสัมภาระของใครบางคนวางอยู่บนเตียงที่เหลือ
"ป่านนี้แล้วคงจะออกไปทานอาหารน่ะค่ะ เดี๋ยวเราออกไปกันบ้างดีว่า นี่ก็จะเที่ยงแล้ว" สาวสวยเปรี้ยวจี๊ดพูดพลางบีบครีมกันแดดลงบนแขนสีน้ำผึ้ง
"ค่ะ ขอว่านหยิบสคริปกับกำหนดการณ์ก่อนนะคะ" หล่อนกระวีกระวาดไปที่กระเป๋าสีน้ำตาลไหม้ โดยมีนัยน์ตาสวยคู่หนึ่งมองตามไม่ละสายตา
..................................................................................................................................................................................................................
สัมภาระของเขาถูกวางอยู่บนเตียงเมื่อนานมาแล้ว อย่างน้อยก็เกือบครึ่งชั่วโมงได้ล่ะ ที่เขาและสัมภาระถูกวางลงบนเตียงพร้อมกันและเขาก็ยังไม่คิดที่จะลุกไปไหน
คนผมดำยังคงนั่งหน้านิ่งมีเพียงส่วนคิ้วเท่านั้นที่ขมวดเข้าหากัน จี๊สซี่มาได้ยังไงในเมื่อคราวนี้คณะแพทย์และพยาบาลไม่ได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ถ้ามาในฐานะแพทย์อาสาทำไมคนที่เป็นประธานกิจกรรมครั้งนี้อย่างเขาถึงไม่รู้
ยังไม่รวมที่เอ่ยปากชวนต้นว่านไปนอนพักด้วยกันอีก ผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่....
'ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะ พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นหู "ไอ้ซินเฮ้ย ป้าสาให้มาตามจะเที่ยงแล้วลงไปกินข้าวกัน"
"เออๆ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ" เขาตัดสินใจลุกขึ้น ก่อนที่จะบิดลูกบิดออกไปหาเพื่อนรักที่ยืนอยู่ด้านนอก
"แล้วแกไปนอนไหนวะ กีร์ นึกว่าแกจะมานอนด้วยกันเสียอีก" ซินพูดออกมาในขณะที่พวกเขากำลังก้าวลงจากบันได 
"ฮ่าฮ่า ตูเบื่อแกกับพวกไอ้เล็กแล้ว ได้ทีก็ไปนอนกับคนอื่นมั่งสิวะ" 
สิ้นเสียงทะเล้นของเพื่อน คนผมสีนิลกรอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ "ไปติดสาวไหนอีกล่ะทีนี้ เดี๋ยวไอ้ชมรมนั่นก็หันมาเล่นแกอีกคนหรอก"
"ฮ่าฮ่า คิดมากไปแล้วแก" กีร์ตบไหล่เพื่อนเบาๆ เขาเห็นเพื่อนผมดำถอนหายใจ ก่อนจะยิ้มแล้วเดินเข้าไปในโซนอาหาร
....
......
..........
"อาหารที่นี่อร่อยดีนะคะ ผิดกับโรงแรมอื่นเลย" จี๊สซี่ที่เพิ่งตักอาหารเข้าปากก็อดชมออกมาเสียไม่ได้ 
"ใช่ไหมละคะ ว่านก็รอมากินอาหารฝีมือป้าสานี่ละค่ะ อร่อยเชฟโรงแรมยังอาย" สาวสวยอีกคนก็หยิบโน่นหยิบนี่เข้าปากไม่หยุดเช่นกัน พลางเคี้ยวอาหารอย่างมีความสุข
"ดูคุ้นเคยกับที่นี่จังเลยนะคะ" ว่าที่คุณหมอลดมือที่ถือช้อนส้อมลงมาไว้ที่ข้างจาน พลางหรี่ตามองคนข้างหน้าแบบแซว
"....แหม สต๊าฟก็เคยมาที่นี่ทั้งนั้นละค่ะ มาเตรียมงานช่วงนึง" ต้นว่านจิบน้ำพลางมองคุณหมอที่พยักหน้าเบาๆแล้วเริ่มรับประทานอาหารต่อ
....
......
.........
"ซิน แกดูโต๊ะนั้นเด่ะ เป็นการจับคู่ที่ลงตัวดีเนอะว่าไหม" กีร์เอาไหล่ชนเพื่อนเพื่อสะกิดให้อีกคนมองตามสายตาเขาไป ภาพที่เห็นก็ไม่ผิดไปจากที่เพื่อนเขาพูด
ภาพผู้หญิงสวยสองคนกำลังทานอาหารด้วยท่าทีสนิทสนมนั่นน่าดูนัก ผู้หญิงคนหนึ่งผมสีน้ำตาลไหม้ยาวตรงสลวยตอนนี้เส้นผมนั้นถูกมัดรวบเป็นเปียเดี่ยวยาวถึงกลางหลัง ผิวขาวอมชมพูอย่างสุขภาพดี หล่อนกำลังยิ้มแย้มด้วยสีหน้าชวนมองให้กับผู้หญิงสาวอีกคนที่แต่งตัวดูเป็นผู้ใหญ่ ผมสีน้ำตาลอ่อนถูกดัดให้หยักโศกเป็นคลื่นอย่างสวยงาม ผิวสีน้ำผึ้งไหม้ดูเรียบเนียนชวนมอง ไฝเล็กๆข้างดวงตานั่นทำให้ใบหน้าคมนั้นชวนหลงไหลมองได้ไม่รู้เบื่อ
"...อือ" เขาตอบรับพลางก้มลงเขี่ยเศษผักออกจากจาน แต่แล้วก็ต้องละสายตาจากจานอาหารเมื่อมีสาวน้อยอีกสามคนมาร่วมวงด้วย
"ขอนั่งด้วยคนนะคะ พี่ซิน พี่กีร์" จูนนำขบวนเพื่อนสาวมานั่งข้างๆ รุ่นพี่ทั้งสอง
"เชิญจ้า อ้าวแล้วไม่ไปนั่งกินข้าวกับพี่ว่านหรือจูน ฝน นา" กีร์พูดพลางขยับที่นั่งแต่ก็อดถามออกไปเสียงไม่ได้เพราะปกติสามคนนี้ติดรุ่นพี่สาวสวยอย่างกับอะไรดี
"ไม่ไหวหรอกค่ะ โดนบรรยากาศกลบรัศมีหมด" นาพูดออกมาอย่างเซ็งๆ
"ฮ่าฮ่า สวยสู้เขาไม่ได้ว่างั้น" ฝนหัวเราะเพื่อนรักออกมา ทำให้นาต้องตวัดสายตากลับไป "ย่ะ นังคนสวยแกก็ไปนั่งกินข้าวกับเขาสิ"
"ชริ ไม่เอา ไม่ถูกชะตา" น้ำฝนมองที่ไปสาวเซ็กซี่แล้วสะบัดหน้ากลับมา "ศัตรูหัวใจของเพื่อนเรา"
"หือ อะไรนะฝน?" ซินมองคนที่เพิ่งจะบ่นพึมพัมออกมา แต่จูนก็รีบพาเปลี่ยนเรื่องคุยพลางแอบเตะเท้าเพื่อนใต้โต๊ะ
"โอ๊ย ยัยจูนแกมาเตะชั้นทำไม" นาร้องออกมาด้วยความตกใจ ที่กินข้าวอยู่ดีๆก็โดนสะกิดสุดแรง
"โทษที ขยับขาผิด" จูนบ่นพึมพัมพลางส่งสายตาให้ยัยแว่นเพื่อนรักว่าจริงๆแล้วคนที่ควรจะโดนน่ะ แก!!
.................................................................................................................................................................
"หลังทานข้าวเสร็จชั้นว่าจะออกไปเดินสูดอากาศเสียหน่อย อีกนานกว่าจะบ่ายโมงครึ่ง" ว่าที่คุณหมอพูดพลางมองนาฬิกาเรือนเล็กที่ข้อมือของตนเอง
"ค่ะ ก็ดีเหมือนกัน ว่านก็กินไปเยอะเลย เดินย่อยหน่อยก็ดี มีที่นึงที่อยากไปด้วยค่ะ ฮิฮิ" หญิงสาวพยักหน้ารับตามก่อนจะค่อยๆเลื่อนตัวออกจากเก้าอี้
เมื่อผู้หญิงทั้งสองเดินออกไปด้านนอกโซนอาหาร ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้คนส่วนมากเริ่มรับประทานอาหารเสร็จเช่นกัน ซึ่งต่างก็แยกย้ายไปทำธุระของตนก่อนที่จะมารวมตัวกันตามเวลานัดหมายตอนบ่ายโมงครึ่ง
กีร์เป็นคนที่กินเสร็จเป็นคนแรกของโต๊ะ เขารวบช้อนส้อมไว้บนจานอาหารก่อนที่จะขอตัวออกไปเดินเล่นสูดอากาศเสียหน่อย 
"แล้วนายหอยเม่นกับพี่เล็กล่ะคะ ไม่เห็นมากินข้าวด้วยกัน" จูนเอ่ยถามรุ่นพี่ร่วมโต๊ะเพราะเพิ่งจะรู้สึกตัวว่ากลุ่มเพื่อนสนิทของคนผมดำมากันไม่ครบทีม
"ไอ้พวกนั้นยังต้องเตรียมงานที่ฐานกันอยู่ ไม่ต้องห่วงพวกมันหรอกสงสัยแอบมาดอดกินในครัวก่อนพวกเรามากินเสียอีก" คนผมดำว่าพลางหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดริมฝีปาก "เดี๋ยวพี่ต้องขอตัวเหมือนกันต้องไปช่วยงานพวกมันหน่อย ตามสบายนะ"
"อ้าว เซ็งเลย นานๆจะได้จ้องหน้าหล่อๆใกล้ๆสักที" นาถอนหายใจขณะที่มองตามแผ่นหลังของร่างสีดำออกไป
"น้อยๆหน่อย แฟนฉันย่ะ" เด็กสาวแกล้งทำแก้มป่องตวัดสายตาใส่เพื่อนให้ดูเหมือนว่าหึง ฝนแอบหัวเราะคิกคักในท่าที
"โหย แค่นี้หวงมองนิดเดียวไม่บุบสลายหรอกย่ะ" นาบ่นพลางแล่บลิ้นใส่เพื่อน
"ไม่นิดนะที่แกมองอะ จ้องซะจนพี่ซินกลืนอาหารแทบไม่ลงคอ" เด็กสาวใส่แว่นแกล้งแซวเพื่อนจน นาต้องตีไหล่ด้วยความขวยเขิน
"ฮ่าฮ่า ชั้นจะบอกให้ ไม่ใช่กลืนไม่ลงหรอก มันมีผัก" จูนรีบโน้มหัวเพื่อนสองคนเข้ามา พร้อมกับป้อนข้อมูลลับที่เธอได้ยินมาจากรุ่นพี่สาวอีกทีหนึ่ง พลันนั้นก็เกิดเสียงหัวเราะดังคิกคักลั่นโซนอาหาร
......
.......
.........
ริมทะเลสาบที่มีเรือนไม้สีขาวและทุ่งหญ้าที่มีดอกหญ้าสีขาวนวลบานรับสายลมและแสงแดด รอรับการมาเยือนของหญิงสาวแสนสวยทั้งสองคน
"ที่นี่อากาศดีนะคะ นานๆได้ออกมาจากกรุงเทพก็ดีเหมือนกัน" สาวสวยผมหยักโศกว่าพลางเสยผมออกจากใบหน้าในยามที่สายลมสดชื่นพัดเข้ามา
"ค่ะ ชั้นชอบที่นี่ที่สุดเลย แถวนี้ไม่ค่อยมีคนมาพุกพล่านดีด้วยค่ะ" คนผมตรงสลวยที่ตอนนี้มีรอยหยักหน่อยๆเพราะผมเปียเมื่อโดนลมพัดก็เริ่มหลุดลุ่ยเจ้าตัวจึงแกะผมเปียออกด้วยเธอชอบในเวลาลมพัดเส้นผมให้ปลิวไปตามลม ตอนนี้ต้นว่านนั่งลงลูบดอกหญ้าสีนวลฟูอย่างสนุกมือ
"ดูคุณคุ้นเคยกับที่นี่มากเลยนะคะ" จี๊สซี่มองบรรยากาศรอบๆตัวของสาวสวยที่ถูกทำให้ดูอ่อนโยนด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติของหล่อน
"ความจริงแล้วครั้งก่อนชั้นเคยเดินหลงมาแถวนี้ทีนึงค่ะ เรือนไม้สีขาวนี่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับแขกพัก ก็เลยไม่ค่อยมีคนรู้จักที่นี่ค่ะ" คนพูดว่าพลางเดินไปลูบเสาไม้สีขาวที่ดูเก่าแต่ก็ยังงดงาม หล่อนพยายามไม่นึกถึงเรื่องของพี่นันท์อีกเพราะมันจะทำให้รู้สึกเศร้าลงไปเสียมากกว่า
คนสวยผมหยักโศกพาตัวเองไปนั่งลงที่เก้าอี้ม้าหินข้างๆ เรือนไม้ "ความจริงคุณไปอยู่กับพวกรุ่นน้องก็ได้นะคะ ไม่ต้องห่วงดิชั้นหรอกค่ะ อยู่คนเดียวจนชินแล้ว"
"เอ๋ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ อีกอย่างจูนเขาก็อยู่กับแฟนเขาด้วย ว่านไม่อยากไปขัดคอเขาค่ะ" สาวสวยนำตัวเองมานั่งลงฝั่งตรงข้ามสาวเซ็กซี่อีกคนด้วยเช่นกัน
"กับน้องที่ชื่อจูนนะหรือค่ะ จะว่าไปแล้วถ้าเป็นคุณต้นว่านคงจะน่าเชื่อเสียกว่า" จี๊สซี่พูดไปพลางแตะนิ้วที่ริมฝีปากของตนเองเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้
ต้นว่านหยุดชะงักเพราะประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากคนตรงหน้า "ชั้นไม่เข้าใจที่คุณกำลังจะพูดค่ะ"
สาวสวยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "ขอโทษนะคะ แต่ดิชั้นดูจากบรรยากาศเวลาที่คุณซินอยู่กับเด็กคนนั้น แล้วก็เวลาที่คุณซินมองคุณมันต่างกันมากค่ะ"
"ชั้นไม่ชอบให้คุณพูดแบบนี้เลยค่ะ ซินกับจูนเขารักกันดี คุณคงจะเข้าใจอะไรผิดไปกระมัง" ใบหน้าสวยมีสีแดงแต้มเล็กน้อยแต่หล่อนก็ยังพยายามปรับสีหน้าเรียบสนิทตามเดิม
"อย่างนั้นหรือค่ะ ชั้นคงจะเข้าใจผิดไปเองจริง ต้องขอโทษด้วยนะคะ" ริมฝีปากสีแดงสดยิ้มออกมาบางๆ เมื่อนัยน์ตาคมหรี่มองคนข้างหน้าอย่างมีเลศนัย
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ต้นว่านรับคำพอเป็นพิธีเธอชักรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มไม่จะดีเสียแล้ว อยากจะลุกออกไปเดินสูดอากาศเสียเหลือเกิน ติดที่ว่าผู้หญิงคนด้านหน้าโน้มตัวเข้ามาสะกดเธอเอาไว้ด้วยนัยน์ตาคม
"....หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรอค่ะ คุณจี๊สซี่" สาวสวยยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเอง และแถวๆริมฝีปากอาจจะเป็นไปได้ว่าเศษอาหารอาจจะติดตรงแก้มหรือที่ใดที่หนึ่ง
นัยน์ตาคมที่มีไฝเม็ดเล็กๆ มองอาการประหม่าของคนด้านหน้าอย่างยินดีที่จะได้ใกล้ชิดสาวสวยคนนี้ หล่อนน่าสนใจกว่าที่เธอคิดเอาไว้มากทีเดียว
"อันที่จริงแล้วชั้นไม่ได้เป็นดี้หรอกนะคะ มันน่าเสียดายออก" หลังมือนุ่มสีน้ำผึ้งลูบไปบนแก้มเนียนของหญิงสาวที่มีสีหน้าตื่นตระหนก "ผู้หญิงสวยนิสัยน่ารักแบบคุณ ใครๆก็ชอบกันทั้งนั้นล่ะ"
"ดะ เดี๋ยวนะคุณจี๊สซี่" ต้นว่านใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสายตายั่วยวนตรงหน้ากระพริบตาลง "อย่าบอกนะว่าคุณ"
"ค่ะ ชั้นเป็นเลสเบี้ยน เพราะงั้นไม่ว่าจะเป็นคุณซิน หรือคุณต้นว่าน ชั้นก็รักได้ทั้งนั้น"
เป็นอันชัดเจน สาวสวยร่างลุกขึ้นทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำ หล่อนมองสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา เพราะไม่รู้ว่าเธอคนนี้กำลังคิดอะไร
"ฮิฮิ รังเกียจหรือค่ะ ถ้าชั้นเป็นคุณซินคุณจะปฎิเสธแบบนี้หรือเปล่า?" ว่าที่คุณหมอสาวหรี่ตาลงพร้อมกับทัดผมหยักโศกเก็บไว้ที่กกหู
"คุณกำลังจะพูดอะไร" ต้นว่านมองว่าที่คุณหมออย่างไม่เชื่อสายตา เธอไม่คิดว่าหล่อนจะกล้าพูดถึงคนนั้นในเรื่องทำนองนี้กับเธอ
"คุณก็คงจะรักคุณซินเหมือนกันสินะคะ" ริมฝีปากสีแดงของดอกกุหลาบเหยียดยิ้มออกมาอย่างชัดเจน
"!?" สาวสวยผมตรงสีเปลือกไม้เลิกคิ้วสูง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดแทงใจดำเธอถึงขนาดนี้ แถมยังเป็นคนที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียวเสียด้วยสิ นัยน์ตาสีเปลือกไม้หรี่ลง "คุณมาพูดจาไร้สาระแบบนี้เพื่ออะไร"
"ไม่ไร้สาระหรอกค่ะ ชั้นแน่ใจว่าที่พูดไปมีมูล" สาวสวยผมหยักโศกก้าวเข้ามาหาอีกคนอย่างอ้อยอิ่ง ปลายผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ถูกเรียวมืองามสัมผัสขึ้นมาคลี่ในมือเบาๆ "คนที่จะเป็นหมอต้องหัดสังเกตพฤติกรรมของคนไข้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ชั้นแน่ใจว่า ชั้นมองคุณไม่ผิดหรอกค่ะ"
หล่อนหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นหญิงสาวที่ถูกทายพฤติกรรมยืนตัวแข็ง อาการนี้นี่แหละที่บอกว่าเรื่องทั้งหมดคือความจริง หล่อนอดใจไม่ได้ที่จะคว้าเอวบางของอีกคนให้เข้ามาใกล้ ดวงตากลมโตที่แสดงความตกใจนั้นทำให้อีกคนนึกสนุก หล่อนจึงตัดสินใจประทับริมฝีปากสีแดงสดลงบนแก้มเนียนนุ่มของต้นว่าน ซึ่งเจ้าตัวก็สะดุ้งและเมื่อได้สติขึ้นมา หล่อนผละออกจากคนเสน่ห์แรงอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าแดงซ่าน ริมฝีปากสีหวานถูกเม้มเข้าหากัน ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจสะบัดปลายผมแล้วรีบสาวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อแผ่นหลังสะโอดสะองนั้นลับสายตาไป คุณหมอคนสวยยิ้มแล้วทัดผมหยักโศกของตัวเองเข้ากับกกหูเบาๆ 
"คิดว่าแบบนี้คงจะโอเคแล้วนะคะ?" สาวสวยกอดอกพูดโดยไม่สนใจที่จะหันไปมองคนที่เดินมาอยู่ด้านหลังของหล่อน
"อืม แบบนี้แหละที่ต้องการ" ร่างสูงเดินก้าวเข้ามาประชิดร่างบางก่อนที่สอดแขนทั้งสองเข้ากับทรวดทรงของเอวบาง
"ชั้นอยากจะทราบสาเหตุได้ไหมค่ะ?" เมื่อสัมผัสถึงความอบอุ่นหล่อนเอนกายไปซบคนข้างหลังเบาๆ
"แล้วคุณก็จะรู้เอง" เสียงนุ่มกระซิบข้างใบหูทำให้ร่างบางในอ้อมกอดมีสีแดงระเรื่อแต้มที่พวงแก้ม
"....ค่ะ คุณกีร์"
...........................................................................................................................................
ต้นว่านที่รีบเร่งฝีเท้าจนเหมือนกำลังจะวิ่ง หล่อนเดินเร็วออกมาจากเรือนไม้ขาวเกือบห้าร้อยเมตร ทันทีที่หล่อนหยุดฝีเท้าลงเพื่อที่จะพักเท้าที่ทำงานหนักในเวลาสั้น ใบหน้าแดงก่ำที่มีอารมณ์หลายอารมณ์รวมกันในความรู้สึกทำให้เธอไม่อยากจะเจอหน้าใครเลยในตอนนี้
"คุณต้นว่าน!" สาวสวยสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง หล่อนปรับสีหน้าให้เรียบที่สุดเพื่อหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่กำลังเดินเข้ามา
"ไม่เป็นอะไรใช่ไหม" คำถามจากปากคนร่างสูงทำให้หล่อนรู้สึกกระตุกวูบในใจ 
"ชั้นไม่เป็นอะไร คุณถามทำไมน่ะ" หล่อนมองคนที่มีสีหน้าร้อนใจด้วยท่าทีสงสัย
"ซินเห็นหมดแล้ว" นัยน์ตาสสีนิลมองดวงแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความร้อนใจ 
"....คุณเห็นอะไร" หล่อนพยายามสะกดสีหน้าเอาไว้แม้จะรู้ตัวว่าใบหน้าร้อนขึ้นมาบ้างแล้วก็ตามที
"เอ้อ พอดีซินกำลังเดินตามหาเพื่อน แล้วก็บังเอิญไปเจอคุณจี๊สซี่กำลัง..." นัยน์ตาสีนิลหลบสายตาคนข้าง "กอดจูบคุณอยู่"
"....แค่นั้น?" สาวสวยเอียงคอด้วยความรู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่ได้ยินคำพูดของคุณหมอคนนั้น
"...แค่นั้น!!? มันมีอะไรมากกว่าที่ซินเห็นหรือยังไง?" ด้วยอารมณ์หึงที่วูบเข้ามาเขาคว้าข้อมือของผู้หญิงด้านหน้าขึ้นมาจับไว้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใส่ใจจริงๆหรือแกล้งทำเป็นไม่สนใจเพราะจะยั่วโมโหเขากันแน่!!
"คุณซิน คุณกำลังจะทำอะไร ชั้นเจ็บนะ!!" ต้นว่านขมวดคิ้วเพราะความเจ็บแปล็บของข้อมือที่ถูกกำแน่น เธอมองคนด้านหน้าอย่างตามอารมณ์ไม่ทัน จากสีหน้าร้อนใจตอนนี้มันเหมือนกับกำลังโกรธ แต่เขาโกรธเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน
"........." คนที่กำข้อมือขาวเอาไว้คลายแรงออกเมื่อรู้ตัวแล้วว่าออกแรงมากเกินไป เขาอ้าปากเหมือนกับจะพูด แต่ก็ต้องหุบปากลงอยู่หลายครั้ง จนร่างบางตรงหน้าถอนหายใจ หล่อนดันมือของอีกฝ่ายออกแล้วกำลังจะหันเดินจากไป
"....คุณต้นว่านคืนนี้มานอนกับซินเถอะ" ประโยคที่เพิ่งหลุดออกมาทำให้หญิงสาวหยุดชะงัก เธอเลิกคิ้วกว้างอย่างแปลกใจที่ได้ยินประโยคแบบนี้ออกมาจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของน้องสาวต่างสายเลือดของเธอ
"คุณบ้าไปแล้ว คุณซิน" หล่อนส่งสายตาเพชรฆาตก่อนที่จะรีบเร่งฝีเท้าออกห่าง "อย่ามาให้ชั้นเห็นหน้าคุณอีก!!"
"ด เดี๋ยวก่อนคุณว่าน ซินไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่คุณจี๊สซี่อันตรายคุณก็น่าจะรู้" เขาเพิ่งรู้ตัวว่าประโยคกำกวมที่หลุดปากไปมันส่งผลตรงกันข้าม จึงรีบเดินตามมาเพื่อปรับความเข้าใจแบบเร่งด่วน
"แล้วตัวคุณมันอันตรายน้อยกว่าผู้หญิงคนนั้นยังไง" หล่อนหันกลับมาเท้าสะเอว ตีสีหน้าดุใส่คนร่างสูง "คุณมันก็จอมฉวยโอกาส เฒ่าหัวงู!! ชั้นยังไม่ลืมที่คุณจะชวนจูนไปนอนด้วยหรอกนะ!!!"
"บ้าจริง งั้นคุณก็เป็นคนลามก!! คิดเป็นแต่เรื่องทะลึ่ง!! ที่ผมชวนจูนนอนด้วยเพราะเห็นว่ากำลังมีปัญหาเรื่องที่นอนกันหรอกนะ!!" เมื่อเจอคนไม่ค่อยพูดสวนกลับมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวชั่ววูบ ทำให้ต้นว่านใบหน้าชาเพราะเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทะลึ่งที่คิดเป็นแต่เรื่องใต้สะดือ บรรยากาศโดยรอบยิ่งมาคุเข้าไปใหญ่ ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครคิดจะยอมใคร
ฉับพลันนั้นเอง เสียงเล็กๆคุ้นหูที่เรียกชื่อพวกเขาก็ทำให้ทั้งสองรู้ตัวแล้วว่า มีผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่รู้อยู่ตั้งแต่เมื่อไรของเรื่องปรากฎตัวขึ้นอีกคน ".....พี่ซิน....พี่ว่าน"
"จูน!?" พวกเขาพูดขึ้นมาได้แค่นี้ ก่อนที่เจ้าของชื่อจะทำหน้าเสียพลางก้าวถอยหลังแล้วกลับหลังหันวิ่งออกไป
"จูน!!!" ต้นว่านออกตัววิ่งตามสาวน้อยคนนั้นออกไปทันทีอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ซินได้แต่อ้าปากแล้วส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ "ปัดโธ่เว้ย นี่มันเรื่องอะไรกันนักหนาเนี่ย!!!!!!" 
ดินทรายบริเวณนั้นถูกเตะจนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ.......
.....
.....
........
จบตอน เฮ้อดองมาเกือบเดือน งานเข้าไปตามๆ กันทุกตัวละคร....ฮา ตอนนี้หายเซ็งละ *-*+  






ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ : 29. คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ
"ทำไมคุณถึงคิดว่าคุณจะทำงานนี้ได้ล่ะคุณต้นว่าน"
"เพราะดิชั้นไม่เชื่อในความรักประเภทนี้ค่ะ" สตรีวัยกลางคนเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะนี่เป็นคำตอบสุดท้ายที่เธอคิดว่าน่าจะได้ยินจากผู้ที่ถูกเรียกเข้ามาสัมภาษณ์เพื่อที่จะมาเป็นผู้นำของชมรมลับลับที่มีสาขามากมายทั่วประเทศ และนี่คือการคัดเลือกรอบสุดท้ายสำหรับมหาวิทยาลัยนี้
แต่กระนั้นแววตาของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวว่าตัวเองเผลอตอบผิดด้วยความตื่นเต้นแต่อย่างใด หล่อนสบตานิ่งให้กับสีหน้าแปลกประหลาดใจของผู้บริหาร
"คุณจะทำงานนี้โดยที่มีอคติกับความรักประเภทนี้ได้หรือ" ผู้บริหารสาวคนเก่งเลื่อนกรอบแว่นให้ชิดดวงตามากขึ้น พลางสำรวจกริยาของคนตรงหน้าอย่างละเอียด
"ดิชั้นไม่ได้มีอคติ แต่ที่จะเข้าร่วมในงานนี้เพราะดิชั้นอยากจะพิสูจน์ให้แน่ใจ"
"พิสูจน์?"
"ว่าความรักที่แท้จริงในความรักประเภทนี้มีอยู่จริง"
....
.......
.............
หลังจากที่กล่าวลาเอ๋กับซินในห้องพักแพทย์ที่ตึกคณะแพทย์และพยาบาลศาสตร์ หญิงสาวต่างชั้นปีเดินออกมาจากตึกเพื่อที่จะก้าวเข้าไปในทางเชื่อมต่อซึ่งตรงไปยังคณะวารสารศาสตร์ น้ำเสียงใสๆแต่แฝงไปด้วยความขุ่นเคืองดังขึ้นมาข้างๆรุ่นพี่สาว
"โอ๊ย พี่ว่านเห็นไหมละค่ะ ที่ห้องพักแพทย์นั่นน่ะ" อยู่ดีๆฝนก็โพล่งประโยควลีที่ไร้กรรมขึ้นมาทำเอาคนที่เดินอยู่ข้างๆงุนงง เด็กสาวจึงรีบขยายความอย่างรวดเร็ว "ยัยคุณหมอจี๊สซี่นั่นน่ะค่ะ"
"อ้อ" ต้นว่านถึงบางอ้อ นี่คงจะคิดวนไปวนมาตลอดเวลาสินะถึงได้พูดลอยๆแบบนี้ขึ้นมา แต่หล่อนก็มิวายอดที่เอ็ดกริยาก้าวร้าวของรุ่นน้องเสียไม่ได้ "เดี๋ยวเถอะนะฝน ไปเรียกคุณหมอเขาแบบนั้นได้ยังไง เขาอุตสาห์รักษาคุณซินกับจูนให้นะ"
"ก็แหม เรื่องนั้นก็ขอบคุณหรอกนะคะ แต่มันยั๊วะอีกเรื่องหนึ่งมากกว่านี่นา" เด็กสาวแก้มป่องนิดๆเพราะแทนที่จะได้ลูกคู่ดันโดนดุเสียนี่ "พี่ว่านไม่เห็นของสายตาคุณหมอที่มองพี่ซินเหรอค่ะ ถ้าฝนเป็นยัยจูนนะจะลุกขึ้นมาจิ้มให้ตาบอดเลย"
"ฮิฮิ โอเวอร์เกินไปแล้วนะเรา" ต้นว่านหัวเราะน้อยๆกับความคิดที่น่ารักของรุ่นน้อง ก่อนที่หล่อนจะค่อยๆปล่อยให้รอยยิ้มนั้นจางไปเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องนั้น 'เห็นสิ ชัดเจนเลยด้วย'
จากสายตายั่วยวนหวานเยิ้มของคุณหมอสาวที่แสนจะเซ็กซี่ถึงแม้จะแต่งตัวสุภาพอยู่ในชุดกราวน์สีขาวนั่น จากกริยาที่พวกเขาเจอกันในตอนแรกนั่น สองคนนั้นคงจะสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง แต่หล่อนไม่รู้ว่าสนิทสนมในระดับหนึ่งนั่นมันถึงระดับไหนแต่มันคงจะถึงระดับที่ว่า แค่คุณหมอสาวปลายตามองจูนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ก็สงบนิ่งกับประโยคประกาศตัวเป็นแฟนระหว่างคุณซินกับจูนของฝนได้ 
'แค่หล่อนเห็นท่าทีที่คุณซินมีต่อจูนก็รู้แล้ว ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองอยู่ที่ระดับไหน' หญิงสาวที่มีเรือนผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ลอบถอนหายใจ ลึกๆแล้วความสัมพันธ์ระดับนั้นของทั้งสองคนเป็นระดับที่เธอคิดว่าปลอดภัยและไม่อยากจะให้เกินเลยไปกว่านี้ อย่างน้อยก็ไม่อยากให้เรื่องที่ซินจะเปิดโปงชมรมลับเข้ามาเกี่ยว ความรักของจูนไม่สมควรที่จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือและดูเหมือนว่าคนเจ้าเล่ห์นั่นก็คงจะคิดเหมือนกัน เขาถึงไม่ได้รุกล้ำรวบรัดอะไรเด็กสาวมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น
"!?" ต้นว่านชะงักฝีเท้าเมื่อนึกไปถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งได้ ฝนที่เดินอยู่เคียงข้างเริ่มหยุดฝีเท้าตามเมื่อเห็นว่าร่างสูงข้างๆไม่ได้เดินเคียงคู่เหมือนก่อนหน้า "มีอะไรรึเปล่าค่ะ พี่ว่าน?"
"อืม ไม่มีอะไรจ๊ะฝน เดี๋ยวฝนเดินไปที่ตึกก่อนเลยนะ พี่นึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วนมาก" สาวสวยฝืนคลี่ยิ้มออกมาให้รุ่นน้องคลายกังวล รุ่นน้องอีกคนจึงพยักหน้าเบาๆเพราะเวลานี้ก็ใกล้จะถึงคาบของอาจารย์สุดเคี่ยวเรื่องเวลาแล้ว ฝนจึงขอตัวแล้วรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในอาคาร
ทันทีที่แผ่นหลังของรุ่นน้องร่วมคณะไกลออกไป หญิงสาวร่างบางหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วหล่อนสาวเท้าไปเพื่อที่จะรีบไปยังตึกแพทย์และพยาบาลศาสตร์ที่เพิ่งจากมาเมื่อสักครู่ใหญ่ๆนี่เอง
ถ้าคุณหมอคนนั้นแค่ปลายตามองก็รู้ความสัมพันธ์ แล้วมีหรือที่อีกคนจะไม่รู้ตัว!! ปลายผมสีน้ำตาลสะบัดไปตามแรงลมและแรงสั่นสะเทือนจากการเร่งฝีเท้า ยิ่งคิดวิเคราะห์ให้ลึกมากเท่าไรเจ้าของฝีเท้าก็ยิ่งร้อนใจมากเท่านั้น
แล้วถ้า เจ้าของนัยน์ตาสีนิลแสนเจ้าเล่ห์นั้นรู้ตัวแล้วว่ามีคนมองความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะเป็นจริงระหว่างเขากับเด็กสาวที่ดูไร้เดียงสานั่นออก ไม่อยากจะคิดต่อไปเลยว่า เจ้าหมาป่าเจ้าเล่ห์นั่นจะทำอะไรรุ่นน้องเธอต่อไป!!!
ลูกบิดประตูห้องถูกบิดอย่างแรงโดยปราศจากการเคาะประตูตามมารยาทแม้แต่น้อย ต้นว่านยืนเหนื่อยหอบด้วยใบหน้าซีดเซียว เหงื่อพราวผุดขึ้นมาที่ใบหน้าเพราะความร้อนของร่างกาย หัวใจในอกพลันเต้นแรงเมื่อเจ้าของร่างบางพบว่า ทั้งสองคนไม่อยู่ในห้องนี้แล้ว
'แย่แล้ว' หญิงสาวที่ถือวิสาสะเมื่อครู่หมุนตัวกลับแล้ว รีบคว้าโทรศัพท์มือถือออกมาก่อนที่จะกดโทรออกหาจูน ก่อนที่จะปิดทิ้งไปเมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับกลับมา "เจ้าเด็กบ้า สงสัยเล่นเกมส์จนแบตหมดอีกแล้ว"
'ถ้าอย่างนั้น' ปลายนิ้วโป้งเลื่อนไปที่เบอร์ของคนเจ้าเล่ห์ หญิงสาวชะงักเล็กน้อย เธอจะโทรหาเขาเพื่อถามอะไร? อยู่กับจูนหรือเปล่า? ทำอะไรอยู่? ต้นว่านส่ายหน้าไปมาแรงๆ โทรไปถามแบบนั้นฝ่ายนั้นก็ไหวตัวทันกันพอดี 
ร่างบางสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆสามสี่ครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ ความคิดในแง่ร้ายทำให้เธอมองข้ามเหตุผลต่างๆนานาไปเสียเกือบหมด 
"อย่างน้อยตานั่นก็แขนบาดเจ็บ และจูนก็ยังป่วยอยู่" ต้นว่านคิดตามหลักความเป็นจริงและความน่าจะเป็น "ถ้าอย่างนั้นลองไปที่บ้านจูนน่าจะดีกว่า"
.....
.........
กว่าที่ต้นว่านจะนั่งรถแท๊กซี่มาถึงบ้านของรุ่นน้องสาวก็กินเวลาเข้าไปเกือบจะบ่ายโมงอยู่แล้ว หล่อนจ่ายค่าโดยสารด้วยท่าทีร้อนรนและรีบลงจากรถโดยสารแล้วปิดประตูโดยอัตโนมัติ เมื่อรถออกตัวไปแล้วหญิงสาวเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะให้เขารอสักนิด แล้วขากลับเธอจะกลับยังไงละนี่
ก่อนที่ปลายนิ้วขาวจะสัมผัสไปที่กริ่งที่อยู่หน้าบ้าน หล่อนมองขึ้นไปชั้นสองซึ่งเป็นห้องของจูนก่อนที่จะเห็นว่าหน้าต่างที่เปิดกว้างนั้นมี ร่างของคนทั้งสองอยู่
นัยน์ตาสีเปลือกไม้เบิกกว้างเมื่อเห็นว่า คนผมสีดำกำลังกอดรุ่นน้องของเธออยู่ เขากอดจูนอยู่นานพอๆกับที่เธอยืนตะลึงกับภาพตรงหน้า ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายขึ้นเมื่อหมาป่าที่อยู่บนห้องลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่า เธอจ้องมองเขาและจูนอยู่
รอยยิ้มนั่น......... รอยยิ้มที่แสนจะชั่วร้ายนั่นมันกรีดแทงบริเวณหน้าอกของชั้นจนเกือบจะเป็นแผลฉกรรจ์ เมื่อพบว่าอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เจ้าของรอยยิ้มแสนชั่วร้ายนั่นได้ดันตัวรุ่นน้องของเธอออกก่อนที่จะจูบหล่อนต่อหน้าต่อตา!!

เหมือนก้อนสะอื้นมันติดอยู่ในคอ ขาทั้งสองของเธอหนักอึ้ง มือขวาที่กำลังจะเอื้อมไปกดกริ่งถูกทิ้งลงมาอยู่แนบลำตัวอย่างไม่ตั้งใจ หัวสมองของเธอตอนนี้ว่างเปล่า มันขาวโล่งเสียยิ่งกว่ากระดาษฟอกขาวเกรด A
หล่อนยืนนิ่งมองสายตาอีกคนที่เพิ่งเล่นหนังสดให้ดูจะจะ ดวงตานั้นทำให้หล่อนรับรู้ถึงเรื่องร้ายแรงต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งจากนี้ และต่อแต่นี้ไป 
นั่นคือ......สายตาของศัตรู
ต้นว่านเม้มริมฝีปากแน่น ปลายนิ้วมือเรียวกดกริ่งหน้าบ้านอย่างที่มันควรจะเป็นอย่างน้อยก็สักเมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา หล่อนมองเห็นคนผมดำคลี่ริมฝีปากยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่เขาจะยอมอ้าแขนปล่อยอีกคนออกจากอ้อมกอดแต่โดยดี
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีเสียงฝีเท้าตึงตังๆที่ดังขึ้นจากตัวบ้าน บอกให้เธอรับรู้ว่าเด็กสาวกำลังจะมาเปิดประตูในไม่ช้า หล่อนอ้าปากสูดลมหายใจลึกๆเพื่อส่งออกซิเจนเข้าปอดและสมอง ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้ราบเรียบเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
"อะ พะ พี่ว่าน" จูนที่รีบผละจากคนร่างสูงด้วยความเขินอย่างสุดขีดแล้ววิ่งแจ้นลงมาโดยที่ยังไม่ได้ชะโงกหน้ามองหน้าต่างว่าใครที่มาหาเธอในเวลานี้ เด็กสาวทำตาโตอย่างตกใจเมื่อพบว่าพี่สาวต่างสายเลือดที่ควรจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยมาปรากฎอยู่ที่หน้าบ้านเธอ
"อือ พี่เป็นห่วงเลยมาดูอาการ" หญิงสาวยิ้มหวานให้น้องสาวสุดที่รัก "จูนเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ หน้าแดงเป็นลูกตำลึงเชียว"
"อ่ะ เอ่อ ไม่ค่ะ" เด็กสาวหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆไม่คิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ ขออย่าให้พี่ว่านเห็นก็แล้วกันเมื่อกี้นี้
"อันที่จริงจูนก็ควรจะไปนอนพักผ่อนได้แล้วนะ" เสียงเรียบๆดังขึ้นจากด้านหลังเด็กสาวร่างบาง "ดูท่าจะไข้ขึ้นอีกแล้วนะเรา" เขาส่งยิ้มหวานละลายหัวใจให้กับเด็กสาวที่ตอนนี้ตาเริ่มจะลอยๆเพราะพิษไข้และความขวยเขิน
"ไปสิเดี๋ยวพี่พาขึ้นไปนอน" ต้นว่านตวัดสายตาแข็งกร้าวให้ร่างสูงก่อนที่จะรีบจูงมือสาวน้อยให้ห่างออกมา "คุณซินก็กลับไปพักผ่อนได้แล้วล่ะค่ะ แผลนั่นคงจะเริ่มปวดแล้ว"
ร่างสูงแค่ยิ้มออกมาบางๆ "ไม่เป็นไรฮะ เดี๋ยวซินรอไปส่งคุณที่มหาวิทยาลัยดีกว่า ดูเหมือนว่าคุณจะมาแท๊กซี่นะเพราะในซอยนี้ไม่ค่อยจะมีรถผ่าน"
' ชิ ' หญิงสาวชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับอีกคนอีกครั้ง "ขอบคุณที่หวังดีค่ะ เดี๋ยวชั้นจะโทรไปที่ศูนย์รถแท๊กซี่ให้เขาส่งรถมารับ ไม่รบกวนคุณซินหรอกค่ะ"
"เอ๊ ไม่ได้นะค่ะพี่ว่าน ให้ใครก็ไม่รู้ขับรถให้พี่ว่าน จูนว่าให้พี่ซินไปส่งดีกว่าค่ะ หมู่นี้ข่าวแท๊กซี่มอมยาผู้โดยสารยิ่งเยอะอยู่" เด็กสาวที่เป็นห่วงรุ่นพี่แสนสวยกระตุกมือหล่อนเบาๆ ทำให้ต้นว่านหันกลับไปมองรุ่นน้องอีกครั้ง
หล่อนยิ้มออกมาบางๆก่อนที่จะลูบหัวอีกคนด้วยความรักใคร่เอ็นดู "ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ แต่ถ้าจูนไม่สบายใจ เดี๋ยวพี่กลับกับคุณซินก็ได้"
"ดีค่ะ จูนจะได้ไม่เป็นห่วงพี่ว่าน" เด็กสาวยิ้มระรื่นที่พี่สาวหัวดื้อยอมทำตามใจตัวเอง ก่อนที่จะหันไปหารุ่นพี่สาวอีกคน แต่คราวนี้เธอเบนสายตาไปทางอื่น "เอ่อ พี่ซิน จูนรบกวนด้วยนะคะ"
"อืม ด้วยความยินดีฮะองค์หญิงน้อย" ซินพยักหน้ารับแล้วผายมือออกน้อยๆ ซึ่งนั่นก็เรียกรอยยิ้มจากใบหน้าแดงๆได้เป็นอย่างดี
"ไปกันเถอะจูน เดี๋ยวพี่ต้องกลับไปเข้าห้องเรียนต่อ" เจ้าของเรือนผมสวยตัดบทสนทนาก่อนที่จะออกแรงจูงอีกคนให้เดินตามไปแต่โดยดี ซึ่งคนร่างสูงอีกคนก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาทำแค่ยิ้มบางแล้วมองตามร่างบางทั้งสองที่เดินขึ้นบันไดไปเท่านั้น
ประตูห้องนอนที่ถูกเปิดอย่างรีบร้อนอย่างไร ตอนนี้มันก็ยังเปิดอ้าอยู่อย่างนั้น เด็กสาวนั่งลงบนเตียงนุ่มเพื่อรอรับยาจากรุ่นพี่สาวอีกคน ต้นว่านยื่นน้ำเปล่าพร้อมกับยาให้เด็กสาว จูนรับมันมาแล้วมองยาสีสวยสองเม็ดในมืออย่างทำใจ
"เม็ดใหญ่ขนาดนี้จูนคงจะตายตั้งแต่กลืนมันลงคอแล้วล่ะค่ะ" จูนมองหน้าพี่สาวอย่างขอกำลังใจ
"แหม หรือจะให้พี่บดผสมน้ำผึ้งเหมือนตอนประถมค่ะ" ต้นว่านนั่งลงข้างๆเด็กสาวก่อนที่จะลูบเรือนผมไปมาเบาๆ "กลั้นใจกินแป๊ปเดียวเอง เล็กกว่าข้าวหนึ่งช้อนอีกนะ"
"ค่าๆ"  เด็กสาวหลับตาปี๋ กระดกยาเข้าปากก่อนที่จะรีบดื่มน้ำตามเยอะๆ "แหวะขม จะเคลือบช็อคโกแลตให้หน่อยก็ไม่ได้"
"ฮิฮิ ขมเป็นยาไม่ใช่เหรอ นอนได้แล้วเรา" ต้นว่านลุกขึ้นเพื่อให้อีกคนเอนตัวลงนอน จากนั้นเธอจึงห่มผ้าห่มให้อีกคนจนถึงคอ "ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนนะ"
ก่อนที่ต้นว่านจะหมุนตัวเดินออกไป ฝ่ามือร้อนจับคนอุณหภูมิปกติไว้เพื่อเรียกร้องให้อีกคนหันกลับมา "พี่ว่าน จุ๊บๆอ่า"
หญิงสาวเลิกคิ้วสูง ก่อนจะยิ้มหวานออกมาแล้วเดินไปนั่งบนเตียงข้างๆ สาวน้อย "ขี้อ้อนตั้งแต่เล็กยันโตเลยนะเรา" สาวสวยก้มลงไปให้ริมฝีปากบางสัมผัสกับแก้มขวา ก่อนที่เด็กดื้อจะเอียงแก้มซ้ายให้ รุ่นพี่สาวยิ้มให้กับความน่ารักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแล้วก้มลงจูบแก้มซ้ายอีกครั้ง 
"หน้าผากด้วยค่ะ จะได้นอนหลับฝันดี" จูนที่ได้ใจชี้ไปที่หน้าผากของตัวเอง 
"จ้าๆ แม่เด็กน้อย" ริมฝีปากสีสวยก้มลงไปสัมผัสกับหน้าผากมนของอีกคน จูนหลับตาลงด้วยความรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเบาๆของอีกคน "หลับฝันดีนะจ๊ะ น้องรัก"
"รักพี่ว่านที่สุดเลย" เด็กสาวยิ้มออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่
"อือ พี่ก็รักจูนที่สุดเหมือนกัน" ต้นว่านลูบหัวรุ่นน้องเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วหมุนตัวออกมาเพื่อที่จะพบว่า มีร่างของอีกคนยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน หญิงสาวตวัดสายตากร้าวโดยอัตโนมัติเมื่อเดินผ่านหน้าอีกคนพร้อมกับเสียงกระซิบ
"อย่านึกนะว่าชั้นไม่รู้ว่านายกำลังจะทำอะไร" ซึ่งอีกคนก็แค่กรอกตาแล้วยักไหล่เขาพูดลอยๆพลางเดินลงบันไดตามหลังอีกคนลงมา "เกลียดจังคนรู้ทัน" พวกเขาเดินลงมาจนถึงหน้าบ้าน คนร่างสูงก้าวขึ้นรถก่อนที่จะส่งหมวกกันน็อคให้กับคนสวย ซึ่งสาวสวยก็รับมาอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนว่าจะเป็นการกระชากออกจากมือมากกว่า ก่อนที่หล่อนจะสวมมันไว้แล้วยันตัวขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์คันใหญ่
"คุณว่านไม่จับซินไว้เดี๋ยวก็ตกหรอกฮะ" ร่างสูงเห็นท่านั่งของผู้หญิงด้านหลังแล้วอดที่จะขำไม่ได้ นั่งไกลซะขนาดนั้น แต่เอาเถอะเดี๋ยวรถออกตัวก็ไหลมาชิดกันอยู่ดี
"ไม่จำเป็นชั้นจับเบาะหลังได้" ต้นว่านสะบัดหน้าเธอขยับตัวออกห่างจากอีกคนแล้วมืออีกข้างก็กำเบาะหลังไว้แน่น
"เอ้อ ตามใจ อย่าหล่นไปก็แล้วกัน" ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่เจ้าตัวก็แกล้งสตาร์ทออกตัวแรงๆให้อีกคนกรีดร้องแล้วผวากอดจนได้
"ว้ายยย ตาบ้าใครให้ออกตัวแรงแบบนี้" สาวสวยที่ผวาเข้าไปกอดหน้าแดงแล้วทุบหลังของคนขี้แกล้งจนได้ยินเสียงโอดโอยจากคนขับ
"โอ๊ยๆ เจ็บๆมันสะเทือนถึงแผล ขอโทษๆ" ร่างสูงทำหน้านิ่วกับผลตอบรับที่ไม่คุ้มกับการแกล้ง เขาจึงขับรถต่อไปอย่างเรียบร้อยจนกระทั่งถึงมหาวิทยาลับ
เมื่อเข้าเขตมหาวิทยาลัยสาวสวยรีบกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์สีดำเงาคันใหญ่ หล่อนถอดหมวกกันน็อคแล้วส่งให้อีกคน "ขอบคุณค่ะที่มาส่ง" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สายตาที่ให้ช่างขัดกับคำพูดเหลือเกินร่างสูงคิด
"ไม่เป็นไรฮะ" ร่างสูงยิ้มตอบ ก่อนที่จะตะโกนตามหลังร่างบางไป "คุณว่านแล้วเจอกันวันงานรับน้องคณะนะฮะ"
หญิงสาวเรือนผมสีเปลือกไม้หันกลับมา ส่งสายตาทิ่มแทง "ค่ะ แล้วเจอกัน แต่ชั้นไม่อยากเจอคุณ" ก่อนที่หล่อนจะสะบัดเรือนผมสลวยกลับไปแล้วรีบก้าวเท้าไวๆเข้าไปในตัวอาคาร
"ไม่อยากเจอก็ต้องเจอฮะ เพราะพวกเรามีตัวกลางเชื่อมกันอยู่" คนผมดำลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะใส่หมวกกันน็อคให้แน่นแล้วสตาร์ทรถออกไป


แต่งเสร็จสดๆร้อนๆ ถือเป็นของขวัญวันชดเชยวันปีใหม่ก็แล้วกันนะฮ่าฮ่า ขอของขวัญปีใหม่เป็นคอมเมนต์นะจ๊ะ ^ w ^+ ให้มาซะดีๆอย่ามางกเซ่ะ!!
คู่นี้อย่าเพิ่งลืมกันนะ
 

edit @ 7 Jan 2011 19:31:25 by เซซาเร่

edit @ 7 Jan 2011 19:31:53 by เซซาเร่