เซซาเร่ View my profile

Recommend

ต่อไปจะลงนิยายที่นี่แล้วนะจ๊ะ ชมรมลับลับขจัดทอมเจ้าชู้
 
http://www.comeon-book.com/comeonv3/story.php?SID=8547 
 
ไปติดตามอ่านกันที่ลิงค์ได้เลยเน้อ 
 
แปะอีกเรื่อง ตำนานปีศาจความฝันซัคคัวบัส http://www.comeon-book.com/comeonv3/story.php?SID=14739
 
ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุ เพราะพระอาทิตย์ดวงกลมๆนั่นดันทะลึ่งมาอยู่ซะกลางหัวชาวบ้านแบบนี้ ก็เข้าใจนะว่าอยากให้พลังงานให้พืชผลิตคลอโรฟิลส์อะไรนั่นน่ะ แต่ช่วยรีบๆส่องแสงแล้วรีบๆหลบไปสักทีได้มะ มันร้อน!
คนร่างสูงที่มีเรือนผมสีทรายเมื่อมาอยู่กลางแดดแบบนี้แล้วสีทรายนั้นกระเดียดออกไปทางสีบอร์น ผิวที่ขาวกว่าสาวเอเชียทั่วไปตอนนี้เป็นสีแดง เพราะแสงแดดที่แผดเผา ร่างสีขาวชมพูออกแดงเปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพราวเมื่อเม็ดเหงื่อหยดล่าสุดไหลเข้าไปที่ดวงตาสีน้ำทะเล เจ้าตัวจึงตัดสินใจที่จะใช้ผ้าเช็ดตัวที่ฟาดบ่าอยู่ขึ้นมาซับ เรียวปากสีแดงที่คาบตะปูยาวสองสามตัวเม้มแน่นเมื่อเขาออกแรงตอกตะปูตัวแล้วตัวเล่า เพื่อยึดติดโครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ให้แข็งแรงขึ้น
"พี่เอ๋ค่ะ ข้าวกล่องอยู่ตรงนี้นะคะ" สต๊าฟรุ่นน้องของคณะอื่นเดินแจกข้าวกล่องไปตามฐานต่างๆ กล่าวบอกคนที่อยู่บนฐานไม้สูงอย่างน้อยก็ 3 เมตรได้ล่ะ
เอ๋หันหน้ามาพยักหน้าตอบพอเป็นพิธีเพราะไม่อยากให้ตะปูร่วงลงไปที่พื้นเหมือนครั้งที่แล้ว เมื่อตอกตะปูตัวสุดท้ายที่เขาคาบไว้แล้วเสร็จลง เจ้าตัวถอนหายใจที่ภารกิจเสร็จสิ้นลงเสียที เขาค่อยๆก้าวลงจากบันไดไม้อย่างระมัดระวัง เมื่อขาทั้งคู่สัมผัสพื้นเจ้าตัวก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
"ไม่ว่าจะเมื่อไร ให้ขาสัมผัสพื้นแบบนี้ละดีที่สุดแล้ว ไหนดูซิข้าวกล่องมีอะไรกิน" เจ้าตัวพูดกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีเหมือนกับที่เพื่อนๆชอบแซวว่าเขาเป็นคนขี้บ่นนั่นล่ะ 
กล่องพลาสติกสีขาวขุ่นที่ถูกเขียนด้วยปากกาเมจิคสีน้ำเงิน เป็นลายมือที่คุ้นตาของสตรีวัยกลางคน คนร่างสูงยิ้มออกมาบางๆ เพราะเขารู้ว่าอาหารฝีมือป้าสานั้นอร่อยไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเวลาที่คุณป้าใจดีทำของโปรดแบบนี้มาให้
น่องไก่ทอดกระเทียมที่ทอดจนเป็นสีเหลืองกรอบถูกวางไว้ข้างๆบล็อคโคลี่ผัดกุ้งแถมยังโปะไข่ดาวที่มีไข่แดงที่ยังไม่สุกสีแดงสวยอีกตะหาก ข้าวหอมมะลิสีขาวอวบดูนุ่มน่ากิน ทำให้คนที่เห็นแทบจะไม่อยากทำอะไรต่อไปแล้วนอกจากหยิบช้อนแล้วตักเข้าปาก
"รักป้าสาที่สุดเลยก๊าบบ ขอกินละนะก๊าบ" เอ๋พูดขอบคุณคนที่ทำอาหารกล่องรสเลิศนี้อย่างสุดซึ้งพร้อมกับตักคำแรกเข้าปาก รสผัดผักบล็อคโคลี่ผสมกับไข่แดงที่ถูกเจาะทำให้เจ้าตัวแทบน้ำตาซึมในความคิดถึงรสชาติ หรือว่าหลังเรียนจบเขาจะมาทำงานรีสอร์ตเจ้าซินซะเลยดีนะ จะได้กินอาหารฝีมือป้าสาไปตลอด
ขณะที่กำลังตักคำที่สองเข้าปาก นัยน์ตาสีท้องทะเลมองไปด้านหน้าเมื่อเขาได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนเสียงฝีเท้าของสัตว์หรืออะไรสักอย่างที่มาเร็วและแรง
ฝุ่นที่ตลบอบอวลสูงขึ้นไปในอากาศบ่งบอกว่า สิ่งนั้นกำลังมาทางนี้
ข้าวคำที่สามถูกตักเข้าปากในขณะที่เจ้าตัวกำลังชั่งใจว่าจะ เดินไปนั่งกินดีๆใต้ต้นไม้ดีหรือไม่ เพราะฝุ่นที่เห็นไกลๆนั้นมันอาจจะลงใส่กล่องข้าวแสนรสเลิศ
ร่างของเด็กผู้หญิงในชุดที่ดูคุ้นตา ปรากฎลางๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจนักเพราะร่างนั้นก้มหน้าลงต่ำเหมือนกำลังจะวิ่งมาชนใครสักคนให้กระเด็นออกนอกโลก สิ่งนี้ทำให้เขาสนใจและอยากจะรู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ร่างนั้นยังคงตรงมาทางเขา โดยที่ไม่คิดจะเลี้ยวหลบหรือเปลี่ยนทิศทางแต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็ทำให้กล่องข้าวสีขุ่นถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว โชคดีเหลือเกินที่เขาตัดสินใจทำมันลงไปเพราะเมื่อกล่องถูกปิดลงและรัดยางแน่นตามเดิมแล้ว
ยัยตัวแสบนั่นก็พุ่งเข้ามาชนเขาอย่างจังพอดี......
แผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อได้ต้นไม้ใหญ่รองรับการกระเด็นจากการถูกกระโจนเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัวแบบพอดิบพอดี มือเรียวในแขนข้างหนึ่งยังคงจับกล่องข้าวไว้แน่นด้วยความตั้งใจ  แต่แขนอีกข้างโอบร่างเล็กที่วิ่งมาชนเขาแบบไม่ตั้งใจ
"......อูย ไม่มีอะไรจะเล่นแล้วรึไงยัยบ้าเอ้ย" เสียงครางลอยออกมาหลังจากการปะทะอย่างรุนแรงดังขึ้นมาเพราะความจุกและแรงกระแทกกับต้นไม้ที่แผ่นหลังได้รับ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับสิ่งที่ยัยนิสัยประหลาดคนนี้ทำหรอก!!
ไม่มีเสียงฝีปากจัดจ้าน หรือน้ำเสียงหยิ่งยะโสอวดดีเหมือนเคย ร่างในอ้อมแขนของเขายังคงสั่นระริก มีเสียงสะอื้นเล็กๆดังออกมาเบาๆ และแขนเล็กทั้งสองข้างก็เริ่มกอดเอวของเขาไว้แน่น 
"อ้าวเฮ้ย เป็นอะไร อุ๊ฟ.... อย่ารัดแน่น ข้าวจะกระเด็น!!"  คนที่ถูกกอดแน่นพูดออกมาอย่างตกใจในการกระทำและแรงมหาศาล เขารู้สึกเหมือนโดนท่า bear hug ในเวทีมวยปล้ำอย่างไรอย่างนั้น
ไม่มีเสียงตอบใดๆจากเด็กสาวนอกจากเสียงร้องไห้ที่ดังออกมาเบาๆ คนร่างสูงกรอกตาไปมา เพราะไม่รู้ว่าจะปลอบใจยัยนี่ดี หรือจะกินข้าวต่อดี เพราะนี่ก็ใกล้เวลานัดแล้วด้วย 
"โอเค เชิญตามสบาย ชั้นกินข้าวก่อนละหิว" ในที่สุดอาหารรสบรรเจิดของป้าสาก็ชนะ เอ๋เปิดกล่องข้าวขึ้นมา พร้อมกับไก่ทอดในมือก่อนที่จะกัดเข้าไปเคี้ยวในปาก โดยที่ยังมีเด็กสาวซบอกร้องไห้อยู่แบบนั้น
ใครมาเห็นภาพนี้คงจะแปลกใจน่าดูเชียวละ 
ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่กลางแดดร้อนในวันที่ฟ้าเปิด มีหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังทำกิจกรรมที่ขัดกันอย่างสิ้นเชิง เด็กสาวร่างเล็กที่ดูเหมือนกำลังโศกเศร้ากำลังร้องไห้ซบน้ำตาลงบนหน้าอกของผู้หญิงอีกคน ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนกำลังกัดไก่ทอดสลับกับตักข้าวเข้าปากเคี้ยวอย่างเอาเป็นเอาตาย.....
............................................................................................................................................................................................
การวิ่งอย่างสุดแรงนี้เป็นสิ่งสุดท้ายจริงๆที่เธออยากทำ โดยเฉพาะในวันที่พระอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้าในเวลาเที่ยงวัน ต้นว่านยืนหอบหายใจแรง ใบหน้าสีชมพูเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำชื้นไปด้วยเหงื่อที่ผุดพราว ความเหนื่อยอ่อนและความร้อนทั้งจากภายนอกและภายในร่างกายทำให้หล่อนอยากจะเป็นลมไปซะจริงๆเลยตอนนี้
หล่อนทิ้งตัวเองลงไปนั่งยองๆกับพื้น อย่างคนที่ไม่อภัยให้ตัวเองและกำลังสิ้นหวังเพราะตอนนี้เธอได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต...เธอทำให้น้องที่เธอรักที่สุดต้องเสียใจในการกระทำของเธอเสียแล้ว
ไอแดดนั้นร้อนระอุ อุณหภูมิในเวลานี้ทำให้ภาพที่สายตามองออกไปเริ่มพร่าเลือน มันเป็นเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างของท้องฟ้ากับผืนดิน หรือที่มันมัวเพราะหยดน้ำที่คลอนัยน์ตาเธอกันแน่
แสงแดดร้อนจ้าที่อาบตัวนั้นเธอเริ่มหายไป พร้อมกับความรู้สึกที่เริ่มเย็นจากร่มเงา ต้นว่านมองพื้นที่มีเงาสีดำเข้ามาครอบคลุมรอบๆตัวเธอ หล่อนจึงเงยหน้ากลับไปมอง
ร่มคันใหญ่ถูกกางโดยผู้หญิงในชุดสีดำ นี่เองสินะที่มาของร่มเงา ต้นว่านหันหน้ากลับไปตามเดิม เธอไม่อยากเห็นหน้าของต้นเหตุของเรื่องไปมากกว่านี้
"....เมื่อกี้เอ๋โทรมาบอกว่าจูนอยู่กับมัน มันฝากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงจะช่วยดูแลให้" ร่างสีดำเลื่อนปลายนิ้วเพื่อปิดมือถือเครื่องสีดำเงาก่อนที่จะเก็บใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกงยีนส์เหมือนเดิม "....ไปกันได้แล้ว บ่ายโมงครึ่งแล้วตอนนี้"
"...อือ"  หญิงสาวปาดหยดน้ำในตาของตัวเองออก พร้อมกับลุกขึ้นยืน เธอออกเดินนำไปโดยที่ไม่หันกลับมามองคนที่มาส่งข่าวให้แม้แต่น้อย
ร่างสูงลอบถอนหายใจเบาๆ แต่ก็เดินตามกางร่มให้อีกคนแต่โดยดี 
....
.......
............
เมื่อถึงเวลาบ่ายโมงครึ่งกลุ่มนักศึกษาที่มาเข้าค่ายก็เริ่มทยอยเข้ามารวมตัวกันตามคณะของตนเอง แต่ก็มีบ้างที่แอบไปปะปนในคณะที่มีคนที่ตนหมายตาไว้
เมื่อต้นว่านเดินมาถึงยังที่นัดหมายก็อดไม่วายที่จะกวาดตามองร่างของเด็กสาวจากฝูงชน แล้วก็ถอนหายใจเมื่อไม่พบสิ่งที่ต้องการ เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงอาการนี้ 
"ตอนนี้คงอยู่ที่ฐานของเจ้าเอ๋นั่นล่ะ" เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อยเมื่อประโยคที่กล่าวออกมาลอยๆได้รับการพยักหน้าตอบรับแม้ว่าเธอคนนั้นจะไม่ได้หันหน้ามาก็ตามที
"โอเคนะ ซิน ต้นว่าน เอ้านี่ไมค์ลอย กับโทรโข่ง พร้อมแล้วก็ขึ้นเวทีเลย" สต๊าฟฝ่ายเวทีวิ่งนำไมค์สีดำสองตัวพร้อมกับโทรโข่งอีกสองคู่ยื่นให้ทั้งสองคน
"ไหวไหมคุณว่าน ถ้าไม่ไหวก็บอกได้นะ" คนผมดำยังคงมองผู้หญิงข้างๆด้วยความเป็นห่วง เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีหยดน้ำตาแล้วแต่บรรยากาศหม่นหมองก็ยังคงกระจายอยู่รอบๆตัวคู่สนทนา
ต้นว่านรวบผมตัวเองขึ้นเป็นหางม้า เธอสบตาเขาในขณะที่กำลังรัดหนังยางเข้าด้วยกันให้แน่น แต่เนื่องจากไม่ได้ใช้หวีจึงมีเศษปอยผมบางส่วนลงมาปรกใบหน้า 
"ชั้นไม่เป็นไร ไปกันเถอะ... the shows must go on"
เขายิ้มออกมาบางๆในขณะที่เดินตามผู้หญิงที่เข้มแข็งคนข้างหน้าออกไป....
......
..........
"สวัสดีค่ะ ตอนนี้ก็ได้เวลาเริ่มต้นกิจกรรมกันแล้วนะคะ ทุกคนอาหารกลางวันเป็นอย่างไรบ้างค่ะ อร่อยถูกปากกันไหมค่ะ" น้ำเสียงแจ่มใสดังขึ้นมาทำให้บรรยากาศรอบๆเริ่มคึกคัก มีเสียงตอบรับกลับมาอย่างครื้นเครง 
"อร่อยค่า/คร๊าบ"
"ฮ่าฮ่า แน่นอนละฮะ ฝีมือของป้าสายากจะมีใครเทียบ ทุกคนปรบมือให้ป้าสาเชฟมือหนึ่งของเราด้วยฮะ" ซินผายมือไปในทิศที่หญิงวัยกลางคนยืนอยู่ หล่อนมีใบหน้าแดงทำท่าเขินเล็กน้อยเมื่อได้รับการปรบมืออย่างล้นหลาม
"ฮิฮิ ป้าสาเขินแย่แล้ว เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ เราจะแบ่งกลุ่มกันโดยให้คละกันไปแต่ละคณะนะคะ" มีเสียงโห่ขึ้นมาหลังจากสิ้นเสียงประกาศเพราะบางคนไม่อยากแยกจากเพื่อนตัวเองไปอยู่กับคนแปลกหน้า
"อ้าวๆ พลาดกันแล้วนะนั่น ดูสิสวยๆหล่อๆกันทั้งนั้น โอกาสแบบนี้ไม่มีแล้วนะ ใครเล็งใครไว้ก็จับกลุ่มกันไวๆเลย หนุ่มๆสาวๆ" เสียงหัวเราะเฮฮาเริ่มดังขึ้น พร้อมกับเสียงเรียกสมาชิกแต่ละคณะที่ยังขาดไป
'ทางนี้ยังขาดบัญชีกับสถาปัตย์'
'เราอยู่นิเทศกลุ่มไหนยังไม่ครบบ้างอ่ะ'
'ทางนี้ๆ'
"เอ้าๆ ไวหน่อยๆ อีก ห้านาที ถ้าใครยังไม่มีกลุ่ม ถูกจับเต้นท่าไก่ย่างนะเอ้า" ซินนึกสนุกเลยประกาศแกล้งรุ่นน้องให้ไฟลนก้นกันซะอย่างนั้น จึงเกิดบรรยากาศชลมุนขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เอ๊ น่าสนุกดีนะคะ ไหนดูสิว่าใครจะได้เต้นท่าไก่ย่างโชว์กัน" ต้นว่านหัวเราะเสียงใสพลางมองดูรุ่นน้องที่ยังไม่มีกลุ่มที่หน้าซีดหันรีหันขวาง ในขณะที่กลุ่มที่ยังมีคนไม่พอก็ตะโกนเรียกคณะที่ขาดกันแบบประสานเสียงกันทั้งกลุ่ม
ปรี๊ดดดดดดด  "เอาละ 5 นาทีแล้ว หยุดอยู่กับที่เลยห้ามขยับ"
"กลุ่มไหนคนครบแล้วนั่งลงค่ะ กลุ่มไหนไม่ครบแต่เนียนนั่งจะโดนปั่นจิ้งหรีดเพิ่มด้วยนะคะ"
"อ้าวมีสองกลุ่ม ขาดคณะอะไรไปฮะ" โฆษกผมดำดูรายชื่อในกระดาษแล้วขมวดคิ้วเพราะมันจะไม่เหลือเศษถ้าตามรายชื่อ
"กลุ่มหนูขาดวิศวกรรมศาสตร์ค่ะ" เด็กสาวผมสั้นดัดปลายกำลังขมวดคิ้วพร้อมกันหันซ้ายขวา เพื่อมองหาเพื่อนต่างคณะที่หายไป
"ขอโทษๆๆ มาแล้วครับ ไปเข้าห้องน้ำมา" เสียงเด็กหนุ่มตะโกนขึ้นพร้อมกับวิ่งเข้ามายังกลุ่ม
"โอเค กลุ่มนี้ครบแล้วนะ แต่ตามกติกา โชว์ไก่ย่างยกกลุ่ม!!" 
"เอ๊!!!!" หนุ่มวิศวเลิกคิ้วสูง เมื่อเขาหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมกลุ่มก็ได้รับสายตาพิฆาตทิ่มแทงหัวใจ
"เพราะนายคนเดียวเลย!!!!" เด็กสาวในกลุ่มมีใบหน้าแดงร้องขึ้นมาด้วยความโกรธและความเขินอายที่จะต้องเต้นท่าน่าอายๆกลางฝูงชน
"เอาละทุกคนขอเสียงกดดันเพื่อนๆหน่อยค่า" เพื่อเป็นการรวบรัดต้นว่านจึงประกาศขอความร่วมมือจากเพื่อนๆให้ทุกอย่างเริ่มต้นเร็วขึ้น
"ไก่ย่าง ไก่ย่าง ไก่ย่าง" 
"เออ!! รู้แล้วๆ"  หนุ่มวิศวตะโกนร้องอย่างเสียไม่ได้ ไหนจะอาย ไหนจะโดนสาวๆในกลุ่มทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตีและสายตาจิกแทงอีกซวยจริงๆวันนี้
'ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา......' ในขณะที่กลุ่มแรกกำลังเต้นท่าไก่ย่างพร้อมกับเสียงตลกโปกฮาของเพื่อนๆที่ยืนดูกันอยู่ ต้นว่านปิดไมค์แล้วเดินลงมายังอีกกลุ่มหนึ่ง 
"กลุ่มนี้ขาดคนจากวารสารศาสตร์รึเปล่าค่ะ?" 
"ใช่ค่ะพี่ต้นว่าน"
"อ่อ ตอนนี้น้องเขาไม่สบายไปรออยู่ฐานที่สามน่ะค่ะ งั้นนั่งลงกันเลยค่ะ" ต้นว่านยิ้มละไมให้รุ่นน้องแล้วเดินกลับขึ้นมาบนเวที
"เฮ้อ รอดไป" เสียงบ่นอย่างโล่งอกลอยตามหลังมาเบาๆ
...
....
"กลุ่มแรกไปฐานที่ 1 กลุ่มที่สองไป ฐานที่ 2 ตามลำดับกันเลยนะคะ จบกิจกรรมมีการประกาศรางวัลกลุ่มยอดเยี่ยมและยอดแย่นะคะ พยายามกันให้เต็มที่นะคะทุกคน"
"โอเค กลุ่มแรกไปกันเลย ตามพี่เสื้อสีฟ้านั่นไป