2008/Feb/14

 แหมดองมาซะนานนม = w = เขินที่สุด เกือบสองเดือนได้แล้วมั้ง ก็ขอเขียนสักหน่อยน่ามีเรื่องจะเล่าเยอะแยะเลยแต่นึกไม่ออกแฮะ

เหมือนจะเคยเล่าให้ฟังว่าจะไปสอบชิงทุนอะไรสักอย่างใช่ม้า ผลประกาศแล้วว่าสอบข้อเขียนผ่าน วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมาก็ไปสอบสัมภาษณ์ไป วันพรุ่งนี้ล่ะ 15 ก.พ. จะรู้ผลว่าจะได้ทุนหรือเปล่า แล้วถ้าได้จะได้ทุนแบบไหนมี 3 ประเภทอะ คือ จ่ายค่าเล่าเรียน 100%+30000 แบบจ่ายเฉพาะค่าเรียน 100% กับจ่ายค่าเรียน 50%

แต่ถ้าไม่ได้ทุน.... เทอมละ 30000 T w T

เป็นทุนการจัดการอุตสาหกรรมภาคต่อเนื่อง เรียนเสาร์อาทิตย์ 2 ปี ของ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถาบันที่แยกมาจากสมาคมส่งเสริมไทย-ญี่ปุ่นอะนะ

เพื่อนบ่นมาเหมือนกันว่าแกจะเรียนตรีอีกทำไมฟะ -*- ก็หนูอยากทำงานบริษัทญี่ปุ่นนี่ สสท.มีชื่อในวงการอุตสาหกรรมและบริษัทญี่ปุ่นมากเลยนะ แล้วทุนที่เขาให้มานี่ก็เป็นทุนจากบริษัทญี่ปุ่น 300กว่าแห่งให้ทุนมานา

บ่นมาทั้งหมดสรุปก็คือ พรุ่งนี้รู้ผล!! > w < ขอให้ติดละกันนะ ความรู้สึกคงจะเหมือนกับถูกหวยรางวัลใหญ่ละมัง?

ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ ตอนพิเศษ : คู่รักจำเป็น

มีวันหนึ่งที่ใครต่อใครก็ต่างสมมติให้วันนั้นเป็นวันแห่งความรัก วันที่ใครๆก็เดินจับมือกันเป็นคู่ๆ ร้านรวงต่างๆก็พร้อมใจกันประดับประดาด้วยสีแดงของความรักและสีชมพูของดอกไม้ เสียงดนตรีบรรเลงอย่างอ่อนหวานและรสของช็อกโกแลตที่ขมแต่ก็หวานจนอดใจหยุดกินเสียมิได้

ทำไมแค่หนึ่งวันของเดือนที่สั้นที่สุดในรอบปีถึงมีความสำคัญถึงเพียงนี้นะ ใครกันที่เป็นคนเผยแพร่ประเพณีวันแห่งความรักเข้ามาในเมืองไทย? ทั้งๆที่คนไทยส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ!!

.....

......

....... "แล้วทำไมฉันต้องมานั่งใส่ใจกับวันแบบนี้ด้วย" เด็กสาวยันตัวขึ้นอย่างมั่นใจ "มันก็แค่วันที่ใครก็ไม่รู้สมมติขึ้นมา!!"

"....ถ้าคิดได้อย่างนั้นแล้วก็รีบออกไปซื้อของสักที" คุณแม่ที่มองอาการของลูกสาวมาอยู่นานแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะรีดผ้า "จะกินมั้ยข้าวเย็นน่ะ"

.........................................................................................................................................................

ในย่านการค้าวันนี้มีคนพลุกพล่านมากกว่าทุกวัน อาจจะเป็นเพราะว่าสัปดาห์นี้มีวันที่ถูกระบุว่าเป็นวันแห่งความรักซึ่งเหมือนกันทั่วโลก ของขวัญข้าวของเครื่องใช้ต่างๆจึงมีการจัดลดราคาและโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดคนเข้าร้าน

เด็กสาวเดินก้มหน้าก้มตาตลอดทาง เธอมองแต่พื้นที่จะเดินเท่านั้นเพื่อแก้เก้อและลดอาการอิจฉาคนที่เดินควงกันเป็นคู่ๆ แม้แต่ตามร้านอาหารต่างๆที่นั่งริมกระจกก็มีคนป้อนอาหารกันอย่างหวานแหวว "เฮอะ เจ้าพวกบ้าสมัยนิยม"

สาวน้อยเดินบ่นพลางก้มหน้างุดๆจนไปชนกับคนข้างหน้าที่ยืนหันหลังอ่านหนังสืออยู่แผงหน้าร้านหนังสือเข้าอย่างจัง ที่สำคัญหนังสือเล่มแพงที่เขายืนอ่านฟรีอยู่ดันตกลงบนน้ำขังเพราะฝนตกซะได้ คนตัวสูงส่งเสียงร้องอย่างไม่พอใจ "เฮ้ย!! เดินยังไงเนี่ย โธ่เอ้ย เปื้อนหมดเลย" เขาก้มลงเก็บหนังสือราคาแพงที่เปรอะน้ำเต็มไปหมด

"ขะ ขอโทษค่ะ" จูนรีบก้มลงจะเก็บหนังสือให้คนร่างสูง จนเมื่อสายตามาอยู่ระดับเดียวกัน

"เฮ้ย! เธออีกแล้วเรอะ" เมื่อเอ๋เห็นหน้ายัยตัวแสบที่เดินมาชนเขาแล้วก็ร้องอย่างตกใจ ผิดกับอีกคนที่ถึงจะตกใจแต่ก็ทำหน้ายิ้มแหยๆเพราะรู้สึกผิดเมื่อเห็นราคาที่หน้าปก นาทีเดียวกับที่เจ้าของร้านได้ยินเสียงโวยวาย คุณป้าวัยกลางคนจึงเดินออกมาดูที่หน้าร้านก็เห็นสภาพหนังสือวารสารคอมพิวเตอร์ราคาแพงจนไม่ค่อยจะมีคนอยากซื้อเปียกน้ำอยู่ในมือทั้งคู่

"ว้าย! ตาเถร! พวกเธอต้องรับผิดชอบเลยนะ!! เปียกแบบนี้ป้าจะขายต่อได้ยังไงล่ะเนี่ย" สตรีวัยกลางคนมองไปที่เอ๋เพราะจำได้ว่าเจ้าคนนี้ยืนอ่านฟรีมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบนาทีแล้ว

"...ฮะ ถ้าอย่างนั้นก็เช็ดน้ำแล้วห่อปกให้ด้วยนะฮะ" คนตัวสูงถอนหายใจด้วยความเซ็งเพราะอีกไม่ถึงสิบหน้าจะจบเล่มแล้วเชียวต้องเสียเงินซื้อจนได้ เขาควักแบงค์ห้าร้อยให้หญิงวัยกลางคนก่อนจะเดินตามเธอเข้าร้านไป ปล่อยให้เด็กสาวนั่งอ้าปากหวอเพราะทำอะไรไม่ถูกอยู่หน้าร้าน.......

"วันนี้เป็นวันซวยจริงๆเลย พับผ่าสิ" คนผมสีทรายถือหนังสือออกจากร้านแล้วก็สะดุดยืนมองคนที่ยังยืนรอเขาอยู่หน้าร้าน ".....ยังอยู่อีกเรอะ"

"ง่า เค้าขอโทษไม่ได้ตั้งใจอะ" เด็กสาวทำหน้าหงอยขอความเห็นใจเต็มที่แม้เจ้าตัวจะไม่มั่นใจว่ามันจะชดใช้ความผิดของหนังสือวารสารรายสัปดาห์ราคา 350 บาทได้หรือไม่

คนนัยน์ตาสีอ่อนขยี้หัวอย่างหงุดหงิด จะเอาโทษอะไรก็ไม่ได้เพราะติดที่เป็นรุ่นพี่แถมยังเป็นแฟนเพื่อนรักเสียอีก เขาจึงตอบส่งๆไป "เออๆ ช่างมันเหอะ "

เขาหมุนตัวเดินออกมาจากหน้าร้าน อาจจะเป็นเพราะเริ่มหิวและเมื่อยขาด้วยละมั้งเลยทำให้วันนี้เขาหงุดหงิดอย่างผิดวิสัยแล้วเจ้าตัวก็คิดว่าไปหาอะไรกินอะไรๆคงจะดีขึ้น เพราะตอนนี้ก็เที่ยงกว่าจนเกือบจะบ่ายโมงอยู่แล้ว คนร่างสูงมาหยุดยืนหน้าร้านแฮมเบอร์เกอร์เพื่อที่จะดูเมนูหน้าร้านแล้วก็สังเกตุเห็นสาวน้อย ".......แล้วเธอจะเดินตามฉันมาทำไมเนี่ย"

"....สำนึกผิดง่า ขอเค้าเลี้ยงข้าวนะ" เอ๋ยืนมองคู่กัดด้วยสายตาหวาดระแวงว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน "หิวแล้วด้วยง่า" เด็กสาวทำตาละห้อยแล้วก็ลูบท้องไปมา

"...งั้นก็ไม่เกรงใจล่ะ" คนผมสีทรายตอบพลางทำท่าจะเดินเข้าร้านแต่ทว่ามือเล็กกลับดึงชายเสื้อของเขาไว้ "อะไร!?"

"จะกินราเมงอะ" เด็กสาวชี้มือไปที่ร้านบะหมี่เลขแปด "ไม่ใช่ราเมงเค้าไม่เลี้ยงจริงๆด้วย"

"รู้แล้วๆ ไม่ต้องดึงก็ได้น่า" ยังไม่ทันที่จะฟังคำตอบจากอีกคนสาวน้อยผมทรงสายไหมก็ดึงชายอีกคนให้เดินตามมาแต่โดยดี

แม้แต่ร้านบะหมี่ของญี่ปุ่นก็เอาใจคู่รักในวันนี้เหมือนกัน ป้ายหน้าร้านติดกระดาษแข็งสีแดงประดับด้วยหัวใจและเขียนโปรโมชั่นพิเศษเอาไว้เพื่อดึงดูดผู้คน แต่ใครจะสนฉันไม่ได้มากับแฟนนี่ไม่อ่านหรอกเชอะ เมื่อได้ที่นั่งแล้วทั้งสองรับเมนูมาก่อนที่จะอาหารและนั่งรอ

"...แล้วหนังสือ"

"ไม่เป็นไรเปื้อนปกกับข้างในนิดหน่อยเป่าแห้งก็ได้แล้ว" เขานิ่งไปสักพักก่อนจะยิ้มยียวนตามสไตล์ "แถมยังได้กินราเมงฟรีอีกต่างหาก"

"เหอะๆ" เด็กสาวหัวเราะแบบฝืนๆเพราะความรู้สึกผิดชักจะเริ่มหมดลงแล้ว

"ว่าแต่...วันแบบนี้ทำไมมาเดินคนเดียว ไอ้ซินล่ะ?" เอ๋เห็นหน้าคนตรงข้ามแล้วกลัวจะอดกินของฟรีจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยแทน

"....ฮึ ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ดันมานัดประชุมหัวหน้าคณะวันนี้ซะได้" จูนเขี่ยน้ำแข็งในแก้วอย่างหงุดหงิด ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงจะมีบรรยากาศหวานแหววเหมือนคู่รักทั่วไปแล้ว

"อ้อ ใช่" คนผมสีทรายตอบรับแล้วเบนสายตาไปทางอื่น คนข้างหน้าจะรู้มั้ยเนี่ยว่าไอ้บ้าคนนั้นก็คือเจ้าซินแฟนสุดที่รักของเธอนั่นแหละ

"แล้วนายละ วันแบบนี้ไหงมาเดินคนเดียว" เด็กสาวก้มลงดูดชาเขียวในแก้วเพื่อดับความหงุดหงิดในใจ "คุณแฟนแสนสวยคนนั้นล่ะ"

"เฮอะ เลิกกันไปได้สองสามวันแล้ว" คนผมสีทรายแบะปากแล้วหยิบหนังสือคอมพิวเตอร์ขึ้นมาสำรวจต่อ

"นายนี่มันเจ้าชู้จริงๆเลยนะ" เด็กสาวย่นคิ้วเข้าหากันแล้วนัยน์ตากลมโตก็มองไปที่อีกคนอย่างเอาเรื่อง "เห็นผู้หญิงเป็นดอกไม้ริมทางรึไง"

"มันก็พอๆกับที่พวกนั้นเห็นฉันเป็นเครื่องเล่นนั่นล่ะ แล้วก็ขอโทษที ถ้าเธอลืมไปนะ....ฉันก็ผู้หญิงเหมือนกัน" มือขาววางหนังสือลงบนโต๊ะแล้วจ้องตากับอีกฝ่าย

"เครื่องเล่น?" เด็กสาวทวนคำอย่างหงุดหงิดในท่าทีเพราะอีกฝ่ายจ้องมองมาเหมือนจะหาเรื่องอยู่กลายๆ

"ไม่รู้รึไงว่าพวกดี้เข้าหาทอมเพราะเรื่องอะไร" เขาท้าวแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนฝั่งตรงข้าม "นั่นล่ะ ความหมายของเครื่องเล่น" เมื่อเห็นแววไหววูบในดวงตากลมโตของอีกฝ่ายเขาก็ยืดตัวตรงเหมือนเดิม

"...ฉันไม่ใช่พวกแบบนั้น ฉันไม่ได้คบกับพี่นิดหรือว่าพี่ซินเพราะหวังเรื่องแบบนั้น" เด็กสาวใบหน้ามีสีแดงส่งสายตากร้าวให้อีกฝ่าย "ยังไงก็ตามนายก็เล่นด้วยทุกคนนี่ก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอกนะ"

"เฮอะ เห็นว่าใจง่ายขนาดนั้นเชียว เห็นแบบนี้แต่ฉันเป็นคนจริงใจพอตัวเลยนะ ที่เลิกๆกันไปน่ะพวกนั้นขอเลิกทั้งนั้น" เขาหยักไหล่ก่อนที่จะพูดลอยๆออกมา "วันๆเอาแต่เล่นเกมส์ไม่สนใจเราบ้างล่ะ โตป่านนี้แล้วยังอ่านการ์ตูนบ้างล่ะ อยากได้นู่นอยากได้นี่ เสื้อผ้าแบรนด์เนมบ้างล่ะ ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าพวกนี้ชอบฉันที่ฉันเป็นหรือว่าคิดเอาเองว่าฉันต้องเป็นแบบนู้นแบบนี้ตามใจเขากันนะ"

"....เหมือนกันเลย" เด็กสาวร่างเล็กมองรุ่นพี่อย่างเข้าใจ "ที่ชั้นเลิกกับเพื่อนนายก็เหตุผลคล้ายๆกัน พี่เขาว่าชั้นเด็กเกินไป เขาอยากได้ขาวหมวยสวยเอ็กซ์จะมาบังคับให้ชั้นทำแบบโน้นแบบนี้ตามใจเขา อ่านการ์ตูนก็ว่า เล่นเกมส์ก็ว่า......แล้วสุดท้ายก็มาบอกเลิกเพราะว่าชั้นไม่ยอมตามเขา"

ทั้งสองคนมาหน้ากันแล้วถอนหายใจ จังหวะนั้นพนักงานเสริฟ์ก็นำเกี๊ยวซ่าที่เพิ่งทอดเสร็จมาส่งพอดี ทำให้การสนทนาหยุดลงชั่วครู่เพราะต่างคนต่างก็หิวเหมือนกัน

"กว่าจะทำใจออกมาหาดูหนังสือในวันแบบนี้ได้ ก็ดันมาโดนให้ควักเงินซื้อหนังสือแพงๆที่อุตสาห์ยืนเมื่อยขาอ่านฟรีมาเกือบครึ่งชั่วโมงเสียอีก"

"โธ่เอ้ย ก็ขอโทษแล้วไงเลี้ยงราเมงแล้วด้วย บ่นเป็นตาแก่ไปได้" เด็กสาวทำแก้มป่องขณะที่กำลังเคี้ยวชาชูอยู่เต็มปาก

"แถมยังเลือกร้านอีกนะ" คนผมสีทรายคว้าเกี๊ยวซ่าชิ้นสุดท้ายเข้าปากก่อนที่จะจัดการราเมงในชามใหญ่ของตัวเองต่อไป

"ก็อยากกินนี่นา" เด็กสาวกินราเมงไปพลางมองหน้าคนตรงข้ามไปพลาง คิดว่าชั้นอยากมานั่งเลี้ยงราเมงนายรึไงยะ วันแบบนี้ไม่ได้ออกมากับแฟนแล้วยังเจอแม่ใช้มาซื้อของอีก แถมยังมาเจอเจ้าหัวหอยเม่นนี่เบ่งใส่แล้วยังต้องเลี้ยงอาหารอีก ซวยจิงๆเลยวันนี้

เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีอาหารที่อยู่ในชามและจานบนโต๊ะก็หายไปหมดแล้ว ทั้งสองนั่งนิ่งเพื่อเป็นการพักผ่อนหลังจากจัดการกับความหิวของตนเรียบร้อย "ว่าไง กลับกันได้รึยัง"

"ไปสิ" เด็กสาวลุกขึ้นหยิบบิลเดินตรงไปที่หน้าเคาท์เตอร์ เธอควักธนบัตรขึ้นมา 250 บาทเพราะคำนวณราคาในเมนูเรียบร้อยแล้ว

"175บาทค่ะ" เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นสูงแต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถาม พนักงานคนเดิมก็บอกให้เอ๋จับสลากจากกล่องใสๆ ซึ่งเจ้าตัวก็หยิบไปแบบงงๆ

"ยินดีด้วยนะคะ ได้รางวัลตั๋วหนังฟรีสองที่ค่ะ" พนักงานสาวยิ้มแย้มอย่างแจ่มใสตามที่ฝึกมาโดยไม่ได้สนใจใบหน้างุนงงของคนทั้งคู่แม้แต่น้อย (ตูได้รางวัลเรื่องอะไรเนี่ย)

เด็กสาวผมทรงสายไหมรับตั๋วหนังและเงินทอนแบบงงๆ แล้วเดินออกมาหน้าร้านที่เพื่อนร่วมโต๊ะออกมายืนรออยู่แล้ว จูนสังเกตุเห็นว่ารุ่นพี่สาวยืนมองกระดาษแผ่นใหญ่หน้าร้านด้วยสายตาตกตะลึงแล้วใบหน้าก็ออกจะแดงนิดๆด้วย เธอจึงเดินมาอ่านข้อความบนกระดาษสีแดงที่ตอนเข้าร้านไม่ได้สนใจมัน

"พิเศษสำหรับคู่รักลดทันที 30% พิเศษลุ้นรับโชคตั๋วหนังฟรี2ที่นั่ง จำนวน 100 รางวัล"

".....250บาทเหลือ175 แล้วก็ตั๋วหนัง" เด็กสาวพูดลอยๆแล้วใบหน้าก็เป็นสีชมพู เธอมองหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วมองกลับไปที่พนักงานในร้านที่ยืนกระซิบกระซาบกันเมื่อเห็นเธอมองมาสองคนนั้นก็รีบทำหน้าที่ต่อไป

"อ่ะแฮ่ม แล้วจะทำยังไงกับตั๋วฟรี?ที่นั่งv.i.p.ด้วยนะนี้" เอ๋คว้าบัตรหนังทั้งสองใบขึ้นมาดู "มีเรื่องนี้ที่อยากดูพอดีเลย ว่าไง?คุณแฟนจำเป็น"

".....อ่า"  เด็กสาวมองดูตั๋วหนังสลับกับหน้าคนถือ แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรก็ถูกอีกฝ่ายดึงมือไปเสียแล้ว

"ไปไป หนังฉายรอบบ่ายสองอีกสิบนาที"  เอ๋เดินจูงอีกคนอย่างรวดเร็ว อันที่จริงวันนี้เขาคิดจะพาแฟนมาดูหนังเรื่องนี้อยู่แล้วแต่ดันมีเหตุให้เลิกกันไปเสียก่อน การมาเจอสาวน้อยคนนี้ไหนวันนี้มันก็ไม่แย่อย่างที่คิดนี่นา

"เดี๋ยวต้องไปซื้อของให้แม่อ่า เดี๋ยวไม่ทันทำข้าวเย็น" เด็กสาวเร่งก้าวเท้าเดินเร็วให้ทันคนขายาว

"หนังเรื่องนี้สองชั่วโมงเอง เดี๋ยวพาไปซื้อของแล้วไปส่งถึงบ้านเลยเอ้า" คนร่างสูงยื่นข้อเสนอให้เต็มที่เพราะถ้าไม่ดูวันสองวันนี้หนังเรื่องนี้คงจะออกโรงไปแน่ๆ

"เอ้าๆ ไปก็ไป อย่าเดินเร็วได้มั้ยตามไม่ทัน!!"

"ยัยขาสั้นเอ้ย"

"ตาหัวหอยเม่นนี่!!มาวิ่งแข่งกันเลยมั้ย"

"อ้อ คิดว่าแน่ก็เอาเลยยัยเตี้ย ใครถึงหน้าโรงก่อนชนะเอามั้ยล่ะ!!"

"ได้เลย ย ย  ยย  ย " แล้วเสียงวิ่งตึงตังก็ดังไปตามทางเดินของห้างพร้อมกับเสียงผู้คนที่บ้างส่งเสียงร้องอย่างตกใจ บ้างก็ส่งเสียงเชียร์ไปตลอดทาง...

อันที่จริง...วันนี้ก็ไม่แย่เหมือนอย่างที่คิดเหมือนกันแฮะ

 

edit @ 14 Feb 2008 22:15:57 by เซซาเร่

2008/Jan/08

ช่วงนี้กำลังอ่านหนังหาหัวฟูเตรียมสอบแข่งกะชาวบ้านวันที่ 20 เนี่ย ก็เลยขอดองเค็มไปก่อนนิ

พอดีไปเจอรูปนี้งะ เหมือนซินกับว่านที่คิดไว้เลย

ต้นว่าน

ต้นว่าน งิงิ

ซินซิน

พี่นันท์มั้ง ดันไม่มีรูปดัดผม หนีก่อนละ-*-

edit @ 9 Jan 2008 17:09:42 by เซซาเร่

2007/Nov/17

ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้ : เมื่อฉันลืมตา

 เอนทรี่ที่แล้วลืมบอกชื่อเพลง Thank you ของ dido เพราะพริ้งเสียนี่กระไร..... แต่ทำไมดูเครื่องอื่นไม่ได้ฟร่ะ!!! T [] T ดูได้เครื่องชั้นเครื่องเดียวจะมีประโยชน์ไรเนี่ยยย อุตสาห์ฉกมา เอาเป็นว่าใครอยากฟังไปตามลิงค์นี่ละกาน bignose (ฟังเซ่ต้องฟัง!!บังคับเว้ย) อานะขี้เกียจพูดแย้วตอนนี้ก็ยาวน่าดูเหมือนกันนา ไว้สักสองสามอาทิตย์หน้าละกาน ถ้าถึงตอนนั้นมุขไม่แป้กก็จะแต่งอีก เพราะเรื่องชักซีเรียสอีกละ -*- อะเค บายเบบี๋ไปอาบน้ำก่อนเกลือเกาะเต็มตัวแย้ว เม้นท์ไว้ด้วยล่ะเม้นท์ชอบอ่านฟรีบ้าบอที่สุด!!

ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วที่เธอนอนไม่หลับเพราะความตื่นเต้นระคนดีใจ และอาการนั้นก็ยังไม่หายกระทั่งแม้แต่ในห้องเรียนในเช้านี้ก็ตาม ฝนนั่งมองเพื่อนสาวของตัวเองที่เดี๋ยวก็ผุดลุกผุดนั่ง ทั้งท้าวคาง เคาะโต๊ะ หรือแม้แต่อาการใดก็ตามที่ก่อให้เกิดเสียงดังและรบกวนสายตาเพื่อนร่วมชั้นรวมถึงอาจารย์ประจำวิชาเป็นอย่างมาก จนหล่อนต้องเชิญให้สาวน้อยไปนั่งอยู่ที่นั่งด้านหลังสุด สาวแว่นมองตามเพื่อนรักไปแล้วส่ายศรีษะไปมาด้วยความระอา ไม่ว่าจะคบกันมากี่ปีนิสัยขี้ตื่นเต้นเป็นเด็กๆนี้ก็ไม่หายสักทีสิน่า

สาวน้อยผมทรงสายไหมเดินหน้าชาเล็กน้อยเพราะโดนทั้งอาจารย์และเพื่อนๆรุมขับไล่ให้มาด้านหลัง เด็กสาวนั่งลงบนเก้าอี้ได้สักพักแล้วก็เริ่มยิ้มกับตัวเองอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเที่ยงวันนี้ อาการแบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าดีใจจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ เกือบอาทิตย์แล้วที่เธอนั่งนับวันรอคอยวันที่คนรักจะกลับมาอย่างใจจดจ่อ

"เมื่อไรจะถึงเที่ยงสักที คิดถึงจังเลย" แล้วเจ้าตัวก็ต้องนึกอายกับคำพูดของตัวเอง สาวน้อยทำหน้าแดงแล้วยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองพลางบิดตัวไปมา จนเจ้าของวิชาต้องส่ายหน้าอย่างระอาใจเพราะสมาธิในการสอนทั้งหมดถูกสาวน้อยคนนั้นเอาไปหมดแล้วจึงตัดสินใจเลิกคลาสเร็วกว่าปกติ แต่ก็ยังไม่วายหล่อนยืนดักรอเด็กเจ้าปัญหาคนนั้น ขณะที่ทรงผมสายไหมกำลังจะเดินออกประตู มือเรียวก็ม้วนหนังสือแล้วเคาะลงไปเสียหนึ่งที

"อ๋อย อาจารย์อ่ะ!!" จูนคลำหัวตัวเองแล้วทำหน้างอก่อนที่จะรีบวิ่งหนีไปเพราะอาจารย์สาวง้างมือขึ้นเตรียมเคาะอีกที

ฝนยืนหัวเราะให้กับหน้างอๆของเพื่อนตัวเองอยู่ตรงทางลงบันได แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มบางๆแทนเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนรักที่ตวัดมา

"พวกนั้นจะกลับมาวันนี้สินะ"

"ฮื่อ"

"อีกไม่นึงสิบนาที"

"ฮื่อ"

"ปากจะถึงรูหูแล้ว" คนใส่แว่นหัวเราะให้กับใบหน้าแดงก่ำเหมือนลูกแตงโมของเพื่อนสาวที่หุบยิ้มอย่างรวดเร็ว แล้วส่งสายตาดุให้เพื่อนรักอีกครั้งจนฝนต้องส่ายหน้าแล้วตบไหล่เพื่อนเบาๆ "ปะ ไปหาอะไรมานั่งกินรอกัน"

.........................................................................................................................................................................................

จากทิวทัศน์ของป่าไม้สีเขียวเริ่มเปลื่ยนแปลงมาเป็นป่าคอนกรีตแทน เช่นกันกับลำต้นสีน้ำตาลแก่และสีสันสีเขียวของต้นไม้สูงที่ถูกเปลี่ยนเป็นตึกหินสูงลัดฟ้าเช่นกัน ซึ่งนั่นก็เป็นสัญญาณบอกแล้วว่ารถบัสคันนี้กำลังจะถึงจุดหมายในไม่ช้า บางคนในรถก็เริ่มแต่งเนื้อแต่งตัว บ้างก็สะกิดเพื่อนข้างๆที่นอนน้ำลายไหลใส่บ่าตนให้ตื่นเสียที ซินมองสาวสวยที่ยังคงนั่งหลับตาพริ้มอยู่แล้วจึงตัดสินใจปลุกคนด้านข้างเสียที แต่ทันทีที่มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสท่อนแขนขาวของอีกคน ความร้อนก็วิ่งผ่านมือขึ้นมาจนคนผมดำตกใจ

"คุณว่าน คุณว่าน"คนใส่เสื้อสีส้มตัดสินใจเขย่าตัวร่างบางเพื่อให้รู้สึกตัว

คิ้วเรียวย่นเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆปรือตาขึ้นมา พร้อมกับเสียงอู้อี้ในลำคอ "อื้อ ถึงแล้วเหรอ...ปวดหัวจัง"

"...มือคุณเย็นจัง" หญิงสาวพูดกับอีกคนที่ยกมือขึ้นมาสัมผัสหน้าผากตน

"คุณตัวร้อนเกินไปต่างหากคุณว่าน สงสัยจะเป็นไข้แล้วนะเนี่ย"

"...อือ ลมหายใจยังร้อนเลย" คนผมน้ำตาลว่าแล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง

"อีกเดี๋ยวจะถึงมหาลัยแล้วเดี๋ยวซินจะพาคุณไปห้องพยาบาลตอนนี้หลับไปก่อนก็แล้วกัน"

สาวสวยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้โดยที่ไม่ได้ลืมตา จึงไม่อาจรับรู้ได้ถึงนัยน์ตาที่แสดงถึงความห่วงใยที่คนผมดำไม่เคยมีให้ใคร....นอกจากพี่สาวต่างสายเลือดของเขาคนเดียวเท่านั้น

รถบัสเคลื่อนมาจนถึงบริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัย ทันที่ที่รับรู้ถึงการมา จูนรีบดึงมือเพื่อนรักให้ไปยืนรอบริเวณลานจอดรถ ซึ่งฝนก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างทุลักทุเลเพราะโดนลากอยู่นั่นเอง รถบัสจอดสนิทไม่กี่อึดใจต่อมาผู้คนก็เดินลงจากรถและยืนรอรับสัมภาระของตน หญิงสาวทั้งสองคนยืนชะโงกมองหาคนรู้จักที่อยู่ด้านบน

ตอนนี้ผู้คนลงกันมาจนเกือบจะหมดคันรถแล้วแต่เธอก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนที่รอคอยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสับสนว่าตนเองจำวันผิดสาวน้อยจึงก้มลงควานหาสมุดจดในกระเป๋าสะพายสีหวาน และตอนนั้นเองที่สองคนสุดท้ายในคันรถก็เดินลงมาพอดี ฝนจึงตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามหนึ่งในสองคนนั้น

"ขอโทษนะคะ เห็นพี่ต้นว่านกับพี่ซินมั้ยคะ?"

คนฟังเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วจึงตอบคำถามของรุ่นน้อง "อ้อ รุ่นน้องของคุณว่านสินะ ตอนนี้ซินพาเขาไปห้องพยาบาลน่ะ"

"หา!!" เสียงอุทานอย่างตกใจดังขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน  จูนเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดจดเล่มเล็กเพื่อมองหน้าผู้พูดอย่างไม่เชื่อหู แล้วนัยน์ตากลมโตก็สะดุดไปที่อีกคนที่ยืนรอเพื่อนตอบคำถามรุ่นน้องอยู่ ขณะที่สาวน้อยกำลังมองใบหน้าด้านข้างนั้นด้วยความคุ้นตาเพราะนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน คนร่างสูงที่รู้สึกว่ามีคนมองเขาอยู่ก็หันมาสบตาพอดี

"เฮ้ย!!!" ฝนสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนสาวที่ยืนข้างๆส่งเสียงแหลมประสานเสียงกับรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงข้ามตน ผิดกับรุ่นพี่สาวอีกคนที่ค่อนข้างจะชินกับกริยาตื่นตูมแบบนี้ของเพื่อนอยู่แล้ว กีย์มองเพื่อนด้วยสายตาหงุดหงิดถึงแม้จะแปลกใจกับสาวน้อยผมสายไหมคนนี้ก็ตาม "อะไรของมึงวะ"

"อะไรเหรอ!! ก็ยัยนี่ไง ยัยหัวฟูที่กูเคยเล่าให้ฟังงะ!" เอ๋ยกมือข้างที่ถือกระเป๋าสะพายของเพื่อนรักคนที่พาต้นว่านรุ่นพี่สาวของยัยหัวฟูคนนั้นขึ้นมาชี้หน้าสาวน้อยที่ตอนนี้ทำตาโตจ้องมาที่เขา

"ใครหัวฟูยะ ไอ้หัวหอยเม่น!! แล้วนั่นกระเป๋าพี่ซินนี่ นายทำอะไรพี่ซินของช้าน!!!" สาวน้อยตอนนี้หน้าแดงแก้มป่องชี้นิ้วตอบกลับไปด้วยปลายนิ้วสั่นด้วยความโกรธโดยไม่สนใจคนรอบๆข้างที่ต่างก็หยุดยืนมองด้วยความสนใจและเพื่อนสาวที่ยืนหลบมุมข้างรถด้วยใบหน้าที่ชาจนไร้ความรู้สึก

"หะ หัวหอยเม่น! หัวเม่นยังพอว่าหอยเม่นนี่หยามกันสุดๆ!! ยอมไม่ได้เว้ย!!" กีย์รีบคว้าท่อนแขนขาวของเพื่อนสาวเอาไว้ก่อนที่จะดึงถอยออกมาเพราะรู้นิสัยของเพื่อนเพี้ยนๆนี่ดี ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเพื่อนไม่ทำจริงก็เถอะ ดูท่าทางก็รู้แล้วว่าจงใจให้เพื่อนห้าม เพราะเจ้าตัวจงใจทำโอเวอร์ไปเท่านั้นเอง

"ซินเป็นเพื่อนของพวกพี่เอง"

"แล้วมันก็ไม่ใช่พี่ซินอะไรของเธอด้วย ยัยเตี้ยหัวฟู!!" คนผมสีทรายสะพายเป้ของเพื่อนรักเอาไว้แล้วกอดอกเชิดสายตาใส่จูน

"ยะ ยัยเตี้ย!! ชั้นสูงได้สัดส่วนมาตรฐานสาวไทยนะยะ!!" ฝนรีบมาดึงตัวเพื่อนรักเอาไว้ก่อนที่จะพุ่งเข้าตบตีคนฝั่งตรงข้ามให้เกิดเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ในวันถัดมา "อ่า จูนเขาเป็นแฟนกับพี่ซินน่ะค่ะ"

สาวน้อยผมสีน้ำตาลสายไหมมองเชิดสายตาไปที่คนผมสีทรายที่ทำหน้าเหวอตอบกลับมา "ได้ยินชัดหรือยัง เพื่อนกันจริงๆรึเปล่าเนี่ย เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้" เด็กสาวส่ายหน้าไปมาอย่างล้อเลียน

"ไม่เชื่อเว้ย!! ไอ้ซินนะหรอจะเอาเด็กกะโปโลหัวโตตัวเตี้ยแบบนี้มาทำแฟน!!" กีย์ยืนส่ายหัวไปมาดูท่าอารมณ์โกรธจัดของเพื่อนรักจะทำให้ข้อมูลต่างๆในหัวหายไปหมดแล้วกระมัง

"งั้นก็ไปให้เจ้าตัวเขายืนยันเลยมั้ยละ กล้ามั้ย!!" เด็กสาวที่ตัวเล็กกว่ากระโดดเต้นเหยงๆด้วยความโกรธที่ถูกท้าทาย จึงตอบรับด้วยเสียงแหลมดัง "เอาซี่ไปตอนนี้เลย!!"

ดูเหมือนว่าคนรอบข้างจะรับรู้ถึงการแข่งขันเพราะมีผู้ชมคนหนึ่งตบถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยลมทำให้เกิดเสียงที่คล้ายกับเสียงยิงปืนเพื่อเริ่มสัญญาณ

และตามสัญชาตญาณเด็กสาวออกตัววิ่งตรงไปยังห้องพยาบาลทันที ตามด้วยคนร่างสูงที่ออกแรงวิ่งเร็วไม่แพ้กันปล่อยให้เพื่อนของทั้งสองยืนงงกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

"แกว่าคราวนี้ใครจะชนะวะ" ฝนหันไปตามต้นเสียงก็พบว่ามีผู้ชมยืนดูอยู่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนและต่างก็ส่งเสียงวิจารณ์กันอย่างออกรส แถมยังมีบางคนวิเคราะห์เหตุการณ์อีกต่างหาก

"กูว่าผู้หญิงตัวเล็กๆนั่นวะ อีกคนมันหน้าซีดๆเหมือนจะเมารถ"

ฝนสบตากับรุ่นพี่อีกคนโดยอัตโนมัติแล้วทั้งคู่ก็ส่งเสียงออกมาอย่างมึนงงพร้อมกันว่า "อะไรเนี่ย"

............................................................................................................................................................................................

"คุณว่าน เป็นยังไงบ้างฮะ" ซินนั่งมองผู้หญิงร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสีขาวของห้องพยาบาล

"อือ เวียนหัวจัง" สาวสวยที่ตอนนี้หน้าซีดเล็กน้อยมองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วหลับตาลงเพื่อพักสายตา

"ทานยาไปแล้วนอนสักพักก็คงหายนะฮะ" คนผมดำนั่งมองผู้หญิงที่รักแล้วก็เกิดรู้สึกอดสงสารไม่ได้ เขาเอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสเรือนผมสวยเบาๆ "คุณว่านหิวอะไรมั้ยฮะ เดี๋ยวซินไปซื้ออะไรมาไว้ดีกว่าตื่นมาจะได้ไม่หิว"

ร่างสูงละมือออกจากเรือนผมสวยก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแต่ก็ถูกมือร้อนรั้งท่อนแขนเอาไว้เสียก่อน นัยน์ตาสีนิลมองผ่านกระจกใสลงมาอย่างนึกสงสัยในท่าที เพราะดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ตอนนี้ดูเหมือนจะอ่อนแรงมันมีความหมายบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากจะเอ่ยออกมา 'อย่าไปนะ'

เขาจึงพยักหน้าเบาๆแล้วนั่งลงกุมมือข้างนั้นเอาไว้แทน จนกระทั่งเริ่มได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาตามทางเดิน

"อีก 12 เมตรจะถึงเส้นชัยแล้วครับ ใครจะชนะในการแข่งขันนัดล้างตานี้กันแน่ ระหว่างสาวน้อยนักสู้กับแชมป์เก่า!!" เสียงโฆษกจำเป็นดังออกไมค์เพราะขณะนั้นเป็นเวลาอ่านข่าวสารของมหาวิทยาลัยในตอนเที่ยงพอดีนั่นเอง ตามด้วยเสียงเชียร์ของนักศึกษาที่ยืนชมการแข่งขันกันอยู่ตามทางเดิน

"10...9 ....8...7" จูนวิ่งเข้าชิดด้านในโค้งมุมตึกเพื่อที่จะฉวยโอกาสแซงคนร่างสูงที่อยู่ด้านหน้าให้ได้แต่ทว่าดูเหมือนว่าคู่แข่งจะรู้ทันเขาจึงวิ่งตัดหน้าเลี้ยวเข้าไปก่อน เด็กสาวจุ๊ปากอย่างไม่พอใจแต่ก็เร่งฝีเท้าวิ่งตามกันอย่างไม่ลดละ ทั้งคู่วิ่งผ่านหน้าอาจารย์วัยกลางคนที่กำลังจะเดินไปยังห้องพยาบาลอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงตึงตังที่ดังลั่นบนพื้นที่ทำจากหินอ่อน

"พวกเธอทำอะไรกันเนี่ย!!!! ห้ามมาส่งเสียงดังบริเวณนี้นะ!!" เสียงแหลมสูงของอาจารย์ประจำห้องพยาบาลดังขึ้นระหว่างที่นักแข่งทั้งสองวิ่งผ่าน "นี่!! บอกให้หยุดยังไงล่ะพวกเธอ!!"

"6...5...4...3..." ร่างสูงที่วิ่งนำคนตัวเล็กมาตลอดเริ่มจะอ่อนแรงลงเพราะผลข้างเคียงจากการเดินทางที่ยาวนานและอาการพะอืดพะอมเหมือนจะอ๊วกก็ออกเริ่มอาการวิ่งซวนเซไปมา

"2...1" เด็กสาวเห็นโอกาสที่ฝีเท้าคนข้างหน้าเริ่มช้าลงก็ยิ้มที่มุมปาก แล้วก็กัดฟันสุดแรงเกิดวิ่งพุ่งเข้าไปเปิดประตูห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแฟนคลับ(?)ที่ส่งเสียงโห่ร้องดังลั่น

เด็กสาวเปิดประตูออกแล้วหันไปมองคู่แข่งที่วิ่งเข้าเส้นชัยหลังจากเธอไม่กี่วินาที มือเรียวทั้งสองกอดอกอย่างภาคภูมิใจ

"แฮ่ก แฮ่ก..... เป็นยังไงบ้างล่ะ โฮะโฮะโฮะ" ถึงจะเหนื่อยหอบอย่างไรก็ตามเด็กสาวร่างเล็กก็ยังคงฝืนยิ้มเยาะและหัวเราะเหยียดหยามฝ่ายตรงข้ามอย่างสะใจ

"....." เอ๋ไม่ได้พูดอะไรตอบเพียงแต่วางมือไว้บนเข่าทั้งสองข้างแล้วหอบแรงๆ แต่ก็ส่งสายตาที่ตีความหมายได้ว่า 'ฝากไว้ก่อนเถอะ คราวหลังจะเอาคืน'

จนกระทั่งอาจารย์ห้องพยาบาลวิ่งมาเอาหนังสือไล่ตีเจ้าตัวยุ่งทั้งสอง พวกเขาถึงจะนึกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาห้องพยาบาลได้ออก จูนจึงมองหน้าอีกคนเป็นเชิงตำหนิแต่ก็ถูกรุ่นพี่สาวทำหน้ายียวนตามสไตล์ใส่

ทั้งสองเดินผ่านประตูเข้ามาด้วยท่าทางสะบักสะบอม แล้วจูนก็เห็นคนที่อยากจะพบมาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ด้วยอารามดีใจจึงรีบวิ่งเข้าไปหมายจะกอดคนที่รักให้หายคิดถึงแต่ทว่า พอเห็นสภาพรุ่นพี่ที่รักเหมือนพี่สาวของตนแล้วเป้าหมายจึงเปลี่ยนไปที่ต้นว่านทันที

"พี่ว่านเป็นอะไรรึเปล่าคะ" เด็กสาวรีบแทรกตัวผ่านหน้าคนผมดำเข้าไปจับมือของสาวสวยด้วยความเป็นห่วง ซึ่งคนป่วยก็แค่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ แล้วฝืนยิ้มบางตอบรุ่นน้องไป "ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ จูน"

"ไม่เป็นอะไรทำไมตัวร้อนแบบนี้ล่ะคะ?" เด็กสาวเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้คนสวยแล้วเอาหน้าผากของตนแตะกับอีกฝ่ายเบาๆเหมือนที่เคยทำเป็นประจำเป็นวิธีวัดไข้ที่เลียนแบบการ์ตูนญี่ปุ่นมานั่นเอง

ต้นว่านหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดูเพราะน้องสาวคนนี้ยังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย มือเรียวจึงลูบเรือนผมของอีกฝ่ายไปมาเบาๆเพื่อขอบคุณอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

"เขาเป็นไข้น่ะ" ซินมองรุ่นพี่รุ่นน้องที่แสดงความรักต่อกันแล้วก็ชักรู้สึกแปลกๆในใจ

"พี่ว่านไปตากฝนมาหรอค่ะพี่ซิน" เด็กสาวที่ยังไม่รับรู้ถึงอาการแปลกๆของคู่สนทนาก็ถามต่อไปโดยไม่ได้มองไปที่คู่สนทนาแม้แต่น้อย เธอยังคงลูบมือนุ่มไปตามตัวของพี่สาวด้วยความห่วงใย

"เปล่า ...พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นได้ยังไง" เขาขยับแว่นเล็กน้อยอย่างรู้สึกหงุดหงิด เพราะไม่รู้ว่าที่ตัวเองกำลังรู้สึกอยู่มันคืออะไร ก่อนที่จะหันไปเจอเพื่อนรักที่ยืนหอบหน้าแดงอยู่ที่หน้าประตู "แล้วแกมาทำอะไรวะ ไอ้เอ๋"

"เออ นั่นสิ กูวิ่งจนเหนื่อย... ลืมไปแล้วว่ะ" คนผมสีทรายยืนมองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ ก่อนที่จะยื่นกระเป๋าสะพายให้อีกคน "สงสัยจะเอากระเป๋ามาให้แก"

"อะไรของแกวะเนี่ย ตูฝากให้เอาไปไว้บนห้องไม่ใช่หรอ" เจ้าของกระเป๋ารับมาก่อนที่จะสะพายกระเป๋าแล้วถามต่อ "แล้วนี่แกจะวิ่งมาทำไมเนี่ย"

"ก็มายืนยันความจริงน่ะสิคะ" เสียงเล็กแหลมดังขึ้นเพราะเจ้าตัวพึ่งนึกขึ้นได้ว่าวิ่งแข่งกันมาทำไม

"..อะไรเหรอ จูนมีอะไรกันหรอจ๊ะ" ต้นว่านที่ตอนนี้ยันตัวขึ้นมานั่งบนเตียงมองหน้ารุ่นน้องทีมองหน้าเอ๋ที

"ก็นายหัวหอยเม่นนั่นน่ะค่ะ เค้าท้าจูนให้จูนมาถามพี่ซินว่า พี่ซินเป็นแฟนกับจูนจริงรึเปล่า" ปลายนิ้วเรียวที่ชี้มาทางเขาเหมือนกับเข็มมาทิ่มทะลุตามร่างกาย คนผมสีทรายยืนตัวแข็งทื่อเพราะเขาพึ่งจะนึกออกถึงแผนการที่แกล้งเป็นแฟนของซิน 'ตายหะ ลืมเรื่องนี้ซะสนิท'

คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเมื่อเจ้าตัวหันไปสบตากับเพื่อนรักที่ตอนนี้ยืนหน้าซีดสลับเขียวสลับแดงอยู่ "...ไอ้เอ๋"

สาวสวยนั่งนิ่งไม่ปริปากพูดอะไรแต่อย่างใดแล้วก็ไม่มองหน้าใครด้วย มีแต่เพียงสาวน้อยที่ไม่รับรู้ถึงบรรยากาศมาคุภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวนี้ ลูกแกะน้อยจึงถามหมาป่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงปนเยาะคนผมสีทรายไปในที

"พี่ซินก็บอกนายหัวหอยเม่นนั่นไปเลยสิค่ะ ว่าจูนเป็นแฟนกับพี่" สิ้นเสียงสาวน้อยบรรยากาศในห้องดูเหมือนจะเงียบกริบ

เขามองผ่านดวงตากลมโตของเด็กสาวไปยังผู้หญิงที่อยู่ด้านหลัง แต่เธอคนนั้นก็ไม่หันมาสบตาเขาและก็ไม่พูดอะไร นัยน์ตาสีนิลจึงละกลับมาแล้วก็พูดต่อด้วยเสียงราบเรียบ "เออ จูนเป็นแฟนตู"

"เห็นมั้ยล่ะ จ๋อยละสิ จ๋อยไปเลย โฮะโฮะ" เด็กสาวปรบมือแล้วหัวเราะอย่างร่าเริง ทำให้คนผมสีทรายยิ้มแหยๆว่ายัยคนนี้ไม่ได้รับรู้สถานการณ์อะไรเลย ไม่เหมือนตนที่รู้ว่าหลังจากนี้.....ตายแน่

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเปลือกไม้หลับตาลงอีกครั้ง ก่อนที่จะบอกน้องสาวต่างสายเลือดว่ารู้สึกปวดหัวอยากจะพักผ่อนเต็มที จูนจึงบอกให้พี่สาวพักผ่อนและจะกลับมารับหลังจากที่เลิกเรียนวิชาคาบบ่ายเพราะตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเรียนเต็มที

หลังจากที่เด็กสาวเดินออกไปกับรุ่นพี่ที่เดินคอตกอย่างหวาดหวั่นในชะตาตัวเองแล้วนั้น บรรยากาศมาคุในห้องก็ยังคงอยู่ถึงแม้ว่าคนบนเตียงจะยังคงนอนหลับตาอยู่ก็เถอะ

"...คุณซินกลับไปก่อนก็ได้ค่ะ เดินทางมาเหนื่อยๆ" หญิงสาวที่ยังคงหลับตาอยู่พูดออกมาเบาๆ

"ไม่เป็นไรฮะ เดี๋ยวซินอยู่เป็นเพื่.."

"ไม่เป็นไรค่ะ ชั้นอยากพักผ่อนเดี๋ยวสักพักจูนก็มารับแล้ว"

"แต่ว่า....." เขาพูดขึ้นมาช้าๆ เพราะรับรู้ถึงเจตนาของอีกฝ่ายดี "ฮะ งั้นซินกลับก่อนก็แล้วกัน แล้วเจอกันฮะ"

"ค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับวันนี้" ซินมองผู้หญิงอีกคนที่หลบสายตาของเขาแล้วก็เดินหันหลังออกประตูไปอย่างรู้สึกผิด

ภายในห้องพยาบาลที่เย็นเฉียบและเงีบบกริบ หลังจากผู้มาเยือนทั้งหมดได้จากไปแล้ว หญิงสาวลืมตาขึ้นมองเพดานสีขาวนวลแล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเอง

"....จูน" เสียงพึมพัมเบาๆเหมือนจะพูดกับตัวเองดังขึ้นมาผ่านผ้าห่มผืนบางที่มีรอยหยดน้ำเล็กๆซึมออกมา

"พี่ขอโทษ"

.....

....

...

'ขอโทษที่เผลอปล่อยใจทำผิดไป'

เสียงประตูไม้จากหอพักปิดดังลั่นอีกครั้ง กระเป๋าสะพายสีดำถูกโยนทิ้งบนเก้าอี้ไม้อย่างไม่ไยดี คนใส่เสื้อสีส้มทิ้งร่างกายของตัวเองลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า

นี่เขาทำผิดพลาดไป

เขาลืมสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำ

เขาลืมไปว่าตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะรักเธอได้และไม่ควรจะแสดงออกด้วย

เห็นท่าทีของต้นว่านเมื่อสักครู่แล้วเขาถึงรู้สึกตัว.......

มือเรียวกำหมัดแน่นแล้วทุบบนที่นอนอย่างแรง เขาเอามืออีกข้างก่ายหน้าผากก่อนที่จะสบถออกมาเบาๆ

................................................................................................................................................

"เฮอะ ชั้นไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะว่านายจะเป็นเพื่อนพี่ซินได้" เสียงเล็กยังคงพูดจาเจื้อยแจ้วตลอดทาง ซึ่งคนร่างสูงก็ไม่อยากฟังนักหรอกแต่บังเอิญทางที่จะไปมันเป็นทางเดียวกัน

"เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่ายัยเตี้ยหัวโตแบบเธอจะเป็นแฟนมันได้" คนผมสีทรายนึกฉุนขึ้นมาอีกครั้งยัยนี่มันนิสัยเด็กจริงๆ เขาไม่มีอารมณ์มาทะเลาะกับใครเวลานี้หรอกนะ

"หัวโต! ผมชั้นออกจะเป็นลอนสวย ดัดแบบญี่ปุ่นเลยนะยะ" เด็กสาวซอยเท้าให้ไวขึ้นแล้วไปยืนดักหน้าอีกคนไว้ "นายมันตาถั่ว! หัวหอยเม่นแล้วยังตาถั่ว!!"

"ทำไม แค่ดัดผมทรงญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ว่าหน้าจะเหมือนนี่.... โดยเฉพาะ" คนร่างสูงหยุดคำพูดเอาไว้ แล้วไล่นัยน์ตาสีอ่อนลงมาแทน "ยังห่างไกลอีกหลายขุม ยัยไข่ดาวเอ้ย"

"อะ..." เด็กสาวทำตาโตหน้าแดงก่ำ "ไอ้ลามก!!" ก่อนที่จะวิ่งไล่ตีรุ่นพี่พร้อมกับร้องโวยวายไปตลอดทาง

.....

....

...

"....พวกมันลืมอะไรไปรึเปล่าเนี่ย" กีย์เดินบ่นไปพร้อมกับถือสัมภาระของเพื่อนรักผมดำและผมสีทราย

"พวกเราคงจะถูกลืมไปแล้วสินะคะ หนูช่วยถือค่ะ" ฝนยิ้มแหยๆแล้วยื่นมือไปถือกระเป๋ามาไว้ในมือ

"ขอบใจ" เสียงรองเท้าผ้าใบกับรองเท้าส้นเตี้ยเดินไปตามทางเดินเบาๆ "บางทีพี่ก็คิดนะว่าทำไมถึงคบมันมาได้จนป่านนี้"

"หนูคิดจนปลงได้แล้วล่ะค่ะ" เด็กสาวมองนาฬิกาที่ข้อมือยังเหลือเวลาอีกประมาณสิบนาทีจะถึงเวลาเรียน "บางทีก็เพลินดี"

".......ก็คงอย่างนั้น" ร่างที่สูงกว่าถอนหายใจ "พี่ชื่อกีย์นะ แล้วน้องชื่ออะไรล่ะ"

"ฝนค่ะ" เด็กสาวยิ้มให้กับรุ่นพี่อย่างน่ารัก แล้วก็เดินต่อไป

"ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วก็รู้สึกว่าพวกเราคงจะได้เจอกันไปอีกนาน" คนร่างสูงยิ้มตอบเล็กน้อยก่อนที่จะเดินต่อไปเหมือนกัน

"แล้วก็ท่าทางจะลำบากมากขึ้นด้วยน่ะสิคะ"

"...ก็จริง"

แล้วเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ก้องกังวาลได้ตามทางเดินนอกจากเสียงเสียดสีของพื้นยางจากรองเท้าทั้งสองคู่แล้วก็คือ เสียงถอนหายใจเบาๆของคนทั้งสองที่ปล่อยออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย...................

จบตอนที่ 24

 

edit @ 17 Nov 2007 21:30:29 by เซซาเร่

edit @ 18 Nov 2007 18:01:44 by เซซาเร่